คงจะหลอนขนหัวลุกกันไปทั่วทั้งประเทศไทย หลังจากข่าวคราวของวิญญาณศพถูกฆ่าหั่นร่างยัดกระเป๋า เมื่อ 6 ปีก่อน ยังคงร้องโหยหวน กระเป๋าเคลื่อนที่ลากไปมาได้เองในโรงพักบางขุนนนท์ จนสื่อนำไปตีข่าว "กระเป๋าผีสิง" ของกลางคดีฆ่าหั่นศพ ปี พ.ศ. 2555 ซึ่งถูกเก็บไว้ที่ชั้น 4 ของโรงพัก ซึ่งแม้คดีสิ้นสุด แต่กระเป๋าก็ยังไม่มีการนำไปทำลาย... เก็บไว้ทำไม ใครเป็นคนให้เก็บไว้ เรื่องราวเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมกระเป๋ายังอยู่ ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ สัมภาษณ์ พ.ต.ท.พรชัย ศรีมูล สารวัตรสอบสวน สน.บางรัก สารวัตรเวรเจ้าของคดีฆ่าหั่นศพที่ สน.บางขุนนนท์ เมื่อปี 2555 พร้อมเปิดเผยที่มาของวิญญาณ ....สรุปแล้วมันมีจริงมั้ย?

 -สยอง! สาวคลั่งฆ่าหั่นศพผัว แยกส่วนยัดกระเป๋า-หัวทิ้งน้ำ-

สุดสยอง สาวคลั่งลงมือฆ่าหั่นศพผัวตัวเอง คาอพาร์ตเมนต์ย่านบางขุนนนท์ ตร.รวบทันควัน เปิดกระเป๋าถึงกับผงะ พบศพถูกหั่นแต่ไม่มีส่วนหัว เจ้าหน้าที่งมในคลองหลังอพาร์ตเมนต์พบถุงศีรษะในสภาพถูกฟันยับ ตร.ควบคุมตัวสอบสวนแต่คุยไม่รู้เรื่อง คาดเมายาเสพติดและอ้างว่าเป็นร่างทรงเทพเจ้า...

ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 7 ต.ค. พ.ต.ต.พรชัย ศรีมูล พนักงานสอบสวน (สบ.2) สน.บางขุนนนท์ รับว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกยัดอยู่ในกระเป๋าเดินทางภายใน อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เมธี รักษ์พันธ์ ผกก.สน.บก.น.7 พ.ต.อ.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล ผกก.สน.บางขุนนนท์ พ.ต.ท.ชนะชัย ไชยทอง รอง ผกก.สส.บก.น.7 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช มูลนิธิร่วมกตัญญู

...

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์ความสูง 9 ชั้น บริเวณชั้น 2 ใกล้ลิฟต์ พบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบเปิดกระเป๋าออกพบถุงพลาสติกขนาดใหญ่แบบมีซิปสีดำลายการ์ตูน พบร่างมนุษย์ถูกห่อด้วยผ้าห่มสีชมพูลายการ์ตูน สภาพศพสวมเสื้อยืดสีน้ำตาล กางเกงขาสั้นสีดำ ที่ข้อมือและข้อเท้าถูกมัดด้วยเชือกฟางพลาสติกสีเหลือง ศีรษะถูกตัดออก ข้อมือทั้ง 2 ข้าง และข้อเท้าขวาหายไป ข้อเท้าซ้ายหวิดขาด ทั้งหมดถูกหั่นด้วยของมีคม และทั่วร่างกายมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมอีกหลายแห่ง ส่วนผู้ต้องหานั้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.พรสุรีย์ ดีแผ่ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 1 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก โดยนำตัวไปสอบสวนที่ บก.น.7

