นับวันก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกทีๆ เมื่อยาเสพติดที่เป็นภัยคุกคามประเทศ ยังคงขยายฐานการส่งของอยู่ในสังคมเป็นวงกว้าง และเข้าถึงนักเสพไปทุกหย่อมหญ้า ....แต่หากย้อนกลับไปประมาณ 10-20 กว่าปีก่อน เมื่อพูดถึงแหล่งค้ายา ชาวบ้านตาสีตาสา ก็จะคิดเองเออเองว่า ยาเสพติดเหล่านี้มีขายสะพัดตามแหล่งชุมชน และสภาพแวดล้อมสังคมที่แออัด โดยชี้เป้าเพ่งเล็งไปที่ ชุมชนคลองเตย หรือ "ชุมชน 11 ไร่" ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร นั่นเพราะว่าที่ผ่านมาตำรวจมักจะจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ได้จากชุมชนเหล่านี้
ตัดภาพกลับมายุค 4.0 ในวันที่สังคมก้าวล้ำทันสมัยไปด้วยสารพัดเทคโนโลยี ยาบ้า กัญชา เฮโรอีน ที่ว่าเคยมียอดขายพุ่งกระฉูด ถูกแบ่งการตลาดด้วยยาเสพติดประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ยาเค, ยาไอซ์, โคเคน ฯลฯ และตัวยาอีกสารพัดรูปแบบที่สรรหาดัดแปลงกันขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการลูกค้า และกลยุทธ์วิธีการขายสื่อตรงเข้าถึงเป้าหมาย แต่หลบหลีกตบตาเจ้าหน้าที่ได้อย่างแนบเนียน ทีมข่าวเจาะประเด็น เปิดอกพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนจับกุม แก๊ง "จ๊ะ พีอาร์เงินล้าน" พร้อมชำแหละพฤติกรรมในหลายแง่มุมจากปากตำรวจชุดสืบสวนหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเป็นกรณีศึกษา ป้องกันบุตรหลานพาตัวเข้าวงจรยุ่งเกี่ยว
(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ใช้สาวขายยานรก จับยกแก๊ง ‘จ๊ะ พีอาร์เงินล้าน’)
- พีอาร์สาว เงินล้าน เป็นใคร? ทำงานที่ไหน? มีเครือข่ายอย่างไร? -
พีอาร์สาว หรือเด็กดื่ม หรือเด็กนั่งดริงก์ หรือสาวสวยหุ่นดี แต่งตัววาบหวิว นุ่งสั้น โชว์อก ทำงานกลางคืนตามสถานบันเทิงต่างๆ ผับบาร์ทั่วไป คอยชงเหล้าดูแลสร้างความประทับใจให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และสถานที่ดังกล่าวปล่อยปละละเลยให้สิ่งผิดกฎหมายขั้นร้ายแรงอย่างยาเสพติดเข้าไปแทรกซึม จะด้วยจากตัวลูกค้านำไปเสพเองก็มี หรือหาซื้อจากพนักงานในร้านก็มี ซึ่งพีอาร์สาวสวยเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกที่รับยาเสพติดมาจากนายหน้า หรือผู้ต้องหา เพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าในร้านที่มาใช้บริการ
การใช้พีอาร์สาวสวยขายยาให้กับลูกค้า จึงถือเป็นการเจาะจงตรงตัว มีฐานลูกค้าเดิมๆที่รู้กันและไว้ใจได้ ว่าไม่ใช่สายล่อซื้อของตำรวจ และเปิดให้อัพยากันอย่างสบายใจ ในห้องคาราโอเกะแบบ "วีไอพี" หรือตามโต๊ะมุมมืดในร้านนั้นๆ การตรวจสอบพฤติกรรมของพีอาร์เหล่านี้ หากเจ้าของร้านเข้มงวดจริงจังใส่ใจ จะรู้ตัวพีอาร์ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ไม่ยาก แต่หากเจ้าของร้าน "รู้เห็นเป็นใจ" เพราะถือว่าเป็นอีกช่องทางที่สามารถดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้ ถือเป็นการเปิดช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตรวจสอบ จับกุม นำสู่การปิดสถานบันเทิงถาวรในที่สุด
- ในสถานบันเทิง มีเพียงแค่พีอาร์สาวที่ขายยา? หรือพนักงานในร้านมีส่วนด้วย? -
