ผบ.ตร.ขอเวลา 7 วันให้ตำรวจดำเนินการสอบสวน คดีปล้นรถขนเงินที่บิ๊กซี สาย 3 เชื่อน่าจะมีข่าวดี ยอมรับว่าคดีนี้มีความยาก แต่มีความคืบหน้าแน่นอน...
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 ก.พ. ที่ สน.หนองค้างพลู พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าประชุมติดตามความคืบหน้ากรณี 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนและรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะก่อเหตุชิงทรัพย์พนักงานรถขนเงิน BRINKS ได้ถุงบรรจุเงินสดไปจำนวน 7,270,000 บาท เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.50 น. วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประชุมนาน 1 ชั่วโมง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตามที่ทราบกันว่าขณะนี้ผู้ก่อเหตุมีกัน 2 คน มีการแต่งกายและปกปิดรูปพรรณใบหน้าด้วยหมวกนิรภัยมิดชิด ซึ่งจากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า คนร้ายมีสำเนียงการพูดไปทางใต้ จึงเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนต่างถิ่น อีกทั้งพฤติการณ์การหลบหนีค่อนข้างจะสะเปะสะปะ จากประสบการณ์คาดว่าคนร้ายจะต้องหาที่พักกบดานไว้ก่อน ตอนนี้พยานหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุก็ไม่มากพอ เนื่องจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่บางตัวไม่สามารถใช้การได้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับคนร้าย แต่ยังไม่ตัดประเด็นว่าเป็นผู้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อปี 2560 หรือในพื้นที่หัวหมาก ยอมรับว่าคดีนี้มีความยาก แต่คาดว่าต่อจากนี้คงใช้เวลาอีกไม่เกิน 7 วันจะมีความคืบหน้าแน่นอน
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ภาพที่เก็บรวบรวมได้ในที่เกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนทำให้สีรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุอาจจะผิดเพี้ยนได้ ซึ่งจะตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของรถควบคู่กันไป ทั้งนี้ตามระเบียบแล้วทางบริษัทสามารถขอกำลังตำรวจไปสนับสนุนความปลอดภัยในระหว่างขนเงินได้ ซึ่งได้มีการประชุมเรื่องมาตรการกับบริษัทมานานแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเพราะเกิดจากความเคยชินที่ทำให้ขนเงินใส่ถุงออกมาเท่านั้นไม่ได้บรรจุหีบนิรภัยเพิ่มเติม.