ภายหลังกองปราบปราม โดดลงจับตาอิทธิพลท้องถิ่นบิดคดี 5 วัยรุ่นข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ที่สระบุรี หลังพ่อเหยื่อร้องผ่านสื่อฯ เผย 5 โจ๋ยังไม่มีใครหนี แต่ทำแผนไม่ได้ กลัวถูกกระทืบ ด้าน ปธ.อบต.ผึ้งรวง ทนกดดันไม่ไหว ยื่นลาออกแล้ว ผกก. 2 บก.ป. ส่งลูกน้องร่วมทำคดี จับตาพฤติกรรมผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ 

พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. ร่วมกับพื้นที่คลี่คลายคดีวัยรุ่นชาย 5 คน ก่อเหตุข่มขืนรุมโทรมเด็กหญิงวัย 12 ปี จนบิดาของเหยื่อออกมาดราม่าผ่านสื่อกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจท้องที่ สภ.เมืองสระบุรี เป็นเหตุให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นริศ ผูกจิต สว.กก.2 บก.ป. พร้อมชุดสืบสวนลงพื้นที่พบว่า ตำรวจท้องที่ยังคงควบคุมสถานการณ์ได้ และผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คนยังไม่ได้หลบหนีไปไหน ขณะนี้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีอยู่ระหว่างประสานกับสหวิชาชีพ ประกอบด้วย นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และอัยการ เพื่อสอบปากคำเด็กสาวผู้เสียหายตามขั้นตอนการสอบปากคำเหยื่อที่เป็นเด็ก คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายและครอบครัวอย่างมากที่สุด 

พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ทางผู้เสียหายยังไม่มาแจ้งความให้กองปราบเป็นผู้รับคดี ดังนั้นกองปราบจึงต้องเข้าไปร่วมดูแลคดีดังกล่าวกับพื้นที่ พร้อมกันนี้ตำรวจกองปราบมีสิทธิ์ในการควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายโดยชอบธรรมด้วยกฎหมาย หากพ่อผู้เสียหายต้องการให้กองปราบทำคดี ก็สามารถนำเอกสารหลักฐานมาแจ้งต่อเจ้าพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการกองปราบปรามได้ 

"ในส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่า เด็กผู้หญิงที่เป็นเหยื่อมีความสมยอมนั้น ตรงจุดนี้ผมไม่ทราบข้อมูลใดๆ แต่ถึงอย่างไรผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ก็ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดอย่างชัดเจน ส่วนเรื่องทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คาดว่าตอนนี้ยังทำไม่ได้ เนื่องจากมีชาวบ้านจำนวนมากที่ไม่พอใจกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุ รวมตัวกันมาดักรอทำร้ายเพราะโกรธแค้นด้วย" 

ขณะที่ "พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป." กำชับให้ชุดสืบสวนกองปราบปรามให้เข้าไปดูแลในประเด็นที่มีกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นจะเข้ามาวิ่งเต้นคดีและกดดันตำรวจให้ผู้ก่อเหตุบางคนหลุดจากคดี หรือหลบหนีการจับกุมอย่างใกล้ชิดทุกคดีทั่วประเทศไทย.