ไลฟ์สไตล์
100 year

ซุปเปอร์สตาร์ สู่ชายตาบอด! ปิดตำนานนักชกแชมป์โลก 'แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์'

ไทยรัฐออนไลน์
14 พ.ย. 2561 14:46 น.
SHARE

ไม่ใช่เฉพาะมวยเด็กเท่านั้นที่ทำให้สมองเสื่อม หรืออันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เพราะที่ผ่านมาจากผลสำรวจพบว่า ยังมีนักมวยรุ่นใหญ่ระดับแชม์ป ทั้งในไทยและ ต่างประเทศ เผชิญชะตากรรมเดียวกัน "กีฬาชกมวย" จึงเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ "เสี่ยงตาย" กระทบกระเทือนสมอง และไม่ได้ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนกีฬาประเภทอื่นๆ แต่กลับส่งผลในทางตรงกันข้าม ซึ่งทั้งหมดนี้ใช่ว่านักมวยอาชีพทุกคนไม่รู้ซะเมื่อไหร่ เพราะบทเรียนที่ผ่านๆ มาจากนักมวยรุ่นพี่มีให้เห็นอยู่เป็นระยะ 

ถึงแม้เส้นทางการชกมวยจะมีฝีไม้ลายมือดี จนนำชื่อเสียงประเทศไทย ดังก้องไกลระดับโลกด้วย แต่ชะตากรรมภายหลังการแขวนนวม จะเห็นได้ว่า นักชกไทยที่ประสบปัญหาสุขภาพ ถึงกับต้องล้มหมอนนอนเสื่อ แขวนนวมถาวรก็มีไม่น้อย  อาทิ “พเยาว์ พูนธรัตน์” ที่ป่วยด้วยโรคประหลาดชื่อ “เอแอลเอส” หรือโรค “เซลล์ประสาทเสื่อม” ซึ่งคาดว่าเกิดจากการที่สมองและส่วนหัวกระทบกระเทือนตลอดเวลา หรือ “ไอ้แสบ-แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์” อดีตแชมป์โลกรุ่นไลต์เวลเตอร์เวตสภามวยโลก ได้รับความกระทบกระเทือน นัยน์ตาข้างซ้ายเริ่มมีปัญหาในการมองเห็น จนในที่สุดก็มืดบอด ซึ่งก็มีสาเหตุคล้ายๆ กับนักชกรายอื่นที่เคราะห์ร้าย คือมาจากเรื่องของ “สมอง” และเสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2552

ข่าวแนะนำ

แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ หรือ "ไอ้แสบ" อดีตนักมวยแชมป์โลกชาวไทย รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท (140 ปอนด์) ของสภามวยโลก (WBC) มีชื่อจริงว่า บุญส่ง มั่นศรี เป็นชาวตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในอดีตที่ผ่านมา "แสนศักดิ์" เป็นนักมวยที่มีช่วงแขนยาวกว่าปกติ และมีหมัดซ้ายหนักโดยธรรมชาติ นับเป็นแชมป์โลกชาวไทยคนที่ 5 และเป็นนักมวยแชมป์โลกรุ่นใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา นอกจากนี้แสนศักดิ์ ยังเป็นเจ้าของสถิติโลก ที่ชกมวยสากลเพียง 3 ครั้งก็ได้ครองตำแหน่งแชมป์โลกอีกด้วย

- กว่าจะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย -

ก่อนที่ แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ จะมาชกมวยสากลจนสร้างชื่อเสียงก้องไกลไประดับโลก เค้าเคยเป็นนักชกไทย ภายใต้ชื่อว่า "แสนแสบ เพชรเจริญ" หรือ "แสบทรวง เพชรเจริญ" กระทั่งเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ลงหลักปักฐานในสังกัดค่าย "เมืองสุรินทร์" ของ "จอมตบ" สนอง รักวานิช กระทั่งสร้างชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก และเคยปะทะฝีมือกับยอดมวยไทยร่วมสมัยหลายคน เช่น ศิริมงคล ลูกศิริพัฒน์, วิชาญน้อย พรทวี, พุฒ ล้อเหล็ก, คงเดช ลูกบางปลาสร้อย, ขุนพล สาครพิทักษ์, วิสันต์ ไกรเกรียงยุค, ผุดผาดน้อย วรวุฒิ เป็นต้น นอกจากนี้เค้ายังเคยเป็นแชมป์มวยไทยรุ่นซูเปอร์ไลท์เวท (140 ปอนด์) ของสนามมวยเวทีลุมพินี ด้วยการเอาชนะน็อก สรศักดิ์ ส.ลูกบุคคโล หลานชายของ สุข ปราสาทหินพิมาย เพียงแค่ยกแรก

ที่ผ่านมา "แสนศักดิ์" เคยชกมวยสากลสมัครเล่นในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 7 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยชนะน็อกรวดทุกครั้ง จนได้ครองเหรียญทอง กระทั่งอีก 4 เดือนต่อมา แสนศักดิ์ จึงได้โอกาสขึ้นชกที่ประเทศสเปนอีกครั้ง คราวนี้ แสนศักดิ์เป็นฝ่ายชนะน็อกไปเพียงแค่ยกที่ 2 ได้กลับมาเป็นแชมป์โลกในสมัยที่ 2 และจากนั้นเป็นต้นมา แสนศักดิ์ได้ป้องกันตำแหน่งไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง

- ไฟต์แห่งความทรงจำ ทำเอาคนไทย ขนลุกทั้งแผ่นดิน - 

และสำหรับไฟต์ แห่งความทรงจำที่ยังคงตรึงใจแฟนมวยอยู่จนทุกวันนี้ เช่น ชนะน็อก มอนโร บรู๊คส์ นักมวยชาวอเมริกัน ในยกที่ 15 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ชนะคะแนน ซาอูล แมมบี้ นักมวยชาวอเมริกันอีกคนที่จังหวัดนครราชสีมา และขณะที่ "แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์" ขณะชก โธมัส เฮิร์นส์ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2522 ที่สหรัฐอเมริกา และเอาชนะมาได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยความบอบช้ำอย่างแสนสาหัส จากน้ำหนักหมัดของแมมบี้ ซึ่ง สื่อมวลชนบางรายเชื่อว่า การชกครั้งนี้ ได้มีการกำหนดผลไว้ล่วงหน้า ในเวลาต่อมา "เทียมบุญ อินทรบุตร" โปรโมเตอร์ผู้จัดการแข่งขัน กับ โลเป ซาเรียล โปรโมเตอร์ร่วมชาวฟิลิปปินส์ ชื่อว่า สภาพดวงตาของแสนศักดิ์ ที่มีปัญหาก็เกิดมาจากการชกไฟต์นี้ 

- เสียแชมป์ แพ้ขาดลอย เพราะอาการป่วย - 

ถึงแม้ตัวแสนศักดิ์ จะทราบดีว่าเค้าเองมีอาการป่วย และผิดปกติไปจากเดิม เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชกมวยอย่างหนักหน่วง แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เค้าล่าถอย ยอมเดินหน้าขึ้นชก กระทั่งต้องเสียแชมป์โลก ในการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 8 ของสมัยที่ 2 กับ คิม ซาง ฮัน นักมวยชาวเกาหลีใต้ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2521 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ถิ่นของผู้ท้าชิงเอง

การชกครั้งนี้ แพ้น็อกไปในยกที่ 13 เนื่องจากสภาพร่างกายของแสนศักดิ์ ไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่า และสายตาก็เริ่มมีปัญหา จากนั้นแสนศักดิ์ ได้ไปชกนอกรอบที่ประเทศฟิลิปปินส์ จนสุดท้ายก็แพ้นักมวยเจ้าถิ่นอีก กระทั่ง 3 เดือนต่อมา แสนศักดิ์ บินไปชกที่สหรัฐอเมริกากับ โธมัส เฮิร์นส์ ซึ่งเป็นดาวรุ่งในขณะนั้น ซึ่งแสนศักดิ์ไม่อาจสู้อะไรเฮิร์นส์ได้เลย เป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 3 แสนศักดิ์ ชกมวยครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2524 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันเอง โดยเป็นการชิงแชมป์ภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิก (OPBF) กับนักมวยชาวเกาหลีใต้ แต่ก็แพ้คะแนนขาดลอยอีก จึงต้องแขวนนวมไปในที่สุด

