ย้อนที่มาที่ไป “หนุ่ม กะลา” ไปทำอะไร ร้องเพลงของใคร ร้องที่ไหน ถึงได้ถูกรวบคาผับ ทีมข่าวเจาะประเด็น ย้อนเรื่องราวก่อนจะถึงค่ำคืนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกครามกว่า 10 ชีวิต บุกจับนักร้องดังกลางคอนเสิร์ตในผับแห่งหนึ่งย่านถนนเลียบด่วนรามอินทรา โดยที่เขาไม่ได้ตั้งตัว...
ย้อนกลับไปเมื่อ 23 พ.ย. 60 "หนุ่ม กะลา" หรือ นายณพสิน แสงสุวรรณ อายุ 36 ปี นักร้องชื่อดัง เปิดแสดงคอนเสิร์ตที่ร้าน คลับ อินซอมเนีย ถนนวอล์กกิ้งสตรีท เมืองพัทยา ได้นำเพลง "ยาม" ไปร้องในร้านดังกล่าว และร้องในสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ อีกหลายครั้งหลายสถานที่ โดยไม่ได้ขออนุญาต
ด้วยเหตุนี้ ตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และออกหมายเรียกหลายครั้ง จนออกหมายจับในที่สุด
12 มีนาคม 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้นำหมายศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ. 99/2561 ลงวันที่ 8 มี.ค.61 ไปที่ตึกแกรมมี่ เพื่อจับกุมตัวนักร้องชื่อดัง "หนุ่ม กะลา" นายณพสิน แสงสุวรรณ อายุ 36 ปี ในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น เพื่อการค้าด้วยการเผยแพร่ภาพและเสียงต่อสาธารณชน ซึ่งงานดนตรีกรรมหรือโสตทัศนวัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต
...
"หนุ่ม กะลา" ถูกแจ้งจับ ข้อหาร้อง โดยไม่ขอ
ช่วงเย็นในวันเดียวกัน "หนุ่ม กะลา" เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (พ.ศ.2537) 4 ข้อหา
ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด หรือ เจ้าของค่ายมิวสิคบั๊ค เข้ามาร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยกับ หนุ่ม กะลา โดยใช้เวลากว่า 2 ชม. แต่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ หนุ่ม กะลา ได้ยอมรับผิด และขอประกันตัวในวงเงิน 1 แสนบาท
นายชนินทร์ เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าหลายกรรม หลายวาระ ทางบริษัทจึงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากถูกละเมิดซึ่งแท้จริงแล้วพยายามพูดคุยและเจรจากับศิลปินมาแล้วหลายครั้ง แต่ตกลงไม่ได้ นอกจากนี้ยังเคยเดินทางไปพบตัวที่ตึกแกรมมี่ แต่เจ้าตัวไม่ยอมลงมาพบจึงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยหลักการแล้วการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาในเรื่องของการเรียกร้องอะไรมากมาย แต่เพลงนี้เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทที่ถือเป็นทรัพย์สิน เมื่อมีคนมาขโมยออกไป ก็คงต้องขอคืนหรือเรียกร้องค่าเสียหายตามระเบียบ แต่พร้อมเจรจาทุกเมื่อ หากตกลงกันได้ก็พร้อมถอนคดี เพราะสามารถตกลงและยอมความกันได้
ขณะที่ นายไพศิษฐ์ ชาครานนท์ ทนายความส่วนตัวของ "หนุ่ม กะลา" เปิดเผยว่าที่ผ่านมา "หนุ่ม กะลา" นำเพลงนี้ไปร้องแสดงตามงานต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2560 ด้วยความที่เข้าใจว่าเพลงนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ บ.แกรมมี่ ต้นสังกัด โดยไม่ทราบว่าก่อนว่าเพลงนี้มีปัญหา และไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด กระทั่งมาทราบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีใน 47 สถานีทั่วประเทศ ในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ละเลยหรือนิ่งเฉยโดยได้พยายามติดต่อพนักงานสอบสวน และค่ายเจ้าของลิขสิทธิ์มาตลอด แต่ก็หาข้อยุติไม่ได้
ณ เวลานั้น หนุ่ม กะลา ยอมรับกับสื่อว่า ส่วนที่สงสัยว่าทำไมนิ่งเฉยจนปล่อยให้มีการออกหมายจับนั้น ยืนยันว่าไม่ได้บ่ายเบี่ยงหรือหลบเลี่ยงแต่ผิดพลาดเรื่องเวลาเท่านั้น และส่วนตัวแล้วอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี แม้จะมีผลกระทบกับงานเป็นอย่างมากเพราะต้องทำงานตลอดทั้ง 7 วัน ทำให้การพักผ่อนน้อยเพราะต้องเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามสถานีต่างๆ ทั่วประเทศ
...
หนุ่มกะลาไม่รู้เพลงติดลิขสิทธิ์ เพราะลาบานูนอยู่แกรมมี่
13 มีนาคม 61 “หนุ่ม กะลา” พร้อมนายทวีทรัพย์ หลักคำ อายุ 30 ปี ผู้จัดการส่วนตัว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.สมพร สะตะ สารวัตร (สอบสวน) สน.บางเขน หลังมีหมายเรียกของ สน.บางเขน ให้มาพบพนักงานสอบสวนครั้งที่ 2 เนื่องจากพบว่ามีการนำเพลงยาม มาร้องในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.
“หนุ่ม กะลา” เปิดเผยก่อนพบพนักงานสอบสวนว่า ขอโทษที่พลาดทำผิดในครั้งนี้ เพราะเกิดจากการเข้าใจผิดของตัวผมเองว่า ทางแกรมมี่ซื้อลิขสิทธิ์เพลงนั้นมาแล้ว เนื่องจากเป็นการเข้าใจผิดเห็นว่าลาบานูนย้ายมาอยู่ที่แกรมมี่จึงคิดว่ามีการซื้อลิขสิทธิ์เพลงมาแล้ว ตนจึงนำเพลงไปเล่นโดยไม่รู้
...
ทั้งนี้ ตนได้นำเพลงยามของวงลาบานูน ไปร้องตามงานโชว์ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ประมาณ 47 ครั้ง ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.2560 จนถึงวันที่ 8 ม.ค.2561 จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2561 ตนทราบว่ามีการแจ้งความเกิดขึ้นโดยมีการแจ้งความไปแล้วกว่า 40 แห่ง เมื่อทราบดังนั้นแล้วจึงหยุดเล่นเพลงดังกล่าวทันที ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพร้อมที่จะยอมรับความผิดตั้งแต่ที่ทราบเรื่อง.