เขาบอกว่า อาชีพที่ต้องเสียสละเวลาเพื่อความปลอดภัย บำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน วันหยุดก็ไม่ได้พักผ่อนเหมือนใครเขา เสาร์ - อาทิตย์ ต้องเข้าเวรยาม หนีไม่พ้นอาชีพข้าราชการตำรวจ อาชีพที่อาจไม่ค่อยจะเป็นที่รักของประชาชนสักเท่าไร แต่ใครจะรู้ว่า “เวลา 24 ชม. ที่ผ่านพ้นไป” ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เหล่านี้ใช้เวลาหมดไปกับภารกิจประจำวันของบ้านเมือง

"ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” เปิดชีวิตรักของนายตำรวจระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 ราย ซึ่งกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าดาราหนัง ซุปเปอร์สตาร์ เพราะประชาชนรู้จักกันทั้งประเทศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข อดีต ผบช.ปส. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.


"มีเวลากินข้าวกัน แค่ “วันอาทิตย์” ชีวิตครอบครัว จักรทิพย์ ชัยจินดา”

อย่าว่าแต่วันแห่งความรักเลย เพราะ “วันหยุดธรรมดาๆ” ทั่วไปเหมือนใครๆเขาผู้นำระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีภารกิจรัดตัวแทบจะไม่ว่างปลีกเวลาไปใช้ชีวิตประจำวันกับครอบครัวเหมือนใครๆ เขา "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" ผบ.ตร. ปลูกต้นรักกับ ดร.บุษบา ชัยจินดา หรือดอกเตอร์จุ๋ม ตั้งแต่เมื่อครั้งทั้งคู่ศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตกหลุมรักรู้จักกันเพียงแค่ 1 ปี ตกลงแต่งงานกัน ปัจจุบัน ดร.บุษบา ชัยจินดา ดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี มีบุตรชาย 2 คน คือ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา และ ชัยธัช ชัยจินดา

ดร.จุ๋ม เรียนปริญญาโททางรัฐประศาสนศาสตร์ (Public Affair) ที่ Kentucky State University ซึ่งบิ๊กแป๊ะเป็นรุ่นพี่เรียนอยู่ที่นี่แล้ว 1 เทอม บิ๊กแป๊ะหาวิธีตีสนิทด้วยการพูดจากระโชกโฮกฮาก แต่ก็สามารถสานสัมพันธ์รักกันด้วยวิธี เจอหน้าตากันบ่อยๆ ที่มหาวิทยาลัย กระทั่งขอไปกินข้าวที่บ้าน หรือวานให้ดร.จุ๋ม ช่วยทำการบ้านให้ กระทั่งความผูกพันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นกลายเป็นความรักในที่สุด กระทั่งถึงเวลาต้องแยกย้ายกันไปเพราะบิ๊กแป๊ะจบการศึกษา ได้เวลาเดินทางกลับเมืองไทย แต่แต่งงานครองรักกันในที่สุด

“ตอนอยู่ที่อเมริกา ไม่ชอบหน้าเขามากๆ แต่เขาก็มาขอกินข้าวบ้านบ้าง เจอกันที่มหาวิทยาลัยบ้าง ให้เราช่วยทำการบ้านให้บ้าง เราก็ช่วยไม่มากหรอกเพราะเขามีฝรั่งช่วย เราเองไม่เคยมีแฟน ไม่ใช่ไม่มีคนมาจีบ แต่เพราะเราไม่ชอบและก็ตั้งใจว่าถ้ามีแฟน คนนั้นก็คือคนที่เราจะแต่งงานด้วย ส่วนท่าน ผบ. ตอนอยู่อเมริกาก็เป็นนักเรียนเหมือนกันเท่าเทียมกัน อะไรที่ดูเป็นพวกเจ้ายศเจ้าอย่าง มียศศักดิ์ อะไรแบบนี้เราไม่ชอบ คิดแค่ว่าที่เขาไม่มาจ๊ะจ๋าก็น่าจะจริงใจกับเรา อีกอย่างเขาเป็นคนที่มีน้ำใจ หลังจากเรียนจบกลับเมืองไทยทำงานอยู่สักปีนึงก็แต่งงาน”

ภายหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานาน ดร.จุ๋ม เหมือนจะเริ่มเคยชินกับหน้าที่หลังบ้านตำรวจ แม้จะไม่ค่อยได้มีเวลากินข้าวที่บ้านพร้อมหน้ากันนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า ความรัก ความเข้าใจจะได้ลดน้อยลงเลย เพราะใน 1 อาทิตย์ บิ๊กแป๊ะจะหาเวลากินข้าวกับครอบครัว 1 ครั้ง

“ท่านผบ.ตร.เป็นตำรวจนักสืบ ไม่ได้ทำงานแบบ 8 โมงเช้ากลับบ้าน 5 โมงเย็น ก็เลยไม่มีเวลาแน่นอน ต่างคนต่างกินข้าว มีวันอาทิตย์วันเดียวที่จะได้กินข้าวด้วยกัน ผบ.ไม่ค่อยคุยเรื่องงานเพราะท่านบอกว่าความลับของตำรวจที่มีโอกาสรั่วมากที่สุดก็คือรั่วจากเมีย เพราะฉะนั้นเรื่องคดีต่างๆ เขาจะไม่บอก เขาเก็บความลับได้ดีมาก เขาบอกว่าไม่อยากให้เราเป็นห่วง ท่านเป็นคนบู๊และทำงานถึงลูกถึงคน ตอนเป็นผู้กำกับก็ทำงานเหมือนเป็นสารวัตร ตอนเป็นผู้การก็ทำงานเหมือนเป็นผู้กำกับ คือลงรายละเอียด พอเป็นผบ.ตร.เวลามีเหตุใหญ่ๆ ท่านก็ไปคุมเอง เพราะท่านบอกว่าตำรวจรุ่นใหม่ไม่มีประสบการณ์ ท่านจึงไปด้วยตัวเองเพื่อจะได้สอนวิธีคิดวิธีสืบสวนให้กับตำรวจรุ่นน้อง” ดร.จุ๋ม ให้สัมภาษณ์ไว้ในหัวข้อ รู้จักหลังบ้านคนเก่งของ ผบ.ตร. พร้อมเรื่องราวชีวิตรักและบทบาทในครอบครัว

แหมมมม.. ถึงจะไม่ค่อยมีเวลา แต่ยังมีความรักล้นหัวใจ มอบช่อดอกไม้โชว์หวานออกสื่อก็มี อีกทั้งคุณจุ๋มยังเป็นภรรยาทำหน้าที่หลังบ้านได้ดี ออกงานช่วยเหลือสังคมในนาม ผู้หญิงที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบันรักมากที่สุด

ทำงานหนัก "ดีกว่ากินเหล้า ติดผู้หญิง" จากปากหลังบ้าน สมหมาย กองวิสัยสุข

คุณต้อย นุชนารถ กองวิสัยสุข อดีตประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภรรยาสุดรักหนึ่งเดียวของ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข อดีต ผบช.ปส. กับความเป็นครอบครัวที่หลังบ้านพร้อมจะเป็นผู้ตามที่ดี ช่วยเหลือสามีทุกบทบาท ตั้งแต่วันทำงานกระทั่งเกษียณอายุราชการอย่างทุกวันนี้ 


“ตอนแรกไม่รู้เลยว่าแม่บ้าน หลังบ้านเป็นยังไง รู้แค่ว่าสามีเรามีหน้าที่อะไร ทำอะไร ก็มีหน้าที่ส่งเสริม ช่วยเขาตรงนั้น พอพี่หมายไปเป็นผู้การเชียงใหม่ ก็เริ่มรู้แล้วว่า แม่บ้าน ค่อนข้างจำเป็นต้องออกงาน ด้วยความที่ในจังหวัด พี่หมายเป็นเบอร์ 1 คือเป็นผู้การจังหวัด และสองคือเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ต้องเทคแคร์ ดูแลผู้ใหญ่ จึงมีความจำเป็นที่แม่บ้าน จะต้องมีบทบาท ก็เพิ่งจะเริ่ม เมื่อก่อนไม่เคยจะไปยุ่งเรื่องงานแม่บ้านตำรวจเลย……..

...

