ข่าว
100 year

เพิ่มอำนาจการสอบสวนคดี ติดดาบเทศกิจหลังโอนจราจรให้ กทม.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 มี.ค. 2562 08:01 น.
SHARE

จากที่ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่ยกร่างขึ้นใหม่ กำหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจหน้าที่ ในส่วนที่ไม่ใช่หน้าที่หลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เช่น การจัดการจราจรในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งจะถ่ายโอนภารกิจมาให้ กทม. ดำเนินการภายใน 5 ปี หลังกฎหมายมีผลบังคับ ซึ่งขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กทม.ได้จัดโครงการฝึกอบรมการสอบสวนและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่เทศกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในการเตรียมความพร้อมการรับโอนภารกิจ “รายงานวันจันทร์” ได้ไปพูดคุยกับ ผอ.สำนักเทศกิจ จิรวัตน์ แพงมา เกี่ยวกับเรื่องนี้

ถาม-สำนักเทศกิจเตรียมความพร้อมรองรับการรับถ่ายโอนภารกิจด้านงานจราจรจาก สตช.อย่างไร

จิรวัตน์-กทม.ได้เตรียมความพร้อมด้านเจ้าหน้าที่ เช่น การจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เทศกิจ เกี่ยวกับการสอบสวนและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้เทศกิจรวมถึงนิติกรที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน รวมถึงส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่เทศกิจใช้อำนาจได้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย เข้าใจในวิธีการสอบสวน การจัดการสำนวนการสอบสวนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

การจัดการอบรมแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกระหว่างวันที่ 6–8 มี.ค.62 และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 11–13 มี.ค.62 ผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ เจ้าพนักงานเทศกิจระดับชำนาญการพิเศษ ระดับชำนาญการ ระดับปฏิบัติการ และนิติกร มีวิทยากรจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 และ สตช.มาบรรยายให้ความรู้ ทั้งนี้ ภายหลังการจัดอบรมดังกล่าวเสร็จสิ้น กทม.โดยสำนักเทศกิจ จะจัดอบรมการสอบสวน และการให้ความรู้การบังคับใช้อย่างเข้มข้นอีกครั้ง

ถาม-ภายหลังการรับโอนภารกิจงานจราจร บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

จิรวัตน์-การถ่ายโอนงานด้านจราจรมายัง กทม. จะมีการโอนภารกิจงาน ประกอบด้วย งานอำนวยความสะดวกในการจราจร อาทิ ให้สัญญาณมือจราจรบนท้องถนน (โบกรถ) งานด้านการประชาสัมพันธ์ ดูแล กวดขันไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร การบังคับใช้กฎหมายจราจร เฉพาะกรณีผู้ที่ฝ่าฝืนจอดรถในที่ห้ามจอด กทม.ออกใบสั่งแทนตำรวจได้ และการรับโอนอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนผู้กระทำความผิด

ทั้งนี้ ภายหลังกฎหมายบังคับใช้ จะมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจเป็นพนักงานสอบสวน สามารถสอบสวนผู้กระทำความผิดได้ ตามกฎหมายที่ กทม.ดูแล หรือตามอำนาจหน้าที่ของ กทม. เช่น การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ฝ่าฝืนขับขี่หรือจอดรถบนทางเท้า ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด 2535 เดิมหากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอมชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่เทศกิจไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ แต่ต้องแจ้งความที่ สน.ท้องที่ที่เกิดเหตุ เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ แต่หากขั้นตอนการโอนภารกิจงานจราจรมา กทม.มีผลบังคับใช้ เจ้าหน้าที่เทศกิจที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานสอบสวนตามกฎหมายประจำตามสำนักงานเขต สามารถเป็นพนักงานสอบสวนได้ โดยไม่ต้องไปแจ้งความที่ สน.ท้องที่ที่เกิดเหตุ เป็นการลดขั้นตอนการทำงาน ซึ่งนอกจากมีอำนาจในการสอบสวนความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ แล้ว ยังสามารถสอบสวน พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับ กทม. เช่น พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ร.บ.การสาธารณสุข.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติการจัดการจราจรกทม.เทศกิจออกใบสั่งกฎหมายจราจรข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้