คนเขียนมาเล่าว่า เคยเห็นข่าวเรื่องมาเฟียที่เข้ามาเรียกเก็บค่าจอดรถที่บริเวณด้านหลัง รพ.ศิริราช ข้างหลวงพ่อโบสถ์น้อย หลังจากหลายหน่วยงานเข้าจับกุมขึ้นป้ายตัวโตๆว่าจอดฟรี ถ้ามีใครมารีดไถให้โทรศัพท์ไปแจ้งที่เบอร์นั้นเบอร์นี้คงเป็นผู้เกี่ยวข้องในการจัดการ แต่สำหรับป้ายวันนี้ไม่มีอยู่แล้ว
คนขับรถหลายร้อยคัน หลายร้อยคนหลงใหลได้ปลื้มที่ว่าต่อไปนี้คงไม่มีพวก “ทำนาบนหลังคน” ทั้งที่เป็นที่สาธารณะ (รถไฟ) และการรถไฟเองก็ยืนยันเป็นอย่างแน่นอนว่า ที่ทั้งหมดไม่ให้ใครเช่า และไม่มีนโยบายให้ใครไปเก็บค่าจอดรถ
ไม่โยนไปโยนมาให้ตำรวจ
บทสรุปของผู้ที่มาติดต่อโรงพยาบาลศิริราช หมอ พยาบาลและญาติคนไข้แฮปปี้ เพราะไม่มีรีดไถ แต่ไม่นาน “มาเฟีย” กลับมาเหมือนเดิม เก็บแพงกว่าเก่าอีกเท่าตัว แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบที่ใช้ที่ข้างรั้ววัดอมรินทรารามที่ยาวเป็นชายธง ไม่น่าจะเกิน 1,000 ตารางเมตร
อ้างสิทธิ์ประมูลโดยไม่มีการประกาศขายซองเพื่อเปิดประมูล และการเช่าที่ดินของรัฐ ดูยังไงๆที่ดินที่ได้รับการประมูล เพราะพื้นที่จริงเป็นเศษเสี้ยวน่าจะจอดได้ 20-30 คันเป็นอย่างมาก
แต่ อ้างสิทธิตลอดเวลาว่า ที่ทั้งหมดและรถที่จอดหลายร้อยคันเป็นของตนและบริษัท
ที่สำคัญยืดอกพกใบเสร็จ เก็บกราวรูดรถทุกคันที่เข้ามาหา
ที่จอดบริเวณนั้นคันละ 60 บาท แต่ต้องจ่ายเบื้องต้น 100 บาท ถ้าจอดเกินเวลาที่กำหนด แต่เกินไม่เกิน เสียค่าจอดร้อยบาททุกคัน ไม่เคยได้รับเงินทอน ที่สำคัญฟุตปาทเป็นของพวกนี้หมด
คนที่ร้องบอกว่า เคยไปสอบถามตามภาษาตรงนั้นมีรายได้จากเก็บเงินจอดรถไม่ต่ำกว่าวันละสี่หมื่นบาท ทั้งๆที่ทำสัญญาไว้กับการรถไฟไม่เกินพันตารางเมตร เรื่องนี้การรถไฟเจ้าเก่า ไม่รู้ว่าจะออกมาพูดยังไง เพราะว่ารีดไถลุกลามเข้าไปในวัดวา
ที่ดินใต้สะพานก็งุบงิบ
อ้างว่าประมูลมา การประมูลที่ดินของรัฐต้องกำหนดว่าจะให้เก็บเงินเท่านั้นเท่านี้ แต่การแข่งขันจะต้องไม่มีการแอบงุบงิบฮั้วกันบริษัทเดียว
ชาวบ้านเลยกลายเป็นเหยื่อ และเป็นโอกาสทองของมาเฟียกับพวกขี้ฉ้อเข้ามาเก็บผลประโยชน์ผู้ที่มีหน้าที่ลงมาตรวจสอบดูอีกทีจะเป็นไร ชาวบ้านตาดำๆคงไม่กล้าขออะไรมากใน ยุคข้าราชการภิวัตน์ ถ้าไม่ช่วยกันต้องจ่ายเพิ่ม นี่คือแผ่นดินอันงดงามในยุค คสช.
ชาวบ้านเลยโดนล่อรายวัน.
“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th