- รปภ. ผงะ! เปิดกระเป๋าเจอชิ้นส่วนศพ -

จากการสอบสวน นายสายัณ นวลพยา อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/4 หมู่ที่ 9 ต.สายลำโพง อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ รปภ.อพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ให้การว่า วันนี้ในช่วงเช้าขณะที่ตนกำลังทำความสะอาดอยู่ที่บริเวณชั้น 7 น.ส.พรสุรีย์ ซึ่งพักอยู่ที่ห้อง 714 ได้เรียกให้ตนไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่นำมากองไว้หน้าห้อง โดย น.ส.พรสุรีย์ บอกกับตนว่า กำลังจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น และบอกให้ตนนำเสื้อผ้าที่อยู่ในกระเป๋าเดินทาง พร้อมถุงใส่เสื้อผ้า ไปแจกจ่ายกับพรรคพวก จากนั้นตนจึงลากกระเป๋าทั้งมาไว้ที่ชั้น 2 ก่อนจะเปิดประเป๋าลากออกดูก็พบชิ้นส่วนมนุษย์ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ด้าน นางบุญส่ง นวลพยา อายุ 48 ปี ภรรยาของนายสายัณ พนักงานดูแลอพาร์ตเมนต์ กล่าวว่า ทั้งคู่มาอาศัยอพาร์ตเมนต์แห่งนี้เป็นเวลา 9 ปีแล้ว โดยฝ่ายชายนั้นทำงานเป็นดีไซเนอร์ ส่วนผู้หญิงไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ปกติจะเห็นผู้ตายแต่งตัวดีมีฐานะ และมักจะฝากให้จักรยานยนต์รับจ้างซื้อเบียร์ไปดื่มกินครั้งละประมาณ 2 ลัง กระทั่งช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นผู้ตายลงมาด้านล่าง เนื่องจากมีอาการป่วยเป็นอัมพฤกษ์ แต่ทางผู้ต้องหาก็ยังสั่งซื้อเบียร์อยู่เสมอ และช่วงประมาณปีที่แล้วได้รับการร้องเรียนจากเพื่อนข้างห้องว่าทั้งคู่นั้นมีปากเสียงกันหลายครั้ง จึงขึ้นไปตักเตือนอยู่เป็นประจำ

- แจ้งย้ายออกกะทันหันไม่ทราบสาเหตุ ผู้ต้องหานำถุงใหญ่ต้องสงสัยทิ้งน้ำ - 

วันที่ 6 ต.ค. 2555 ทางผู้ต้องหาได้มาแจ้งเรื่องขอย้ายออกโดยไม่ได้แจ้งสาเหตุ กระทั่งเมื่อช่วงเช้าตนเห็นผู้ต้องหาแต่งหน้าทาปากแดงเข้มจนน่ากลัว ใส่สร้อยมุกเต็มคอ เกล้าผมมวยและติดดอกไม้ช่อใหญ่สีแดง ท่าทางผิดสังเกต แต่ไม่มีใครกล้าทัก เดินถือถุงพลาสติกขนาดใหญ่แบบมีซิปจำสีไม่ได้ มาที่ท่าน้ำและโยนถุงดังกล่าวทิ้ง

จาการสอบปากคำพยานแวดล้อมประกอบด้วย คนตกปลา โดยให้การว่า เมื่อช่วงเช้าเห็นผู้ต้องหานำถุงพลาสติกขนาดใหญ่มาโยนทิ้งคลองบางกอกน้อยที่ด้านหลังอพาร์ตเมนต์ คาดว่าจะเป็นอวัยวะส่วนที่ขาดหายไป จากนี้จะได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ประดาน้ำเพื่อมาค้นหาถุงดังกล่าว และจากการสอบปากคำผู้ต้องหายังให้การวกวน ลักษณะเหมือนคนเสียสติพร่ำเพ้อถึงเทพเจ้าต่างๆ จึงต้องรอให้สงบสติอารมณ์ ก่อนจะทำการสอบปากคำอีกครั้ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจสอบปัสสาวะผู้ต้องหาทราบว่าผลปัสสาวะมีสีม่วง ส่วนอาการที่ทางผู้เสียหาพร่ำเพ้อนั้น จะนำตัวส่งไปให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นคนวิกลจริตหรือไม่

...

