เลขาฯ ป.ป.ส.ย้ำ กัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษ ผู้ใดครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย ชี้ จำเป็นต้องดำเนินคดีกับมูลนิธิข้าวขวัญ ยัน ไม่มีการเมืองเกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและการปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) แถลงข่าวชี้แจง กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ส. เข้าตรวจสอบที่ทำการของมูลนิธิข้าวขวัญใน จ.สุพรรณบุรี หลังทราบเบาะแสว่า มีการปลูกต้นกัญชา ซึ่งผลการตรวจสอบพบต้นกัญชากว่า 200 ต้น น้ำมันสกัดจากกัญชา 20 ลิตร กัญชาบดผง 500 กรัม และอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย โดยแจ้งข้อหาผลิตและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1-2 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้มีการแพร่ภาพและเนื้อหาทางสังคมออนไลน์ว่า มีการแจกนำ้มันสกัดจากกัญชาให้กับประชาชน เพื่อไปใช้รักษาอาการเจ็บป่วยที่ จ.พิจิตร และ จ.ลพบุรี ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและพบว่าเป็นเรื่องจริง และต้นตอมาจากมูลนิธิดังกล่าว จึงได้สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทั่วไปว่า กัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย การผลิต ครอบครอง ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น จึงหลีกเลี่ยงมิได้ที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหาไปตามกฎหมาย การที่จะผลิต ครอบครอง หรือเสพ ต้องได้รับอนุญาตเสียก่อน เพื่อให้ได้รับการยกเว้น ผู้ที่มีไว้ในความครอบครองเพื่อให้ได้รับการยกเว้นโทษจะต้องปฏิติตามเงื่อนไงที่กำหนดก่อน โดยผู้ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายต้องยื่นขออนุญาต หรือกรณีผู้ป่วยและบุคคลอื่นหากมีไว้ไนความครอบครองโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดทุกกรณี กระทั่งเกิดกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า เป็นการกลั่นแกล้งของทางเจ้าหน้าที่หรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติไปตามกรอบของกฎหมาย.