รองโฆษก ตร. เผย จ่อดำเนินคดี 2 ข้อหา คนขี่มอเตอร์ไซค์ชนนักเรียนบนทางเท้าเจ็บ หน้าปากซอยลาดพร้าว 69 รับกำลังตำรวจดูแลไม่เพียงพอในช่วงเร่งด่วน... 

จากกรณีผู้ใช้ทวิตเตอร์ @EmaEmika โพสต์ข้อความ และภาพเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ชนเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายรายหนึ่ง บนทางเท้า จนล้มลงกับพื้นได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าปากซอยลาดพร้าว 69

อ่านข่าว

ฟุตปาทไม่ปลอดภัย! ชาวเน็ตประณามคนขี่มอเตอร์ไซค์ชนนักเรียนบนทางเท้า 

วันที่ 27 พ.ย. พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่ง สน.โชคชัย เตรียมดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ในข้อหาผิด พ.ร.บ.ทางบก อัตราโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท และ พ.ร.บ.เกี่ยวกับความสะอาดบนทางเท้า อัตราโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างหารือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อหามาตรการป้องกันในเรื่องนี้มาตลอด แต่ยอมรับเรื่องข้อจำกัดเนื่องจากตำรวจไม่มีกำลังดูแลมากพอในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน พร้อมฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนให้เคารพกฎจราจร ซึ่งช่วงเช้ามักพบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด และไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนผู้อื่น อย่าหวังแต่ทำรอบรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น

ขณะที่ ล่าสุด ผู้ใช้ทวิตเตอร์ดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตอนนี้อาการของน้องเด็กนักเรียนปลอดภัยดีแล้ว มีอาการเจ็บที่ช่วงสะโพกและมีแผลถลอกที่ขา

หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างรถไฟฟ้าบนถนนลาดพร้าว เล่าให้ฟังว่า ขณะเด็กนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา (บดินทร 3) กำลังเดินกลับจากโรงเรียนพร้อมเพื่อนๆ ซึ่งต้องเดินผ่านข้ามรั้วเพื่อตรงไปยังฟุตปาท และเดินตรงต่อไปที่ป้ายรถเมล์ จังหวะนั้นรถจักรยานยนต์ที่ลักไก่ขับบนฟุตปาท ก็วิ่งสวนมาด้วยความเร็ว พอเด็กนักเรียนก้าวเท้าลงจากรั้ว ก็ชนเข้ากับรถอย่างจัง ทำให้ทั้งรถจักรยานยนต์และเด็กล้มลงทั้งคู่ ตะกร้าหน้ารถยุบ ส่วนเด็กนอนเจ็บคว่ำหน้าตรงฟุตปาท จนผู้คนที่อยู่แถวนั้นต้องรีบวิ่งมาช่วย

คนงานยังบอกอีกว่า พบเห็นพฤติกรรมของคนมักง่ายแทบทุกวัน ตัวเองทำงานก่อสร้างรถไฟฟ้า บางวันต้องยังหลบทางให้ ทั้งๆที่มีกรวยตั้งบ่งบอกว่าเป็นพื้นที่ก่อสร้าง จึงอยากฝากไปถึงผู้ขับขี่ทุกคนว่า อย่าใช้พฤติกรรมมักง่ายแบบนี้อีก เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้ที่สัญจรบนทางเท้า

เช่นเดียวกับแม่ค้าที่ขายของริมฟุตปาท ใกล้กับจุดเกิดเหตุ บอกว่า ปกติพบเห็นรถขับบนทางเท้าทุกวัน จะมีมากช่วงเช้าและเย็นหลังเลิกงาน ขึ้นฟุตปาททีเป็นสิบๆคัน ไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะกลัวจะไปมีเรื่อง บางครั้งยังถูกบีบแตรไล่อีก จึงอยากฝากให้หน่วยงานในพื้นที่เข้ามาดูแลกวดขันให้มากกว่านี้.