- แจ้งข้อหา ฆ่าคนโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ -

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย จากการตรวจสอบภายในห้องดังกล่าวไม่พบชิ้นส่วนมนุษย์ที่เหลือ พบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด 1 ชุด คราบเลือดติดที่ผนังหัวเตียง นอกจากนี้ที่บานประตูทุกบานที่อยู่ในห้องมีการลงยันต์อักขระ พร้อมกันนี้ยังพบเทียนไขขนาดใหญ่ที่ไว้ใช้บูชาเทพเจ้า ชุดถือศีลสีขาวกองอยู่กับพื้น 1 ชุด สมุด 1 เล่ม ภายในเขียนยันต์ลวดลายต่างๆ นอกจากนี้ยังพบสุนัขที่เลี้ยงไว้ในห้อง 2 ตัว จึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดประดำน้ำได้ลงค้นหาที่บริเวณท่าน้ำดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พบถุงพลาสติกแบบมีซิปสีขาวลายการ์ตูน จึงนำขึ้นมาตรวจสอบ เมื่อเปิดดูก็พบศีรษะของผู้ตายห่อด้วยผ้าขนหนูสีเหลือง โดยสภาพใบหน้าถูกฟันจนเละ แต่ยังไม่พบชิ้นส่วนที่เหลือคือข้อมือทั้ง 2 ข้าง และข้อเท้าขวา จากเจ้าหน้าที่จะทำการเร่งค้นหาต่อไป

ตำรวจนำตัว น.ส.พรสุรีย์ ไปสอบปากคำ แต่ไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากพูดจาไม่รู้เรื่อง ลักษณะคล้ายคนเมายาเสพติด และอ้างว่าตนเป็นร่างทรงของเทพอานนท์ เจ้าหน้าที่จึงรอให้สงบสติอารมณ์ ก่อนจะทำการสอบสวนอีกครั้ง

...

- จากปากเจ้าของคดี ขณะทำสำนวน วิญญาณผีมีจริงมั้ย? - 

"ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ สน.บางรัก เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ผมดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนอยู่ที่ สน.บางขุนนนท์ และเป็นเจ้าของคดีสามีฆ่าหั่นศพภรรยายัดกระเป๋าเดินทาง หลังเกิดเหตุตำรวจได้อายัดกระเป๋าไว้เป็นของกลาง แต่เนื่องจากพื้นที่โรงพักค่อนข้างแคบ จึงต้องนำกระเป๋าเดินทางที่เลอะคราบเลือดเต็มไปหมดใส่ไว้ในห้องขังโรงพัก ซึ่งระหว่างที่ผมทำสำนวนก็ไม่พบว่ามีผี หรือมีสิ่งผิกปกติใดๆ กระทั่งคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ต้องหาต้องโทษติดคุกประมาณ 3 ปี ขณะนี้น่าจะพ้นโทษแล้ว ไม่ทราบเหมือนกันว่าเหตุใดปัจจุบันกระเป๋าเดินทางของกลางยังไม่ถูกทำลาย อันที่จริงทางโรงพักต้องยื่นเรื่องไปยังผู้กำกับ เพื่อชำแหละของกลางทิ้ง"

- ผู้ต้องหาป่วยจิต ถูกส่งรักษาโรงพยาบาลประสาท - 

"ระหว่างก่อเหตุ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นภรรยา ได้เสพยาเสพติดและดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักจนอยู่ในสภาพมึนเมาไม่รู้สึกตัว ส่วนตัวสามีก็ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ขณะเดียวกันหลังก่อเหตุ นำตัวมาสอบสวนยังคงให้การวกวนเหมือนคนเสียสติ จึงนำตัวไปให้แพทย์วิเคราะห์อาการ พบว่ามีอาการทางโรคประสาท ข้อมูลตรงนี้จึงถูกนำมาประกอบการพิจารณาของศาล จึงมีโทษจำคุกแค่เพียง 3 ปีกว่า"

...

- ได้ยินตำรวจในโรงพักพูด แต่ไม่เคยเจอกับตัว - 

"ก็ได้ยินตำรวจในโรงพักพูดกันบ้างถึงเรื่องวิญญาณในกระเป๋า หรือเสียงโหยหวน แต่ข่าวที่ออกมาเป็นเสียงโหยหวนของผู้หญิง ก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ในเมื่อศพเป็นศพของสามีซึ่งเป็นเพศชาย แต่ตำรวจในโรงพักก็พูดกันมาตลอด ใครเข้าเวรก็ได้ยินเสียง ได้เจออะไรแปลกๆ ที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะเสียงลากกระเป๋าที่ดังทั้งคืน ส่วนตัวผมเอง จากวันที่ทำคดีจนวันนี้ ไม่เคยได้ยินเสียง หรือมีสิ่งผิดปกติอะไรเกิดขึ้นทำให้ต้องกลัว หรือกระวนกระวานใจเลย กระทั่งย้ายมาเป็นพนักงานสอบสวนที่ สน.บางรัก แล้วเรื่องก็แดงขึ้นมาอีกครั้ง.