"ลวงยังไง ได้เงิน 200 กว่าล้าน" แฉกลโกง 4 มิจฉาชีพเล่นละครตบตานาน 4 ปี

Share :
line-share-logo

โชว์ผลงานจับกุมเป็นรายวันจริงๆ สำหรับกองบังคับการปราบปราม ทั้งคดีค้างเก่าทั่วประเทศ อาชญากรรมร้าย ลักวิ่งชิงฆ่า ยาวไปจนถึงแก๊งมิจฉาชีพภัยร้ายทำลายสังคม ภายใต้การนำทัพของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กับมาตรการเด็ดขาด กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคดีล่าสุดที่ทำเอาคนไทยทั้งประเทศถึงกับต้องอึ้ง โดยการวางแผนจู่โจมจับกุมของ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. จัดตำรวจ 4 ชุด รวบแก๊งผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงระดับชาติได้พร้อมกัน 4 ราย 4 สถานที่ ภายในวันเดียวกัน 

จิตวิทยาหมู่ รวมหัว เล่นละครสร้างความน่าเชื่อถือ 

แผนการต้มตุ๋นคดีดังกล่าว ถูกสร้างตัวละครขึ้นมา 4 ตัว เพื่อตบตา "ผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 59 ปี" สาวใหญ่โปรไฟล์ดี ที่เพิ่งจะได้เงินจากการขายที่ดินย่านนนทบุรี แนวการก่อสร้างรถไฟสายสีม่วง มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ละครบทที่ 1 เริ่มขึ้นจาก เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมาได้มีคนสนิทของเหยื่อ แนะนำให้รู้จักกับ น.ส.สุภิช นิมิตนิวัช อายุ 61 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 ก่อนจะใช้แนวทางจิตวิทยาหมู่ร่วมกันพูดจาเป่าหูแต่งเรื่องโน้มน้าวให้เหยื่อสาวใหญ่ที่เพิ่งได้รับเงินจากการขาย หลงเชื่อตายใจ

จากนั้นผู้ต้องหาได้ร่วมกันกุเรื่องว่า น.ส.ผาณิตา นารถไพรินทร์ อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาคนที่ 2 กำลังจะได้มรดก 1,000 ล้านบาท จากแพทย์หญิงรายหนึ่ง ที่เสียชีวิตจากการถูกระเบิดจากเหตุการณ์ไม่สงบใน จ.ยะลา และ น.ส.ผาณิตา มีสิทธิ์รับมรดกแต่เพียงผู้เดียว ก่อนจะเล่นละครหลอกฉกเงินเหยื่อ โดยการอ้างว่า น.ส.ผาณิตา ไม่มีเงินค่าใช้จ่ายในเรื่องการคืนมรดก จำนวน 235 ล้านบาท

“เป็นการพูดคุยสร้างบทละคร ที่ทำให้เหยื่อสาวใหญ่เจ้าของเงินหลงเชื่ออย่างสนิทใจ หลอกล่อโน้มน้าวด้วยเงิน 300 ล้านบาท โดย น.ส.สุภิช ผู้ต้องหาคนที่ 1  ชักชวนเหยื่อร่วมกันหาเงิน ไปให้ น.ส.ผาณิตา ผู้ต้องหาคนที่ 2 หยิบยืม จำนวน 50 ล้านบาท เมื่อได้เงินมรดกมาแล้วจะให้เงินค่าตอบแทนในการยืมสูงถึง 300 ล้านบาท บวกอีก 50 ล้านบาทที่ยืมมานั้น เท่ากับว่าผู้เสียหายจะได้เงินค่าตอบแทนครั้งนี้สูงถึง 350 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งผู้ต้องหาเองพยายามเจรจาหว่านล้อมขอให้เหยื่อนำเงินมาช่วยเหลือเป็นระยะๆ" พล.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ให้ข้อมูลกับเรา 

ส่งนกต่อปลอมตัวเป็นทหาร ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ 

"ท้ายที่สุด เหยื่อก็ต้องหลงกับดักกลลวงของมิจฉาชีพ ตายใจให้เงินผู้ต้องหาไปครั้งแรก 5.2 แสนบาท และครั้งที่สอง จำนวน 5.2 แสนบาท ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาได้ตีเช็คเงินสดมาให้ผู้เสียหายไว้เพื่อเป็นหลักประกัน แต่กลับดักคอไว้ว่า "อย่าเพิ่งนำเช็คไปขึ้น".... ประโยคนี้เองทำให้ผู้เสียหายระแวงว่าอาจถูกหลอก จึงโทรศัพท์กลับไปสอบถาม น.ส.สุภิช ผู้ต้องหาคนที่ 1 เพื่อทวงถามความจริง ต่อมา น.ส.สุภิช ผู้ต้องหาคนที่ 1 จึงให้ผู้เสียหายโทรศัพท์ไปหา นายชัยชนะ จันทรา อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาคนที่ 3 พร้อมอ้างตัวเป็นนายทหารยศพันโท" 