ไม่เพียงแค่พีอาร์สาวสวยเท่านั้น เพราะในสถานบันเทิงที่ไม่เข้มงวดตรวจเข้มยาเสพติด ยังปล่อยให้มีเด็กเดินยาเข้ามาแฝงตัว อาจจะได้รับความร่วมมือจากพนักงานในร้าน เด็กเสิร์ฟ หรือพนักงานดูแลแขกในห้องน้ำ มีส่วนรู้เห็นเป็นใจและมีวิธีขายที่แนบเนียน ซึ่งอาจจะยากต่อการนำไปสู่การถูกล่อซื้อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะองค์ประกอบในการดำเนินคดีไม่ครบขั้นตอน
- วิธีเดินยาในสถานบันเทิง -
หากเป็นการขายโดยพีอาร์สาว ก็จะขายให้ลูกค้าประจำโดยตรงตามที่ให้ข้อมูลไปเบื้องต้น เพราะเกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจ และพีอาร์สาวที่ขายยาเหล่านี้ล้วนแล้วเล่นเองด้วยทั้งสิ้น แต่หากเป็นกระบวนการค้ายาที่ทำเป็นอาชีพ กลุ่มลูกค้าที่มาเที่ยวซ้ำๆ บ่อยๆ จะทราบจุดเป็นอย่างดีว่า ต้องไปจ่ายเงินกับใคร จากนั้นเดินไปรับยาตรงไหน ซึ่งยาเสพติดเหล่านี้อาจจะซ่อนอยู่ในหลืบมุมหนึ่งของร้าน รวมไปถึงตามห้องน้ำต่างๆ โดยหลีกเลี่ยงยื่นหมูยื่นแมว เงินมาของไป เพราะนั่นหมายความว่าหากถูกตำรวจล่อซื้อจับได้ ความผิดจะครบองค์ประกอบ โทษสถานหนักกว่า
หากใครไม่สะดวกจ่ายเงินในสถานบันเทิง เพราะคิดว่าเป็นการสุ่มเสี่ยง ยังสามารถโอนเงินไปยังผู้ค้าปลีก ที่เคยรู้จักซื้อขายกันมาก่อนหน้า ก่อนจะเข้าไปรับของภายในผับตามจุดที่ผู้ขายระบุไว้ นั่นหมายความว่า ไม่ได้เป็นการส่งของตัวต่อตัวอีกเช่นเคย หากถามว่าเจ้าของร้านรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า คิดว่ามีทั้งรู้และไม่รู้ เพราะบางร้านลูกค้าเยอะการตรวจสอบอาจจะยากขึ้น แต่หากถูกตรวจค้นจับกุมเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าสถานบริการต้องปิดถาวร
...
- ยาที่นักเที่ยวนิยมเสพกันในสถานบันเทิง -
หากเสพกันในสถานบันเทิง ต้องเป็นผับที่เปิดเพลงตื๊ด เพลงจังหวะส่ายหัวงงๆ ไม่ค่อยมีเนื้อร้องเป็นเรื่องเป็นราว เป็นทำนองเพลงที่บุคคลเฉพาะกลุ่ม และชอบอัพยาส่วนใหญ่เข้าไปใช้บริการ โดยเฉพาะ "ยาอี-ยาเค" อย่างยาเคจะขายกันเป็นหลุม หลุมละ 500-1,000 บาท ตามแต่จะตั้งราคา สามารถสูดดมได้ง่ายที่โต๊ะเหล้าภายในมุมมืดของร้าน ยาเค ที่เป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย จะถูกผลิตออกมาในรูปแบบของผงสีขาว หรือสีขาวนวล ใช้สูดเข้าทางจมูกหรือใช้ผสมกับใบยาหรือกัญชาเพื่อสูบ
ส่วนยาอี วัยรุ่นส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า "ขนม" หรือ "หนม" วิธีเสพส่วนใหญ่ใช้กินเข้าไปพร้อมกับการดื่มเบียร์ และเป็นยาเสพติดที่กำลังแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น วิธีเสพง่าย จึงเหมาะที่จะนำมาใช้ในสถานบันเทิง เพราะหากเป็นยาเสพติดประเภทอื่นๆ ต้องใช้อุปกรณ์ในการเสพหลายขั้นตอน ยาเค กับ ยาอี จึงเป็นที่นิยม และขายกันอย่างทั่วถึงในสถานบันเทิงยามค่ำคืน
ส่วนแก๊งพีอาร์สาวจะเน้นขายยาเสพติดทุกประเภท โดยเฉพาะยาไอซ์ เพราะสามารถนั่งเล่นกันอย่างโจ่งแจ้งได้ในห้องวีไอพีของร้าน หรือลูกค้าจะนำไปเสพในรถยนต์ส่วนตัว หรือในห้องน้ำ เป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดความมึนเมา เว้นก็แต่บางสถานที่ที่เปิดกว้างให้ลูกค้านั่งเล่นกันโจ่งแจ้งบนโต๊ะ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นกันมากนัก เนื่องจากสุ่มเสี่ยงต่อการถูกล่อซื้อจับกุม
...
