วงการสงฆ์สูญเสียพระเถระชั้นผู้ใหญ่ “สมเด็จพระมหาวีรวงศ์” เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ละสังขารอย่างสงบ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ สิริรวมอายุ 100 ปี 81 พรรษานับเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่มีอายุถึง 100 ปี รูปที่ 4 ในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย และเป็นผู้มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย งดงาม น่าเลื่อมใส เปรียบได้กับ “พระกัมมัฏฐานกลางกรุง” ด้านคณะกรรมการวัดเตรียมพิธีสรงน้ำสรีระสังขาร
พุทธศาสนิกชนเศร้า สิ้นพระสายวิปัสสนากรรมฐานคนสำคัญ โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ย. พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะประธานกรรมการวัดสัมพันธวงศารามกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ว่าสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. ได้มรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยความชราภาพ ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ สิริรวมอายุ 100 ปี 81 พรรษา ส่วนกำหนดการต่างๆ จะมีการประชุมกับพระเทพสังวรญาณ (จิรพล อธิจิตโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด บวรนิเวศวิหาร ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และคณะกรรมการวัดสัมพันธวงศาราม เบื้องต้นคาดว่าจะมีพิธีสรงน้ำในวันที่ 12 พ.ย.หรือวันที่ 13 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่มีอายุถึง 100 ปี เป็นรูปที่ 4 ในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย งดงาม น่าเลื่อมใส เปรียบได้กับพระกัมมัฏฐานกลางกรุง ครั้งหนึ่งเคยเดินธุดงค์ไปบนเส้นทางเดียวกับพระกัมมัฏฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต นอกจากนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ยังเน้นการปฏิบัติภาวนาพร้อมกับการปฏิบัติเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย ยึดถือแนวปฏิบัติของหลวงปู่ขาว อนาลโย และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต 2 พระสายวิปัสสนากรรมฐานชื่อดังมาโดยตลอด
...
ประวัติสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เกิดวันที่ 29 ธ.ค.2460 ที่บ้านบ่อชะเนง ต.หนองแก้ว อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็น จ.อำนาจเจริญ) บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี 2472 ที่วัดบ้านบ่อชะเนง และได้ออกเดินธุดงค์ติดตามพระธุดงค์กรรมฐานสายพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม ปี 2473 เดินธุดงค์กรรมฐานพร้อมกับคณะโดยผ่าน จ.ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น และจำพรรษาที่วัดป่าช้าเหล่างา ปัจจุบันคือ วัดป่าวิเวกธรรม ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น และได้ญัตติเป็นสามเณรธรรมยุต
ต่อมาได้เดินทางมาเรียนนักธรรมบาลี ที่วัดสัมพันธวงศาราม และอุปสมบทเมื่อ พ.ศ.2480 ที่วัดสัมพันธวงศาราม ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่างๆภายในวัด จนต่อมา พ.ศ.2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ส่วนลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2499 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระอริยเมธี พ.ศ.2507 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชกวี พ.ศ.2514 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพปัญญามุนี พ.ศ.2519 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมบัณฑิต พ.ศ.2532 ได้รับการสถาปนาเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่พระอุดมญาณโมลี และ พ.ศ.2544 ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์