- อดีตอันเฟื่องฟู "ซ้ายสีชมพู" ซุปเปอร์สตาร์ระดับประเทศ - 

แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ มีชื่อที่แฟนมวยรู้จักว่า "ไอ้แสบ" และมีฉายาว่า "ซ้ายสีชมพู" ซึ่งเป็นการตั้งโดย เทียมบุญ อินทรบุตร โปรโมเตอร์ประจำของแสนศักดิ์ (เดิมมีฉายาว่า ซ้ายทะลายโลก) แสนศักดิ์ เป็นคนมีบุคลิกเฮฮา มีสีสัน ช่วงที่แสนศักดิ์เป็นแชมป์โลก นับได้ว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังคนหนึ่งไม่ต่างอะไรกับพระเอกภาพยนตร์เลยทีเดียว เช่น ไม่ว่าจะทำอะไรหรือไปป้องกันตำแหน่งที่ไหน นักข่าวโดยเฉพาะ หนังสือพิมพ์ต้องตามไปทำข่าวถึงที่นั่น เล่ากันว่าถึงขนาดจับเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ส่งต้นฉบับแทบไม่ทันเลยทีเดียว เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักข่าวร่วมสมัย และถึงขนาดที่ "เพลิน พรหมแดน" นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังเคยทำเพลงพูดล้อเลียนเกี่ยวกับแสนศักดิ์ชื่อว่า "ศึกไอ้แสบ"

และการที่เป็นคนเฮฮาแบบนี้ ทำให้แสนศักดิ์ ได้ภรรยาคนแรกในชีวิตคือ "ปริม ประภาพร" ดาราสาวดาวยั่วชื่อดังในสมัยนั้น และมีลูกชายที่เกิดกับภรรยาคนนี้คือ "เกรียงศักดิ์ มั่นศรี" ซึ่งแสนศักดิ์เป็นคนตั้งเอง ให้ตรงกับชื่อนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น (พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์) และมีชื่อเล่นว่า "คิง"

- แขวนนวมโบกมือ อำลาวงการมวย ป่วยตาบอด โรครุมเร้า ถูกเพื่อนหลอกเอาเงิน -

จากนั้นไม่นาน ไอ้แสบ ตัดสินใจ แขวนนวม เพราะสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม และมีปัญหาด้านสายตาอีก อันเนื่องจากบอบช้ำจากการชกมวย จากซุปเปอร์สตาร์เป็นยาจก ไอ้แสบ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบาก เพราะนับจากเสียแชมป์โลกครั้งสุดท้ายไปแล้ว เงินทองที่เคยมีอยู่นับ 10 ล้านที่เคยเก็บหอมรอบริบจากการชกมวยก็ร่อยหรอ ผู้จัดการที่ปลุกปั้นมา คือ สนอง รักวานิช ก็เสียชีวิต กลุ่มผู้สนับสนุนก็ทยอยๆ จากไป หนำซ้ำยังโดนหลอกจากเพื่อนฝูงและคนรู้จัก รวมถึงคนในวงการมวยด้วย การชกครั้งสุดท้ายของแสนศักดิ์ ซึ่งเป็นขึ้นชิงแชมป์ในรุ่นเวลเตอร์เวท (147 ปอนด์) ของสหพันธ์มวยภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิก (OPBF) เจ้าตัวถึงขนาดลงทุนเป็นโปรโมเตอร์เอง แต่ก็ขาดทุนอีก อีกทั้งยังเป็นฝ่ายแพ้คะแนนอีกด้วย รวมทั้งเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคชาติไทย ที่เพชรบูรณ์ บ้านเกิด ก็ไม่ได้รับเลือก

จนในที่สุด สายตาข้างขวาที่มีปัญหาของแสนศักดิ์ก็บอดสนิท ส่วนตาข้างซ้ายได้รับการผ่าตัดจนมองเห็นได้ ต้องขอรับความช่วยเหลือจากการกีฬาแห่งประเทศไทยเดือนละ 7,500 บาท และจากสภามวยโลกอีกเดือนละ 9,000 บาท บั้นปลายชีวิตได้อาศัยอยู่กับนางสาวศศวรรณ ดาวัลย์ ภรรยาใหม่และมีลูกสาวบุญธรรมคือ นางสาวปานวาด มั่นศรี

