king10
Thairath Logo
กีฬา

เส้นทางชีวิต "อุ๊ หฤทัย" ชนะเลือกตั้ง นอนคุก 2 คืน ทำค่ายมวย อวดเจอภาพแวนโก๊ะ

Share :
line-share-logo

ชื่อของ #อุ๊หฤทัย เป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่เธอออกมาโพสต์ท้าทาย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อย่างเผ็ดร้อน ด้วยการระบุว่า “ปิยบุตรอยู่ไหน ขอท้าออกมาพูด จะได้รู้ว่านรกมีจริงในการดีเบต”

(อ่านข่าว : เปิดใจที่แรก “อุ๊ หฤทัย” สอนมวย ประชาธิปไตยหลอกเด็ก ท้าชนปิยบุตร อย่าหดหัว)

หากย้อนเส้นทางชีวิตของศิลปินคนดังท่านนี้ ก็จะพบว่า ชีวิตเธอโลดโผนไม่น้อย และสับแหลกทุกเรื่องที่เธอมองว่า เป็นสิ่งไม่ดี(ในสายตาเธอ) ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงชีวิตของอุ๊ หฤทัย ศิลปินรสปากแซ่บ ด่าการเมืองไม่สนหน้าใคร ชีวิตเธอจะเป็นอย่างไร เราพาไปดู...

ฝันเป็นครูศิลปะ จบช่างศิลป์ ร้องเพลงกลางคืน

หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ อุ๊ เธอเป็นศิลปินนักร้องวัย 44 ปี เคยมีความฝันอยากเป็นครูสอนศิลปะ หลังจบ ม.3 จึงมุ่งหน้าเรียนต่อในวิทยาลัยช่างศิลป์ จนจบชั้นปวช. แต่ทว่าเธอกลับพบความฝันชิ้นใหม่ นั่นคือการร้องเพลง

ก่อนที่ อุ๊ หฤทัย จะก้าวเข้าสู่โลกดนตรีอย่างจริงจัง เธอเริ่มจากการร้องเพลงในร้านอาหารตอนกลางคืนตั้งแต่อายุ 18 จนกระทั่งมีใครต่อใครจากค่ายเพลงเล็กใหญ่มากมาย มาแจกนามบัตรให้เธอ เพื่อชักชวนไปทำเพลง และสุดท้าย เธอตัดสินใจรับคำเชิญชวนจากป้อม อัสนี โชติกุล 

อุ๊ จึงเดินหน้าเข้าสู่วงการเพลงเมื่ออายุ 18 ปี และปี 2540 ได้ออกเทปครั้งแรก ในนามของวง เปเปอร์แจม ซึ่งเธอทำหน้าที่นักร้องนำ และหลังจากนั้น อุ๊ก็ก้าวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว มีอัลบั้มใหม่ๆ มาให้แฟนๆ ได้ฟังอย่างต่อเนื่อง

พักไมค์ไปลุยธุรกิจมวย

ขณะที่ ช่วงหลังๆ งานเพลงของอุ๊เริ่มน้อยลง เธอจึงมีมุมมองชีวิตในมุมอื่นๆ จนได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศของศิลปะมวยไทยที่ "ค่ายลูกเจ้าแม่เข็มทอง" จนในที่สุด เธอตัดสินใจเข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัว

หลังที่ อุ๊ หฤทัย โด่งดังในเส้นทางบันเทิง สะกดผู้คนด้วยน้ำเสียงทรงพลังและมีเอกลักษณ์ เธอก็ทำให้หลายคนแปลกใจ เมื่อเธอโดดเข้าไปช่วยงานในค่ายมวยไทย “ลูกเจ้าแม่เข็มทอง” ซึ่งเป็นกิจการของลุงของเธอ จนมีกระแสข่าวลือ และความกังวลจากแฟนคลับของเธอว่า อุ๊จะทิ้งไมค์ลาเวทีร้องเพลงแล้วหรือ? เป็นไปได้ไหมว่าเธอเบื่อหน่ายวงการแล้ว?

ครั้งหนึ่งมีนักข่าวตามไปหาถึงค่ายมวย เพื่อถามถึงเหตุผลที่เธอตัดสินใจพลิกบทบาทตัวเอง โดยครั้งนั้น อุ๊ นักร้องคนดัง ได้ตอบว่า ค่ายมวยแห่งนี้ไม่ใช่ค่ายใหญ่ เหตุผลที่ทำเพราะอยากทำ ไม่ได้หวังกำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่อยากให้คนไทยหันมาสนใจมวยไทยมากกว่านี้

เลือดการเมืองแรงกล้า มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

อุ๊ เคยบอกเล่ากับนักข่าวเมื่อปี 2544 ว่า “ช่วงพฤษภาทมิฬ อุ๊เป็นคนหนึ่งที่โดนจับ ถูกขังคุกตั้ง 2 คืน ช่วงนั้นเรากับเพื่อนๆ ช่างศิลป์ก็รวมตัวกันแล้วก็ไปประท้วงกับเขาด้วย ตอนนั้นก็ไปเป็นกลุ่มๆ แพ็กกระเป๋าไป กะไปร่วมชุมนุมกับเขาเลย แต่วันที่เขาใช้กำลังทหารสลายการประท้วง อุ๊กับเพื่อนๆ กระจัดกระจายไปคนละทางเลย อุ๊เลยถูกจับคนเดียว" (อ้างอิงจาก นสพ.สยามรัฐ. (2544) อุ๊ หฤทัย ในคืนธรรมดา กับแง่มุมชีวิตที่ไม่ธรรมดา).

