ข่าว
100 year

รับตรุษจีนเยาวราชแน่นแห่จับจ่าย “เครื่องไหว้” รับหมูทองแต่ไม่คล่อง (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ก.พ. 2562 05:05 น.
SHARE

ตรุษจีนปีหมูทองคึกคัก ชาวไทยเชื้อสายจีนแห่ซื้อของเซ่นไหว้ในแบบที่ต้องรัดเข็มขัดตามสภาพเศรษฐกิจ โดยราคาของสดของแห้งยังไม่ขยับ ส่วนข้าวของเครื่องเซ่นไหว้ประเภทกระดาษเงินกระดาษทองยอดขายตกฮวบ เหตุทางการขอให้งดเผาในที่โล่ง ด้านกรมการค้าภายในออกตรวจเข้มสินค้าตรุษจีน พบราคาสินค้าส่วนใหญ่ทรงตัวจากปีก่อน ลั่นผู้ค้าห้ามเอาเปรียบผู้บริโภค พบเห็นเอาผิดตามกฎหมาย ขณะที่ ผบ.ตร.สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาดูแลความปลอดภัยประชาชนในทุกมิติ ทั้งระวังมิจฉาชีพ-อัคคีภัย-การเดินทาง

เข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2562 หลายจังหวัดบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แต่มีบางจังหวัดกลับเงียบเหงา โดยเมื่อวันที่ 2 ก.พ. คนเริ่มออกมาจับจ่ายซื้อของสำหรับเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจับจ่ายซื้อของในช่วงเทศกาลตรุษจีน จ.นครสวรรค์ เป็นไปอย่างคึกคัก ชาวไทยเชื้อสายจีนพากันออกมาเลือกซื้อและสั่งจองเครื่องเซ่นไหว้ อาทิ เป็ด ไก่ ผลไม้ รวมถึงสิ่งของจำเป็นต่างๆ ส่วนเสื้อผ้าสีแดงขายดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเสื้อสกรีนรูปหมูและหมูทองเป็นสัญลักษณ์นักษัตรของตรุษจีนปีนี้ ส่วน จ.ขอนแก่น คนไทยเชื้อสายจีนเลือกซื้อของเครื่องเซ่นไหว้ และของขวัญให้กับคนในครอบครัว โดยเฉพาะตลาดสดเทศบาล 1 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ทำให้บรรยากาศ เต็มไปด้วยความคึกคัก ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ ประชาชนทยอยไปซื้อทองรูปพรรณ ภายในร้านทองเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้บรรยากาศร้านทองกลับมาคึกคัก อีกครั้ง หลังจากซบเซามานาน ขณะที่นางเอี่ยวเอ็ง ศุทธกิจไพบูลย์ อายุ 64 ปี ชาว จ.สุโขทัย มีอาชีพทำขนมเข่ง เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีนปีนี้ยอดขายยังไม่ตก มีผู้สั่งจองขนมเข่งเกือบ 200 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 90 บาท แม้ต้นทุนและวัตถุดิบจะเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา

ส่วน จ.นราธิวาส บรรดาร้านค้าภายในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส นำเสื้อสีแดงรวมถึงเครื่องเซ่นไหว้ออกมาจำหน่าย บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าบางตา เนื่องจากเศรษฐกิจฝืดเคืองและมีเหตุการณ์ความไม่สงบ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุร้าย เช่นเดียวกับ จ.ยะลา ร้านค้าต่างๆภายในเขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง เต็มไปด้วยความเงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ระบุว่าราคายางตกทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่สะดุด ขณะที่ พ.อ.ชัยพิพัฒน์ รันสูงเนิน รอง ผอ.รมน.จ.กระบี่ เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวกำลังทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกว่า 100 นาย บริเวณ หน้าประติมากรรมปลาใบ หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ เพื่อคอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน

ส่วนใน กทม.ที่ตลาดเก่าเยาวราช บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าคลาคล่ำไปด้วยชาวไทยเชื้อสายจีนที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องเซ่นไหว้ในประเพณีตรุษจีนกันแน่นขนัด จากการสำรวจพบว่าพ่อค้าแม่ขายในตลาดเก่าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาสินค้าเครื่องเซ่นไหว้ในปีหมูทองทรงตัวถึงกระเตื้องขึ้นบ้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากก่อนหน้านี้ห้างค้าปลีกรายใหญ่ มีการเปิดจำหน่ายข้าวของเครื่องเซ่นไหว้ ดึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และผู้ต้องการความสะดวกในการจับจ่ายไปมากพอสมควร ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ลูกค้าเริ่มคำนึงถึงความเหมาะสมในราคาและปริมาณของสินค้าที่จะจับจ่าย ลูกค้าที่มาจึงมักเป็นกลุ่มเจ้าเก่าและขาประจำเป็นหลัก