- ในที่สุด ต้องเสียชีวิต -  

แสนศักดิ์ เสียชีวิตลงในวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552 เวลา 15.00 น. ที่โรงพยาบาลราชวิถี ด้วยอาการลำไส้ฉีกขาด เนื่องจากเป็นหลายโรครุมเร้าด้วยกัน โดยแสนศักดิ์เข้ารักษาตัวตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ได้รับการผ่าตัดแล้วแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นจนเสียชีวิตในที่สุด ด้วยวัย 57 ปี และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ที่วัดตรีทศเทพ มี พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 เป็นประธาน เมื่อวันที่ 20 เมษายน ปีเดียวกัน

- เหลือทิ้งไว้เพียง เกียรติประวัติแชมป์โลก -

เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2516 ที่สิงคโปร์, แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ไลท์เวท WBC ชิง 15 กรกฎาคม 2518 ชนะน็อก ยก 8 เปริโก เฟอร์นันเดซ (ธงของประเทศสเปน สเปน) ที่ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก, ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 25 มกราคม 2519 ชนะคะแนน ไลอ้อน ฟูรูยามา (ธงของประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่น) ที่ หอประชุมมหาวิทยาลัยนิฮน โตเกียว และเสียแชมป์ 29 มิถุนายน 2519 แพ้ฟาวล์ ยก 4 มิเกล เวลาสเควซ (สเปน) ที่ พาลาซิโอ เดอ ลอส เดอ พอเตร์, มาดริด

แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ไลท์เวท WBC ชิง 29 ตุลาคม 2519 ชนะน็อก ยก 2 มิเกล เวลาสเควซ (สเปน) ที่ สเปน
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 15 มกราคม 2520 ชนะน็อก ยก 15 มอนโร บรูค (ธงของสหรัฐฯ สหรัฐฯ) ที่ จ.เชียงใหม่
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 2 เมษายน 2520 ชนะน็อก ยก 6 กัตซ์ อิชิมัตสึ (ญี่ปุ่น) ที่ โครักกุเอ็น ฮอลล์ โตเกียว
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 17 มิถุนายน 2520 ชนะคะแนน เปริโก เฟอร์นันเดซ (สเปน) ที่ พาลาซิโอ เดอ ลอส เดอ พอเตร์, มาดริด
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 20 สิงหาคม 2520 ชนะน็อก ยก 6 ไมค์ เอฟเวอเรส (สหรัฐฯ) ที่ จ.ร้อยเอ็ด
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 22 กันยายน 2520 ชนะคะแนน ซาอูล แมมบี้ (สหรัฐฯ) ที่ จ.นครราชสีมา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 30 ธันวาคม 2520 ชนะน็อก ยก 13 โจ คิมปัวนี่ (ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส) ที่ จ.จันทบุรี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 7, 8 เมษายน 2521 ชนะน็อก ยก 13 ฟรานซิสโก โมเรโน (ธงของประเทศเวเนซุเอลา เวเนซุเอลา) ที่ สนามกีฬาจิระนคร จ.สงขลา

ต่อมา ได้เสียแชมป์ 30 ธันวาคม 2521 แพ้น็อก ยก 13 คิม ซางฮุน (ธงของประเทศเกาหลีใต้ เกาหลีใต้) ที่ มุลกวายิมเนเซียม โซล
เคยชิงแชมป์ต่อไปนี้แต่ไม่สำเร็จ โดยการชิงแชมป์ OPBF รุ่นเวลเตอร์เวทเมื่อ 5 ธ.ค. 2524 แพ้คะแนน ฮวาง ชุงแจ (เกาหลีใต้) ที่ จ.ร้อยเอ็ด กล่าวกันว่า นามสกุลของแสนศักดิ์ ได้สร้างแรงดลบันดาลใจให้แก่ มาโคโตะ นิวาโนะ ซึ่งเป็นนักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่น ในการออกแบบตัวละคร ครุฑ เมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นนักมวยไทยในการ์ตูนเรื่อง ลุยแหลกเกินหลักสูตร ซึ่งเป็นหนังสือมังงะที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไอ้แสบแสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์แชมป์มวยโลกชกมวยตายข่าวร้อนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:00 น.