ข่าว
100 year

พ่อเลี้ยงโหดรอดฉิวเฉียด ซดยาเบื่อหนูหนีผิดฆ่าลูก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 เม.ย. 2562 03:01 น.
SHARE

พ่อเลี้ยงโหดซดยาเบื่อหนูหวังปลิดชีพตัวเองหนีความผิด คดีใช้ค้อนทุบลูกเลี้ยงท้องแก่ดับอนาถ พลเมืองดีพบเห็นพ่อเลี้ยงโหดนอนดิ้นทุรนทุรายหวิดตายรอมร่อ แจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบพร้อมส่งรักษาตัว รพ.นพรัตน์ ด้าน ผกก.สน.คันนายาว รุดดูตัวยืนยันเป็นบุคคลตามหมายจับจริง หลังพ้นขีดอันตรายคุมตัวไปสอบ เจ้าตัวรับสารภาพเครียดที่ภรรยาหนีไป คว้าค้อนทุบลูกเลี้ยงดับ ขณะที่ญาติผู้ตายประกาศไม่อโหสิกรรมให้เด็ดขาด

กรณีนายภูมิใจ หรือใจ เหลืองทอง อายุ 57 ปี อาชีพขี่รถ จยย.รับจ้าง พ่อเลี้ยงก่อเหตุใช้ค้อนทุบ น.ส.นันท์ชยา หรือนุ่น จันทะโมคา อายุ 29 ปี ลูกเลี้ยงที่ตั้งครรภ์ 7 เดือน เสียชีวิต เหตุเกิดที่ห้องนอนชั้น 2 ของทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านเสริมสวย ซอยรามอินทรา 109 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. สาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องหึงหวงนางพิมพ์พิมล จันทะโมคา อายุ 53 ปี แม่ผู้ตาย และไม่พอใจที่นางพิมพ์พิมลเอาเงินรายได้จากร้านเสริมสวยไปเลี้ยงดูญาติพี่น้องจึงลงมือฆ่าลูกเลี้ยงอย่างโหดเหี้ยม โดยมีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพนายภูมิใจที่เดินกระสับกระส่ายเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนก่อเหตุแล้วหลบหนีไป ต่อมาศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับนายภูมิใจ ตามหมายจับเลขที่ จ.279/2562 ลงวันที่ 12 เม.ย.62 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย

ความคืบหน้าคดีพ่อเลี้ยงโหดฆ่าลูกเลี้ยง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 เม.ย. ขณะที่ พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว ออกตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบร่างนายภูมิใจ เหลืองทอง พ่อเลี้ยงใจโหด กินยาเบื่อหนูนอนดิ้นน้ำลายฟูมปาก ภายในป่ากระถินหลังเพิงขายอาหารตามสั่ง ตรงข้ามอู่รถเมล์ สาย 112 ถนนแฮปปี้แลนด์สาย 2 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. รีบรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว และมูลนิธิร่วมกตัญญู

เมื่อไปถึงพบร่างนายภูมิใจใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน นอนดิ้นทุรนทุราย น้ำลายฟูมปากอยู่บนพื้นดิน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้วยการใช้เครื่องช่วยหายใจ ในที่เกิดเหตุพบกระเป๋าสะพายสีดำ กระเป๋าเสื้อผ้าสีแดงดำ ค้นในกระเป๋าสะพายสีดำพบสมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัส รามคำแหง 109 ระบุชื่อนายภูมิใจ เหลืองทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับ รีบนำตัวส่ง รพ.นพรัตนราชธานี มีเจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวนสน.ลาดพร้าว ควบคุมตัวไปด้วย พร้อมประสาน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พื้นที่เกิดเหตุ นำหมายจับมาแสดงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สอบสวน น.ส.พิศมัย หงษากัน อายุ 39 ปี แม่ค้าขายอาหารผู้พบเห็นผู้ต้องหาคนแรกกล่าวว่า ขณะกำลังทำอาหารอยู่ที่ร้าน เหลือบไปเห็นคนนอนดิ้นด้วยความทรมานอยู่ ไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวเป็นใครมาจากไหน จึงให้แฟนเข้าไปสอบถาม พบว่าไม่ใช่คนแถวนี้จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 กับเข้าช่วยเหลือ เพราะเห็นว่ามีน้ำลายฟูมปาก ตอนนั้นยังพูดคุยรู้เรื่องถามเขาว่าเมาหรือไม่ เขาตอบว่า “ไม่” และบอกเพียงว่า “กินยาเบื่อหนูไป 4 ซอง และได้ฆ่าลูกเลี้ยงใกล้คลอดมา” เมื่อถามว่าใช่คนเป็นข่าวหรือไม่ เขาตอบกลับมาว่า “ใช่”