เหตุนี้เองทำให้เหยื่อเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจและเกิดอาการสับสน จนทำให้ผู้ต้องหาต้องพยายามหาหลักฐานมาตอกย้ำความน่าเชื่อถือ ด้วยการอ้างอิงไปสู่ตัวละครที่ 4 พร้อมพูดระบุว่า "ถ้าไม่เชื่อจะให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลพินัยกรรม โทรศัพท์มาพูดคุยและอธิบายเรื่องต่างๆ พร้อมพูดจาหว่านล้อมต่างๆ นานา ว่ามรดกดังกล่าวมีอยู่จริง".. ต่อมาผู้เสียหายจึงได้พบกับ น.ส.มาริษา โสมบ้านกรวย อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาคนที่ 4

"เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ เธอจึงรับบทเล่นเป็นนายทหารยศร้อยโท ทำให้เหยื่อหันกลับมาตายใจได้ยาวนานกว่า 4 ปี นอกไปจากนี้ ในระยะเวลา 4 ปี ยังยอมโอนเงินเพิ่มไปให้กับกลุ่มผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 597 ครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 232,910,617 บาท” พล.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ให้ข้อมูลเพิ่มเติม 

4 ราย จับได้ในวันเดียวกัน สั่งยึดบ้าน 11 หลัง - รถหรู 7 คัน

เมื่อความจริงค่อยๆ กระจ่างชัดเจน เหยื่อเริ่มรู้ตัวย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด จนกระทั่งทราบความจริงว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ถูกสร้างเรื่องหลอกยาวเป็นมหากาพย์ จึงเดินหน้าเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครปฐม ต่อมา พล.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช เรียกกำลังตำรวจนั่งหัวโต๊ะวางแผน พร้อมส่งชุดทำงานของ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. ลงพื้นที่หาข่าวสืบสวนจับกุมให้ได้ภายในวันเดียวกัน 

"เราจับกุมผู้ต้องหา 4 รายได้ใน 3 พื้นที่ คือ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี, อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งสามารถรวบได้ในวันเดียวกัน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันสร้างเรื่องเล่นละครหลอกเหยื่อจริง เงินที่ได้มาทั้งหมดแบ่งเป็น 4 ส่วน ซื้อทรัพย์สิน ตรวจสอบว่าซื้อรถ 11 คัน บ้าน 7 หลัง และใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งทางตำรวจจะทำการยึดทรัพย์สินทั้งหมด พร้อมกับติดตามส่วนที่เหลือกลับคืนให้ผู้เสียหาย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น" พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. กล่าว

แม้จะระแวงแต่หลงเชื่อใจ เพราะความโลภ "เงินสามารถต่อเงินได้จริง" 

"ที่ผ่านมาเหล่ามิจฉาชีพได้สร้างสถานการณ์ และหลอกลวงหลายรูปแบบ ความสูญเสียประเมินค่าไม่ได้ และกลุ่มแก๊งเหล่านี้ จะรวมตัวกันเป็นกระบวนการ หาข้อมูลเข้าตีสนิทเหยื่อที่มีกำลังทรัพย์คุ้มค่ามากพอกับการลงทุนหลอกลวง อยากให้ทุกท่านตรวจสอบข้อมูลจนแน่ชัดว่าไม่ตกอยู่ในกระบวนการของใคร จนหลงกลเชื่อใจ ยอมโอนเงินให้มูลค่ามหาศาล ในห้วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กองปราบปรามเดินหน้ากวาดล้างจับกุมมิจฉาชีพเหล่านี้หลายกลุ่มแก๊ง ทั้งรวมตัวกันมาสร้างเรื่องหลอกลวง ซึ่งเหยื่อไม่สามารถรู้เท่าทัน โดยเฉพาะผู้ที่แอบอ้างเป็นทหาร หรือตำรวจ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนที่จะหลงเชื่อกระทำการใดๆลงไป" พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. กล่าวทิ้งท้าย

อ่านเพิ่มเติม...