สำหรับราคาขายเครื่องเซ่นไหว้ประเภทเนื้อสัตว์ เป็ดพะโล้ตัวละ 450-480 บาท ไก่บ้านต้มตัวละ 600-680 บาท ผู้ค้าชี้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องใช้เป็น หลักในการเซ่นไหว้ ทำให้ยอดขายดีเป็นปกติ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าที่ใช้บริการมาทุกปี คาดว่าใกล้วันไหว้อาจทำส่งไม่ทันเพราะยังคงมียอดสั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก ราคาปรับตัวจากช่วงปกติราว 20-30 บาท ขณะที่ผลไม้สด พบว่าราคาคงที่เมื่อเทียบกับตรุษจีนปีที่ผ่านมาและมียอดขายที่ขยับตัวสูงขึ้น เช่น ส้มสายน้ำผึ้ง กิโลกรัมละ 80-100 บาท สาลี่ 5 ลูก 100 บาท ลูกพลับ 5 ลูก 100 บาท แอปเปิ้ล เกรดเอลูกละ 50 บาท องุ่นพวง 250-350 บาท เช่นเดียวกับขนมเข่งที่ราคาไม่ขยับตัวเนื่องจากลูกค้าซื้อในปริมาณที่ลดลงตามสภาพเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าต่างชี้ว่ายอดขายมากขึ้นกว่าปีก่อน แต่กำไรน้อยลงเนื่องจากวัตถุดิบมีราคาสูง ราคาขนมเทียนอยู่ที่ชิ้นละ 8 บาท ขนมเข่งคู่ละ 20-25 บาท ส่วนของแห้งประเภทต่างๆก็เช่นกัน ยอดขายกระเตื้องขึ้น แต่ราคาไม่ปรับตัวสูง เนื่องจากคนซื้อในปริมาณที่จำกัด เช่นขนมจันอับ ชุดละ 20-50-80 บาท เจฉ่าย 30-35 บาท เป็นต้น

ขณะเดียวกันในกลุ่มผู้ค้าเครื่องเซ่นไหว้ประเภทกระดาษเงินกระดาษทอง และข้าวของเครื่องใช้ ที่ต้องเผาเพื่อเซ่นไหว้เทพเจ้า ต่างพากันได้รับผลกระทบหลังภาครัฐมีนโยบายขอความร่วมมือให้งดการเผาข้าวของต่างๆในช่วงวิกฤติฝุ่นพิษ PM2.5 ร้านค้าต่างโอดครวญไปตามๆกันว่ายอดจำหน่ายลดลงถึง 40-50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผู้ซื้อเกรงว่าการเผากระดาษเครื่องเซ่นไหว้จะส่งผลกระทบกับสภาพอากาศและเพื่อนบ้านจึงงดการซื้อข้าวของในกลุ่มนี้ลงโดยปริยาย ประกอบกับของที่รับมามีราคาสูงขึ้นทำให้กำไรหดไปมาก ทั้งยังติงภาครัฐว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะมลภาวะส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากควันไอเสียรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม ขณะที่ การเผาเครื่องเซ่นไหว้เกิดขึ้นเพียงปีละ 2-3 ครั้ง ไม่ได้มากมายอะไรแก่การออกข่าวว่าจะมีมาตรการแรงทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบไปด้วย

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน หลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ณ ตลาดกรมภูธเรศ เขตสัมพันธวงศ์ว่า ปีนี้ภาพรวมราคาวัตถุดิบปรุงอาหารเจไม่ได้ปรับขึ้นราคา จากปีก่อน ทั้งประเภทอาหารสดและอาหารแห้ง รวมทั้งของเซ่นไหว้ โดยราคาสินค้า ณ แหล่งจำหน่ายบริเวณเยาวราช ตลาดกรมภูธเรศ พบว่า เนื้อสุกรชำแหละ เป็ดสด ไก่สด ราคาจำหน่ายในปีนี้ทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน เช่น ไก่สดทั้งตัว ราคา 65 บาท/ กิโลกรัม (กก.) เป็ดสดทั้งตัว 90-250 บาท/กก.ส่วนอาหารแห้ง สินค้าส่วนใหญ่ราคาจำหน่ายปรับขึ้นลงตามต้นทุน แต่ยังคงใกล้เคียงกับปีก่อน เช่น หมี่ซั่ว ขนาดบรรจุ 400 กรัม/ถุง ราคา 25-36 บาท/ ถุง, เห็ดหอมจีน 350-700 บาท/กก., หน่อไม้จีนแห้ง (ชิ้นส่วนยอด) 450 บาท/กก. ขณะที่ผักสดบางรายการปรับลดลงจากปีก่อน เช่น ผักกวางตุ้ง 30 บาท/กก. ลดลง 5-10 บาท/กก., ผักขม 30 บาท/กก. ลดลง 10 บาท/กก. เนื่องจากปีที่ผ่านมาผลผลิตมีน้อยจากสภาพอากาศแห้งแล้ง แต่ปีนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นปกติแล้ว ด้านผลไม้ ส่วนใหญ่ราคาใกล้เคียงกับปีก่อนเช่นกัน เช่น แอปเปิ้ล (ขนาดใหญ่) 25-40 บาท/ผล, สาลี่น้ำผึ้ง 100 บาท/กก. ส่วนราคาเครื่องไหว้ เช่น ชุดไว้บรรพบุรุษ ชุดเล็ก 80-100 บาท/ชุด, กระดาษเงิน-ทอง ขนาดเล็ก 12-20 บาท/ชุด ไม่ได้ปรับขึ้นราคา

นายวิชัยกล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในออกตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 29 ม.ค.-1 ก.พ.62 ในย่านการค้าที่สำคัญ เช่น ตลาดเยาวราช ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดพรานนก ตลาดมีนบุรี ตลาดเตาปูน พบว่าราคาสินค้าใกล้เคียงกับปีก่อน และไม่พบพฤติกรรมค้ากำไรเกินควร แต่ก็กำชับให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบให้ผู้ประกอบการปิดป้ายราคาจำหน่ายให้ชัดเจน และตรวจสอบเครื่องชั่งตามตลาดสดอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด หากไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ชั่งตวงวัด หรือจำหน่ายราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า หรือพบเห็นการฉวยโอกาส แจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายในโทร.1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หากพบผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องในเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 3-5 ก.พ.นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ได้สั่งการไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมทั้งดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กำชับให้ทุกหน่วยลงพื้นที่ตรวจตราอย่างเข้มงวด และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามอาช-ญากรรมตามสถานที่ ตลาดที่จำหน่ายสินค้าที่นำไปประกอบพิธีเซ่นไหว้ รวมทั้งเฝ้าระวังการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ ธนาคาร ร้านทอง ร้านอัญมณี ร้านสะดวกซื้อ โรงทาน และบริเวณที่มีประชาชนจับจ่ายใช้สอยในวันไหว้ บริเวณสถานที่ที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งจัดสายตรวจในการดูแลความปลอดภัยบ้านที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการต่างๆที่ปิดทำการ เพื่อจะเดินทางไปท่องเที่ยวและพักผ่อนในช่วงเทศกาลวันตรุษจีน พร้อมกำชับตำรวจทุกนายห้ามมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อื่นใดอันมิชอบในวันตรุษจีนอย่างเด็ดขาด

ส่วนการอำนวยความสะดวกและด้านการจราจร พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า ให้ทุกหน่วยจัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือ และระบบการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณที่ประชาชนนิยมเดินทางไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมาก จัดเตรียมเส้นทางรองรับการจราจรที่หนาแน่น ไม่ให้มีผลกระทบต่อการจราจรบนเส้นทางหลัก พร้อมทั้งได้อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการใช้รถและถนนสำหรับประชาชน และจัดเตรียมรถยกไว้คอยช่วยเหลือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือมีสิ่งกีดขวางการจราจร รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง และให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน โปรดใช้ความระมัดระวังจากการหลอกลวงเอาทรัพย์จากกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้วิธีการแอบอ้างในรูปแบบต่างๆ เช่น การเรี่ยไรบุญ การแจกรางวัล หรือการเชิดหัวสิงโต เพื่อขอเรี่ยไรเงินตามบ้าน อีกทั้งขอประชาสัมพันธ์ในเรื่องการสวมใส่เครื่องประดับของมีค่า ไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับ หรือของมีค่าที่มีราคาแพงไปยังสถานที่ท่องเที่ยว หรือวางทรัพย์สินมีค่าไว้ในรถยนต์ เพื่อลดมูลเหตุจูงใจไม่ให้ก่อเหตุอาชญากรรมขึ้นได้ และขอความร่วมมือโปรดใช้ความระมัดระวังในการจุดธูปเทียนและการเผากระดาษตามคติความเชื่อ ควรเผาในที่โล่งแจ้ง และควรดูแลจนธูปเทียนหรือไฟมอดดับเรียบร้อยแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการจุดประทัด ดอกไม้เพลิง ในลักษณะที่อาจก่ออันตรายและสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่น ทั้งนี้ หากต้องการขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุ สามารถแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือโทรศัพท์สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตรุษจีนเยาวราชราคาเป็ดไก่จับจ่ายซื้อของข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้