กระทั่งสามีมารับตำแหน่ง ผบช.ปส. งานมันหนักกว่าผู้การเชียงใหม่ ในฐานะแม่บ้าน งานก็หนักกว่าด้วย เพราะช่วงที่สามี ดำรงตำแหน่งอยู่สอบสวนกลาง ก็เริ่มออกงานแม่บ้าน แต่ ปส.ไม่เคยมีชมรมแม่บ้านเหมือนกองบัญชาการอื่น

"เหมือนที่ปส.จะเป็นประเพณีแบบนี้ ตำรวจที่นี่เหมือนคนไม่มีเมีย เมียๆ เขาก็จะคิดว่าทำไมหน่วยเราไม่มีชมรมแม่บ้านเหมือนหน่วยอื่นที่ได้ออกงาน แต่ทำไมหน่วยนี้ไม่ได้ออกงาน ทำไมสามีไม่เคยให้ไปร่วมงานเลย โน่น นี่ นั่น แต่ด้วยความสนับสนุนของท่านผู้บัญชาการ ทำให้เกิดชมรมแม่บ้านตำรวจนี้ขึ้น ช่วงแรกๆ พี่หมาย จะพาพี่เข้ามา นัดพี่กินข้าว เขาก็บอกลูกน้อง ชวนเมียมากินข้าวด้วยสิ ใครไม่มาก็ช่างนะ แต่พี่จะชวนเมียพี่มานะ เขาก็จะพูดประมาณนี้ พี่ก็มา"

คุณต้อย ยอมรับว่า วันที่ไปก็นั่งคนเดียวจริงๆ ไม่มีใครเอาเมียมาสักคน คงเพราะความเคยชิน แต่พอเริ่มมีแม่บ้าน มีผู้หญิงเข้ามาในที่ทำงานในหน้าที่แม่บ้าน เริ่มเป็นชมรมแม่บ้าน มีงานเหมือนชมรม แม่บ้านตำรวจนครบาลเป็นยังไง เราก็เป็นแบบนั้น

...

"พี่กลายเป็นประธานชมรมแม่บ้านตำรวจปราบปรามยาเสพติดคนแรก ถือเป็นความภูมิใจมาก ถึงท่านผู้บัญการ จะไม่ค่อยมีเวลาให้กับครอบครัว แต่พี่ก็ภูมิใจที่ ท่านทุ่มเททำงานหนักเพื่อความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติ ขออย่างเดียวให้ท่านปลอดภัย พี่เป็นห่วงเรื่องนี้มากกว่า เราเข้าใจ เชื่อใจกัน เราต่างคนต่างทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด พี่อยากให้มองในมุมชีวิตของภรรยาตำรวจ ต้องทำใจ ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาไม่มีวันหยุด เหมือนเรา เชื่อมั้ยมีภรรยาตำรวจมาบ่นให้ฟัง สามีทำงานมากไม่มีเวลาพาครอบครัวไปเที่ยวเหมือนคนอื่นเลย ทำแต่งาน เขาบอกว่า ไม่เคยได้ไปไหน ไม่เคยได้เที่ยวเทศกาล" 

คุณต้อย เลือกที่จะให้คำปรึกษาแม่บ้านตำรวจคนนั้นไปว่า "โชคดีที่สามีคุณเป็นคนดี เขาเป็นคนทำงาน ทำงานกับพี่หมาย ทำงานได้ดี ถึงเขาจะไม่มีเวลาให้คุณ แต่ก็ดีกว่าเขาไปกินเหล้าไม่ใช่เหรอ ดีกว่าเขาไปติดผู้หญิงไปอยู่บ้านเมียน้อยไม่ใช่เหรอ เพียงแต่เขาทุ่มเทกับงาน แล้วคุณจะไปน้อยใจทำไม คุณควรจะภูมิใจด้วยซ้ำ พี่จะบอกเขา แล้วผลงานก็ออกมา ปรากฏดีทั้งนั้นเลย เป็นที่รักของเจ้านาย หรือเราจะให้แต่เขาพาเราไปเที่ยว ไม่ทำงานเลย แล้วเขาจะมีชีวิตที่เจริญเติบโตหรือคะ" 

