ประกันสังคม มอบเงิน 5.9 แสน ให้ทายาท เหยื่อสาดน้ำกรด รมว.แรงงาน ยันผู้ประกันตนรักษาฉุกเฉินได้ทุกโรงพยาบาล ย้ำทุกแห่งต้องไม่ปฎิเสธการรักษา สั่งทบทวนสัญญาหากผลสอบชี้ชัดปฎิเสธคนไข้ เผยประกันสังคมเหมาจ่ายค่าบริการทางการผู้ประกันตน ในการดูแลของ รพ.พระราม 2 จำนวน 39,000 คน ปีละ 50 ล้านบาท ด้านมารดาเหยื่อน้ำกรด ยังเสียใจ บอกลูกไม่น่าตาย เพราะไปถึงมือหมอ บ่นน้อยใจโรงพยาบาลคู่กรณี ไม่มีแม้พวงหรีดงานศพ

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.61 ที่กระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้ทายาทของ น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี ผู้เสียชีวิต จากกรณีถูกสามีสาดน้ำกรด ญาตินำตัวส่ง รพ.พระราม 2 แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากพบว่าสิทธิการรักษาประกันสังคม อยู่ที่ รพ.บางมด แต่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยมี นางทองอาด ทาระวัน อายุ 59 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น เป็นผู้รับมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น หรือเงินค่าเยียวยาทางการแพทย์ 360,000 บาท ค่าทำศพ 40,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 72,720 บาท เงินชราภาพ 11,9455.92 บาท ร่วมเป็นทั้งสิ้น 592,175.92 บาท

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ให้ สปส.ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มานาน 10 ปี ถูกสาดน้ำกรดเข้าบริเวณร่างกาย ญาตินำตัวส่ง รพ.พระราม 2 แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากพบว่าสิทธิการรักษาอยู่ที่ รพ.บางมด จากการรวบรวมข้อเท็จจริงเห็นว่าโรงพยาบาลให้การรักษาแก่ผู้ประกันตน ในลักษณะไม่เหมาะสมแก่เหตุในกรณีฉุกเฉิน สปส.จึงได้ทำการรวบรวมข้อเท็จจริงของกระบวนการให้การรักษา ส่งเข้าอนุกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ของกองทุนประกันสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ และคณะอนุกรรมการฯได้มีมติเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้จ่ายเงินช่วยเหลือเป็นจำนวน 360,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินจากสิทธิอื่นจะอยู่ที่กว่า 5.9 แสนบาท 

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า ได้กำชับให้ สปส.กำกับดูแลสถานพยาบาลในสังกัด ให้ดูแลรักษาผู้ประกันตนทุกคนตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง หากลูกจ้างประสบอันตราย กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมมีกองทุนประกันสังคม ให้การดูแลลูกจ้างในระบบให้ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม หากเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลทุกแห่ง ได้ภายใน 72 ชม. และทางโรงพยาบาลต้องไม่ปฎิเสธการรักษา ในส่วนของ รพ.พระราม 2 เป็นคู่สัญญาของ สปส.ให้การดูแลผู้ประกันตนกว่า 3.9 หมื่นคน สปส.จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัวปีละประมาณ 50 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 5 ล้านบาท อาจจะต้องทบทวนสัญญา เพราะโรงพยาบาลคู่สัญญาประกันสังคม จะต้องมีมาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด แต่ตอนนี้ยังต้องรอผลสอบของกระทรวงสาธารณสุข หากออกมาว่ามีความผิด มีการปฎิเสธการรักษา ก็ต้องทบทวน

ด้าน นางทองอาด มารดาของผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ยังเสียใจไม่หายเพราะลูกสาวอายุยังน้อย และไปถึงโรงพยาบาลแล้วจึงไม่น่าจะต้องเสียชีวิต ขออย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้กับครอบครัวอื่นอีก เพราะคนป่วยเมื่อไปถึงโรงพยาบาลควรจะได้รับการรักษาก่อนเป็นอันดับแรก ต้องให้ปลอดภัยก่อนส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง และรู้สึกช้ำใจมากที่โรงพยาบาลไม่ได้สนใจอะไรเลย คำเสียใจก็ไม่มี ไม่มีแม่แต่พวงหรีดงานศพ ตนยังรอฟังผลสอบของกระทรวงสาธารณสุข อยากรู้ว่าโรงพยาบาลผิดหรือไม่ ตอนแรกบอกว่าจะออกอาทิตย์นี้ แต่ผลก็ยังไม่ออกเสียที ส่วนน้องเตเต้หลานสาววัย 12 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.6 จะขึ้น ม.1 ตอนนี้ไม่มีแม่แล้ว ตนก็ต้องดูแลแทนโดยจะพาไปเรียนที่ จ.ขอนแก่น