ที่ รพ.นพรัตนราชธานี พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เดินทางไปตรวจสอบพร้อมเปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานจาก สน.ลาดพร้าว จึงมาตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง ส่วนอาการของนายภูมิใจยังมีสติอยู่ แต่ต้องดูแลอาการและติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาการยังอยู่ในขั้นโคม่า เบื้องต้นยังไม่ได้มีการสอบสวนเนื่องจากยังอยู่ในการดูแลรักษาของแพทย์ หากผู้ต้องหาอาการดีขึ้น สามารถออกจาก รพ.ได้จะควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป

ผกก.สน.คันนายาวกล่าวว่า พนักงานสอบสวนตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5) โทษสูงสุดประหารชีวิต ด้วยพฤติกรรมของผู้ต้องหาจากการตรวจพิสูจน์หลักฐานพบมีร่องรอยการทำร้ายบริเวณท้อง ลำตัว และศีรษะ กับหญิงที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ ตำรวจเข้าใจถึงความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิตที่สูญเสียและมีความโกรธแค้นได้มาที่ รพ.กันหลายคน อยากฝากถึงญาติว่า ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายแล้ว อย่ากระทำการใดทั้งการบุกเข้ามาในโรงพยาบาลหรือการทำร้ายผู้ต้องหา เพราะไม่เช่นนั้นอาจเป็นเหตุให้ถูกดำเนินคดีเสียเอง ทั้งนี้จัดกำลังตำรวจป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีและดูแลความเรียบร้อย

ด้าน น.ส.ธัญชนก สามีพันธ์ อายุ 42 ปี น้าสาวของผู้ตายเปิดเผยว่า ทันทีที่ทราบว่านายภูมิใจถูกจับได้ ตนและญาติพี่น้องที่รวมตัวกันอยู่ที่วัดสัมมา–ชัญญาวาส ถวายสังฆทานพระภิกษุสงฆ์อุทิศบุญกุศลให้ผู้ตายเสร็จพอดี จึงรีบมาที่ รพ.นพรัตน์ ขณะที่เพื่อนของผู้ตายตามมาสมทบจำนวนมาก ทุกคนอยากมาเห็นหน้านายภูมิใจ ทั้งนี้ ยอมรับว่า ไม่ค่อยลงรอยกับนายภูมิใจ เนื่องจากเชื่อว่าโทรศัพท์มือถือของตนที่หายไปนั้น นายภูมิใจอาจจะเป็นคนนำไป แต่พยายามไม่ติดใจ และมองว่านายภูมิใจเป็นญาติคนหนึ่ง แต่ไม่สุงสิงด้วย ส่วนนางพิมพ์พิมล จันทะโมคา แม่ของผู้เสียชีวิตรับไม่ได้กับเหตุที่เกิดขึ้น ไม่อยากเจอและไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับนายภูมิใจอีก

“ไม่ต้องขอขมา ไม่ให้อภัย อยากให้เขาตายแบบทุรนทุราย ยืนยันว่าจะไม่ให้อภัยหรืออโหสิกรรมเด็ดขาด สิ่งที่ทำมันเกินไป” น.ส.ธัญชนกกล่าวด้วยความคับแค้นใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังก่อเหตุนายภูมิใจ หลบหนีไป จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่เวลา 03.00 น. วันที่ 13 เม.ย. นายภูมิใจเดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ทะเบียน 7 กย 439 กรุงเทพมหานคร ไปจอดทิ้งไว้หน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนสังฆสันติสุข แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. จากนั้นเรียกรถแท็กซี่ แล้วพบว่านายภูมิใจได้ซื้อยาเบื่อหนู 4 ซอง จากร้านค้าใกล้จุดที่พบตัว ก่อนเดินกินยาเบื่อหนูตั้งแต่คลองพังพวยไปถึงอู่รถเมล์ ถนนแฮปปี้แลนด์สาย 2 กระทั่งมีคนพบร่างนายภูมิใจดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานจากฤทธิ์ยา

ล่าสุด เมื่อเวลา 21.00 น. พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า เมื่อช่วงหัวค่ำหลังจากนายภูมิใจพ้นขีดอันตรายแล้ว ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คันนายาว คุมตัวจาก รพ.นพรัตน์มาสอบสวนที่ สน.คันนายาว โดยนายภูมิใจให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าผู้ตายจริง สาเหตุมาจากปัญหาทะเลาะ เบาะแว้งกับภรรยาอย่างหนักถึงขั้นภรรยาหนีไป ด้วยความเครียดประกอบกับทราบว่าผู้ตายเป็นบุคคลที่ภรรยารักมากที่สุด จึงใช้ค้อนที่วางอยู่ในบ้านทุบตีผู้ตาย โดยที่ผู้ตายไม่ได้ต่อสู้ขัดขืน หลังสอบปากคำเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ให้นายภูมิใจนอนพัก เนื่องจากยังมีอาการอ่อนล้า จะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งในวันที่ 14 เม.ย.นี้ พร้อมคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ่อเลี้ยงโหดค้อนทุบลูกเลี้ยงกินยาเบื่อหนูฆ่าตัวตายทะเลาะเมียสน.คันนายาวข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้