- ชำแหละ แก๊ง จ๊ะพีอาร์สาว เงินล้าน ค้ายา -
การปฏิบัติการทลายเครือข่ายยาเสพติด “จ๊ะ พีอาร์เงินล้าน” ขยายผลการจับกุมมาจาก "นายเอกนิธิ หรือกล้วย กอบชัยณรงค์ อายุ 24 ปี" และ "น.ส.หนึ่งฤทัย หรือมิว ภาคภูมิไทร อายุ 27 ปี" พร้อมยาบ้า 294,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 3.7 กก., เคตามีน 4.1 กก., ยาอี 4,680 เม็ด ตำรวจขยายผลพบว่า มีนายประสงค์ และพวกอยู่เบื้องหลัง ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับและจับกุมได้ในที่สุด
สำหรับพฤติการณ์เครือข่ายดังกล่าวจะมี "นายประสงค์ หรือจ๊ะ มณีจิตต์ อายุ 29 ปี" เป็นหัวหน้าคอยสั่งการ และรับยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ ก่อนจะให้ นายสันติภาพ อำพันเพ็ญโรจน์ อายุ 25 ปี นำไปซุกซ่อนที่ห้องพักในพื้นที่ กทม. โดยมี นายสราวุธ ดวงทองคำ อายุ 21 ปี ทำหน้าที่ส่งยาเสพติดไปยังจุดต่างๆ ให้กับพีอาร์สาวสวยที่เป็นแม่ค้าคนกลาง ตามคำสั่งของนายประสงค์
- แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้พีอาร์ กำไรได้มาจัดปาร์ตี้เลี้ยงพี่อาร์สาวเฉพาะที่สนิท -
ขบวนการนี้จะใช้พนักงานพีอาร์สาวติดต่อซื้อขายกับลูกค้าตามสถานบันเทิง รวมถึงทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด เมื่อได้เงินมา นายประสงค์และพวกจะนำกำไรที่ได้ไปเลี้ยงพีอาร์สาวที่สนิทสนม และตกแต่งรถจักรยานยนต์ ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวมีวงเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ภายหลังตรวจสอบย้อนกลับไป 1 ปี แต่ก่อนหน้านี้ไม่พบการเคลื่อนไหวของบัญชีเงิน
...
ขณะที่ นายสันติภาพ หนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพว่า ยาเสพติดที่ได้มาจากนายประสงค์ จะนำมาเก็บไว้ที่ห้องพักคอนโดที่เช่าย่านวุฒากาศ เดือนละ 12,000 บาท พักอยู่เพียงคนเดียวมานาน 5 เดือน แต่ละครั้งจะรับยามา 1-2 กระสอบ แต่ละกระสอบจะบรรจุไอซ์ 40-50 กก. มาเก็บไว้ที่ห้อง ก่อนจะกระจายต่อไปยังพีอาร์สาวๆ ในเครือข่ายตามสถานบันเทิงต่างๆ ติดต่อกับลูกค้านักเที่ยว
- พีอาร์ที่ขาย ทุกคนล้วนแล้วติดยาด้วย -
แน่นอนว่ากลุ่มพีอาร์ดังกล่าวเคยเป็นลูกค้าคนสำคัญของแก๊งนี้มาก่อน ต่อมาได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจึงยกระดับเป็นตัวแทนจำหน่ายปลีก กำไรที่ได้มาก็ใช้หมดไปกับการซื้อยาเสพติดมาเสพ จึงไม่แปลกที่พีอาร์เหล่านี้จะประกอบอาชีพควบคู่กันไป ทั้งค้ายา ทั้งให้ความบันเทิงชงเหล้าแก่ลูกค้า เพราะเป็นงานที่สอดคล้องลงตัว และมีรายรับทั้ง 2 ทาง ซ้ำยังมีการเข้าร่วมเสพยาฟรีจากงานปาร์ตี้ของผู้ค้ารายใหญ่อีกด้วย
- เงินโอนค่ายาโอนเข้า จะถูกถอนออกทันที -
การเก็บเงินจากพีอาร์ตามสถานบันเทิงต่างๆ จะใช้วิธีการโอนเข้าบัญชี โดยจะมี นายเอกรินทร์ เป็นคนคอยกดเงินที่ขายยาเสพติดทันทีที่มีการโอนมา ส่วนตัวเลขที่ตำรวจแจ้งไปว่า มีวงเงินสะพัดถึง 400 ล้านบาทนั้น คือยอดที่มีการเคลื่อนไหว โอนเข้า ถอนออก เช็กย้อนหลังกลับไปปี 2560 ส่วนคดีหลักเกิดขึ้นช่วงเดือนเมษายน 2561 ซึ่งคาดว่าแก๊งดังกล่าวเริ่มขบวนการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี ขณะที่ "นายประสงค์ หรือจ๊ะ มณีจิตต์" เข้ามามีบทบาทเป็นตัวการใหญ่เมื่อปลายปี 2560
- แก๊งนี้ มีดารา นักร้อง ชาย หญิง ร่วมวงเอนจอยด้วย -
แหล่งข่าวรายงานว่า จากการซัดทอดของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า มีดารา - นักร้อง เป็นลูกค้าประจำ และเคยมาร่วมปาร์ตี้ในกลุ่มด้วย ซึ่งดารา หญิง - ชาย ดังกล่าว มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในวงการบันเทิง เพราะโด่งดังมานาน อย่างไรก็ตามเป็นเพียงคำให้การซัดทอดของผู้ต้องหา จึงต้องทำการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อขยายผลต่อไป.