โยกย้ายมิชอบปกปิดจํานําข้าว
สาวพนักงานวิเคราะห์สินเชื่อ 7 ธ.ก.ส.มีความหวัง หลังยื่นฟ้องรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯกับพวกรวม 4 ราย แต่งตั้งโยกย้ายนอกวาระโดยมิชอบ เพราะพบความผิดปกติของบัญชีการโอนเงินในโครงการจำนำข้าว คดีนี้ครั้งแรกศาลชั้นต้นไม่รับคำฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจแล้วเห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งแก้ให้ศาลชั้นต้นรับคดีไต่สวนต่อไป
ศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอาญาทุจริตรับคดีข้าราชการ สาว ธ.ก.ส. ฟ้องผู้บังคับบัญชา แกล้งย้าย เพราะตรวจพบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวครั้งนี้ เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดฟังคำสั่ง คดีที่ น.ส. ชญาดา ตระกูลรุ่งโรจน์ พนักงานวิเคราะห์งานสินเชื่อ 7 ธ.ก.ส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และ ผจก.ธ.ก.ส. (ในขณะนั้น) นายสมบูรณ์ ดาศรี ผู้อำนวยการฝ่าย กิจการนโยบายรัฐ ธ.ก.ส. นายโชค น้อยศิริ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ธ.ก.ส. นายสุรพงศ์ นิลพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เป็นจำเลยที่ 1-4 เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ คดีนี้ศาลชั้นต้นไม่รับคำฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแก้ให้รับฟ้องไว้ไต่สวน
โดยคดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค.59 จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายโจทก์โดยมิชอบจากตำแหน่งพนักงานวิเคราะห์งานสินเชื่อระดับ 4 ฝ่าย “กิจการนโยบายของรัฐ” ไปดำรงตำแหน่งพนักงานวิเคราะห์งานสินเชื่อระดับ 4 ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ เป็นการย้ายนอกวาระการโยกย้ายตามปกติ โดยจำเลยที่ 2 ได้ปกปิดรายละเอียดบันทึกลับถึงการโยกย้ายดังกล่าว เนื่องจากตำแหน่งเดิมมีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีการโอนเงินของธนาคารให้เกษตรกร และจัดทำบัญชีการโอนเงินในโครงการรับจำนำข้าวเพื่อแจ้งหนี้แก่ องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) ธนาคารได้ดำเนินการรับจำนำข้าวและใบประทวนจากเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาล ซึ่งโจทก์ตรวจพบความไม่ถูกต้องจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
จนโครงการจำนำข้าวเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา มีการเรียกพยานหลักฐานเข้าไปในคดีพวกจำเลยพยายามห้ามโจทก์ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวเปิดเผยข้อมูลความไม่ถูกต้องของบัญชีรับจำนำข้าว บีบบังคับให้โจทก์ปกปิดการทุจริต กดดันเพื่อให้โจทก์ต้องลาออกและหาเหตุให้ถูกออกจากการเป็นพนักงานธนาคาร อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ เหตุเกิดที่แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม. จึงขอให้ศาลลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ โดยศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนแล้วเห็นว่าคดีมีมูลให้ศาลชั้นต้นรับคดีไว้ไต่สวนต่อไปโดยให้นัดพร้อมเพื่อกำหนดประเด็นและพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 6 ส.ค.62 ต่อไป