ผู้อำนวยการ รพ.กล้วยน้ำไท แจงกรณีแพทย์หญิงขึ้นเสียงใส่คนไข้ เผยแพทย์มาทำงานวันแรก เป็นคนตรง โผงผาง ล่าสุด รพ.มีมติเลิกจ้างทันที ส่วนคนไข้เสียชีวิตจากไตวาย น้ำท่วมปอด ไม่ได้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง...

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sunee Kaewtangsin ได้โพสต์คลิป ขณะญาติผู้ใหญ่ป่วยหนัก กำลังพูดคุยกับแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา พร้อมข้อความระบุว่า "นี่คือคำพูดของคนดูคนป่วยเหรอ"

โดยเหตุการณ์ในคลิป เป็นช่วงที่แพทย์หญิงซึ่งมาตรวจอาการของคนไข้สูงวัย พร้อมพูดคุยถึงอาการป่วยที่เป็นอยู่ โดยระบุว่า อาการเหนื่อยที่เป็นอยู่ เนื่องจากเลือดเป็นพิษ และไม่สามารถรักษาให้หายได้แล้ว และว่าให้สั่งเสียลูกไว้ได้เลย แม้จะยังไม่เสียชีวิตวันนี้ แต่จะค่อยๆ ไป เนื่องจากเป็นระยะสุดท้าย ตับใหญ่ และท้องโตขึ้นทุกวัน (อ่านข่าว : เสียชีวิตแล้ว ป้าในคลิปหมอขึ้นเสียง ให้สั่งเสียลูกหลาน บอกรักษาไม่หาย)

ล่าสุด นพ.สุวินัย บุษราคัมวงษ์ ผู้อำนวยการ รพ.กล้วยน้ำไท ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นเมื่อ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คนไข้มีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลมานานหลายปี ด้วยอาการของโรคไต และมีแพทย์โรคไตดูแลสม่ำเสมอเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลได้เรียกแพทย์หญิงที่ปรากฏในคลิปมาพบ ซึ่งแพทย์คนดังกล่าวพร้อมรับผิดชอบ ทางโรงพยาบาลจึงมีมติเลิกจ้างทันที และหลังจากที่คนไข้เสียชีวิต ทางโรงพยาบาลได้มีการพูดคุยกับญาติ และช่วยเหลือเยียวยาจนญาติเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว

ส่วนแพทย์หญิงคนดังกล่าวนั้น มาทำงานวันแรก และมีบุคลิกเป็นคนตรง พูดจาโผงผาง เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ ทางโรงพยาบาลจะต้องตื่นตัวในการรับแพทย์นอกเวลา (แพทย์พาร์ทไทม์) และต้องมีการอบรมแพทย์นอกเวลา เกี่ยวกับการให้บริการคนไข้เหมือนแพทย์ประจำของโรงพยาบาล

“การกระทำลักษณะที่ปรากฏในคลิป ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม แม้จะไม่ผิดหลักจรรยาบรรณ แต่ก็ถือว่าไม่ถูกกาลเทศะ ซึ่งแพทย์ควรจะมีศิลปะในการใช้คำพูดให้ดีกว่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางจิตใจที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและญาติ” นพ.สุวินัย กล่าว

ส่วนกรณีที่แพทย์หญิงในคลิปบอกกับคนไข้ว่า คนไข้เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ทาง รพ.ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่มีการวินิจฉัยยืนยันชัดเจน แต่เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตของแพทย์รายนี้เท่านั้น เนื่องจากสาเหตุที่ผู้ป่วยเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา มาจากภาวะไตวายและน้ำท่วมปอด โดยก่อนเกิดเหตุคนไข้มีอาการน้ำท่วมปอด ปวดท้องจากซีสต์ และมีอาการไตวายร่วมด้วย ผู้ป่วยอยู่ห้องไอซียูได้ 3 คืนจึงเสียชีวิต.