อุ๊ ลงการเมือง เข้าวิน ส.ข.

สนามการเมือง ส.ก.(การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร) และ ส.ข.(การเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร) ในปี 2549 เหล่าคนดังในวงการบันเทิง กระโดดลงมาเล่นการเมืองกันหลายต่อหลายคน โดยเป็นทั้งตัวเต็งและไม่เต็ง ไม่ว่าจะเป็น บิลลี่ โอแกน (ลงสมัคร ส.ก.เขตพระโขนง), หลุยส์ อัมรินทร์ สิมะโรจน์ (ลงสมัคร ส.ก.เขตบางพลัด), อั๋น ภูวนาท คุนผลิน (ลงสมัคร ส.ก. เขตวังทองหลาง) และตลกดัง ดี๋ ดอกมะดัน (ลงสมัคร ส.ก.เขตห้วยขวาง) แต่ทุกคนสอบตกหมด

ยกเว้นนักร้องหญิง "อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี" ที่ลงสนามในนามพรรคประชาธิปัตย์ และเธอสอบติด ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 ส.ข. เขตพระโขนง ด้วยคะแนน 14,069 คะแนน กระทั่ง ต่อมาในปี 2553 เธอได้รับเลือกให้เป็น ส.ข. เขตพระโขนง เป็นสมัยที่ 2 อีกครั้ง ด้วยคะแนน 16,213 คะแนน

อุ๊ บอก เจอภาพแวนโก๊ะ

ราว 10 เดือนก่อน อุ๊ หฤทัย เคยสร้างเสียงฮือฮาไปทั่วประเทศ เพราะ อุ๊ หฤทัย ได้ออกมาเปิดเผยว่า เธอมีภาพวาดต้นไม้เขียนด้วยสีน้ำมันไว้ในการครอบครอง ซึ่งพิสูจน์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และพบว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าอายุนับร้อยปี ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าเป็นภาพวาดของ "วินเซนต์ แวนโก๊ะ" จิตรกรชื่อก้องโลก โดยมีการประเมินราคาว่า ถ้ามีการซื้อขายจะตกที่ 3 พันล้านบาทกันเลยทีเดียว หากเป็นภาพจริงๆ ของ วินเซนต์ แวนโก๊ะ

ในครั้งนั้น อุ๊ มีความมั่นใจในภาพดังกล่าวกล่าวอย่างมาก ดังจะได้เห็นในบทสัมภาษณ์ว่า “เราวิจัยสำเร็จในประเทศไทย(ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือ สทน.) คือ เราไขปริศนาของภาพวาดได้ มั่นใจมากล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะ”

เมื่อถูกถามว่าภาพนี้ได้มาอย่างไร อุ๊ ตอบว่า “ภาพนี้ซื้อมาในปี 2555 ตอนนั้นเริ่มจะทำบ้าน ก็เลยไปซื้อของแต่งบ้าน ก็ไปร้านเฟอร์นิเจอร์ขายของเก่าที่นำเข้ามาจากยุโรป ก็จะมีของตกแต่งและภาพวาดเก่าด้วย มันถูกทิ้งเพราะกรอบรูปไม่สวย พ่อค้าจะคัดแยกภาพที่มีกรอบสวยๆ ขายราคาจะแพง ส่วนภาพที่อยู่เป็นกองคล้ายกองขยะจะไร้ค่า เพราะไม่มีคนซื้อ พี่ไปเหมามา มีหลายภาพที่สวย พี่เรียนประวัติศาสตร์ศิลปะ และเรียนวาดภาพมาก็พอจะแยกแยะภาพได้ พี่จะรู้ว่างานเหล่านั้นเป็นงานที่มีคุณค่า เพียงแต่คนทิ้งขว้าง ก็ซื้อมาเป็นกองๆ หลักหมื่นบาท ภาพนี้ซื้อมา 1,000 บาท”

โดยหลายปีที่ผ่านมา อุ๊ หฤทัย ได้ส่งภาพต้นไม้ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ให้พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะตรวจสอบแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่ได้รับการรับรอง จากนั้น บีบีซีไทย ได้ติดต่อสอบถามไปยังพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ ซึ่งได้ยืนยันว่า เคยปฏิเสธภาพเขียนนี้ และบอกกับหฤทัยว่าภาพดังกล่าวไม่ใช่ผลงานของวินเซนต์ แวนโก๊ะ (อ้างอิงจาก บีบีซีไทย. (2561) เส้นทางพิสูจน์ "ภาพแวนโก๊ะ" ของ อุ๊ หฤทัย. https://www.bbc.com/thai/thailand-44304663).

ล่าสุด เธอยังจวกปมการเมืองยับ
ชาวเน็ตบางคนตบเข่าฉาด บางคนหัวร้อน
และดูเหมือนเธอจะยังไม่หมดแรงง่ายๆ... 



อ่านเพิ่มเติม...
อุ๊ หฤทัยประวัติ อุ๊ หฤทัยหฤทัย ม่วงบุญศรีอุ๊ ปิยบุตรข่าวร้อนข่าวทั่วไป