"ยกสามีให้หลวง" อายุครบ 60 ปี จะพากันไปใช้ชีวิตที่สงขลา ภรรยา สุรเชษฐ์ หักพาล   

"เวลาที่กุ๊บไม่ได้อยู่ด้วยกันกับเขา กุ๊บก็ไม่เคยคิดที่จะระแวดระวัง เรื่องที่เขาจะไปมีคนอื่น หรือเผลอนอกใจเราเลย เพราะคบกันมาจนจะ 30 ปี เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย รู้จักหน้าที่ของตัวเอง หายใจเข้าออกเป็นงานเกือบ 24 ชม. บางวันนอนแค่ 3 ชม. ตื่นมาลุกขึ้นเด้งลงจากเตียงแบบไม่อิดออด อาบน้ำแต่งตัวไปทำงานต่อ หรือบางคืนกลับถึงบ้านตี 3 ตี 4 ก็ยังไม่ได้พัก ต้องเซ็นงานไปจนตี 5 ตื่นอีกที 7 โมงเช้า เรียกว่าเป็นชีวิตประจำวันของเขาเลยก็ว่าได้" 

...

คุณกุ๊บ ดร.ศิรินัดดา หักพาล ภรรยา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หัพาล ผบช.สตม. กับความรักระยะยาว ที่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย จวบจนวันนี้เข้าปีที่ 26 ความรักยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เพราะสามีปฏิบัติกับเธอไม่เคยขาดตกบกพร่อง 

"ไม่รู้สึกน้อยใจเลยค่ะที่พี่โจ๊กไม่ค่อยมีเวลา เพราะกุ๊บเองก็ทำธุรกิจส่วนตัว ทำงานมาตลอดทั้งชีวิต แต่ละวันกุ๊บไม่เคยว่างคิดเรื่องอื่น หรือโทรหา โทรตามพี่โจ๊กมากนัก เพราะหน้าที่หลักของกุ๊บ นอกจากช่วยงานของพี่โจ๊ก ในฐานะแม่บ้านตำรวจแล้ว กุ๊บยังเปิดบริษัท ต้องบริหารคน บริหารองค์กร ให้ขับเคลื่อนเลี้ยงพนักงานได้ และทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เราชอบ เช่น ทำขนม ทำอาหาร และออกกำลังกาย เมื่อไหร่ที่พี่โจ๊กว่างจริงๆ เราก็จะไปทำบุญ ไหว้พระ กินข้าว หรือกลับบ้านที่จังหวัดสงขลา" 

เมื่องานคือชีวิตของสามี คุณกุ๊บ จึงไม่รีรอที่จะให้อิสระปล่อยให้สามี ได้ทำในสิ่งที่ใจรัก โดยที่ตัวเธอเองไม่คิดที่จะอยากเป็นภาระให้หัวหน้าครอบครัวต้องกลับมาคิดกังวล เพราะเข้าใจเสมอว่า งานในหน้าที่ก็หนักพอตัวอยู่แล้ว 

"กุ๊บ ต้องทำตัวให้เบาที่สุด ไม่หาเรื่องทะเลาะหรือทำให้พี่โจ๊กต้องมาปวดหัว ไม่สบายใจ เพราะต่างฝ่ายต่างก็โตเป็นผู้ใหญ่ มันเกินเลยกว่าคำว่าไว้ใจ และเลยจุดที่ต้องสวีตหวานเหมือนวัยรุ่น แต่ก็ต้องยอมรับว่า พี่โจ๊ก เป็นผู้ชายที่อ่อนโยน ไม่เคยลืมวันสำคัญๆ ของชีวิตคู่ เช่น วันครบรอบแต่งงาน วันเกิด และวันสำคัญของครอบครัว ส่วนวันแห่งความรักถ้าเขาว่างก็อาจจะมีเซอร์ไพรส์บ้าง เป็นเขาทั้งนั้นที่ไม่ละเลย และเลือกที่จะปฏิบัติแบบนี้กับเราอย่างเสมอต้นเสมอปลาย"  

แต่สิ่งที่เธอห่วงสามีมากที่สุดในชีวิตคือ เรื่องความปลอดภัย การเดินทาง รถ เรือ อากาศ เพราะอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ จึงคอยภาวนาขอให้เขาเดินทางปลอดภัย และไม่ป่วยไข้ก็พอ 

"อยากให้พี่โจ๊กทำงานให้เต็มที่ ช่วยเหลือประเทศชาติเป็นหลัก ซึ่งจุดที่พี่โจ๊กยืนมีทั้งคนรักและคนเกลียด เพราะเราไม่สามารถทำให้ถูกใจใครทุกคนได้ แต่ขอให้พี่โจ๊กปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ความรักของเราสองคนเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย"