บอร์ดถอยต่อสัมปทานด่วน 2 แลกหนี้

ข่าว

    บอร์ดถอยต่อสัมปทานด่วน 2 แลกหนี้

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    26 ธ.ค. 2561 05:30 น.

    เลื่อนเสนอคณะกรรมการพีพีพี-สร.กทพ.ยื่น 6 ข้อให้บอร์ดรอบคอบ

    เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) สหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจ (สร.กทพ.) จัดประชุมเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกับผู้รับสัมปทานทางด่วน โดยเชิญนายสุรงค์ บูลกุล ประธานบอร์ด กทพ. นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ กรรมการ ในฐานะหัวหน้าคณะอนุกรรมการเจรจาผู้รับสัมปทาน นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ กทพ. และนายสุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน กทพ. เข้าร่วมชี้แจง และมีสมาชิก สร.กทพ. พนักงาน และลูกจ้าง เข้าร่วมกว่า 500 คน

    นายสุทธิศักดิ์กล่าวว่า ที่มามูลหนี้ของ กทพ.กับผู้รับสัมปทานมี 2 ส่วน คือ มูลหนี้คดีทางแข่งขัน ปี 2542-2543 ศาลตัดสินแล้ว 4,300 ล้านบาท และมีการฟ้องร้องต่อจากปี 2543 จนถึงปัจจุบันบนพื้นฐานปี 2542 กับมูลหนี้ข้อพิพาทการปรับค่าผ่านทาง 61,481.6 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา เอกชนชนะคดีมาตลอด โดยทั้ง 2 ส่วนจะมีข้อพิพาทที่เกี่ยวเนื่องจากมูลหนี้ทั้ง 2 ส่วน มีมูลค่า 75,473.2 ล้านบาท รวมแล้ว 141,273.2 ล้านบาท หักมูลหนี้ข้อพิพาทที่ กทพ.ยื่นฟ้อง 3,757.6 ล้านบาท รวมมูลค่า 137,515.6 ล้านบาท ที่ กทพ.แบกภาระ

    นายปกรณ์กล่าวว่า คณะอนุกรรมการกำหนดกรอบแนวทางการเจรจากับเอกชน บนพื้นฐานของมูลหนี้คดีทางแข่งขัน 4,300 ล้านบาท และข้อพิพาทการปรับค่าผ่านทาง 61,481.6 ล้านบาท เป็นหลักมี 3 ประเด็น คือ 1.การเจรจาทุกสัญญาที่ฟ้องร้องต้องจบ 2.กทพ.ต้องไม่จ่ายเงินสด 3.กทพ.ได้ส่วนแบ่งรายได้เท่าเดิมสัดส่วน 60/40 ถือว่าคณะอนุกรรมการทำหน้าที่เจรจาต่อรองอย่างเต็มที่

    นายสุรงค์ยืนยันว่าการขยายสัมปทานให้เอกชนเป็นเพียงแนวทางหนึ่งเท่านั้น หากพนักงานไม่เห็นด้วยและยืนยันจะต่อสู้ รับความเสี่ยงที่จะอาจจะส่งผลกระทบต่อเงินเดือน โบนัส ขอให้ลงชื่อ และเสนอแนวทางการต่อสู้ว่าจะทำอย่างไร เอาเงินจากที่ไหนมาจ่ายให้เอกชน เพื่อรายงานคณะกรรมการ PPP ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ 26 ธ.ค.นี้ ก่อนเสนอไปตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม เมื่อพนักงานมีข้อเสนออื่นเพิ่มเติม จะให้ กทพ.แจ้งคณะกรรมการ PPP ขอเลื่อนการเสนอเรื่องดังกล่าวออกไปก่อน ระหว่างนี้ให้พนักงานร่วมกันปรึกษาหารือกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกับเอกชนอีกครั้ง

    ด้านนายชาญชัย โพธิ์ทองคำ ประธาน สร.กทพ. กล่าวว่า เนื่องจากการประชุมวันนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ และมีหลายประเด็นที่อยากให้ปรับแก้ไข เพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงเสนอประธานบอร์ด กทพ.ดำเนินการดังนี้ 1.ข้อพิพาทของ NECL ที่ศาลปกครองสูงสุดตัดสินแล้วให้ กทพ.หาวิธีชำระเงินตามความเหมาะสม 2.ขยายสัญญาทางด่วนขั้นที่ 2 ให้ทำตามสัญญาข้อที่ 21 กทพ.ควรนำมาบริหารเองหลังหมดสัญญาปี 2563 3.ข้อพิพาทที่ BEM ฟ้องเรียกค่าชดเชยให้เข้าสู่กระบวนการของศาลทั้งหมด เนื่องจากจำนวนเงินสูง และอัยการสูงสุดเคยแจ้ง กทพ.กรณี BEM ฟ้องการปรับค่าผ่านทางปี 2546 ว่า คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ ไม่อยู่ในขอบเขตของสัญญาที่ไม่สามารถระงับโดยอนุญาโตตุลาการได้ 4.ข้อพิพาท NECL ฟ้องเรียกค่าชดเชยให้เข้าสู่กระบวนการศาล 5.ขอให้ยกเลิก มติบอร์ดวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา และ 6.ยกเลิกเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ PPP วันที่ 26 ธ.ค.นี้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทางด่วนการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกทพ.ค่าผ่านทางค่าทางด่วน

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 11:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์