ตร.สนธิกำลังหลายหน่วยจับกุมคดีต้มตุ๋นผ่านเฟซบุ๊ก 3 คดีรวด คดีแรกรวบผัวเมียลวงเหยื่อร่วมลงทุนเป็นตัวแทนขายเครื่องนวดสปาหน้า คดีสองล็อกหนุ่มแสบหลอกประมูลขายอุปกรณ์ไอทีและคอมพิวเตอร์ แต่ส่งลูกอมให้แทน คดีสุดท้ายซิวหนุ่มพนักงานโรงแรมรวมกับพวกตุ๋นซื้อถุงบิ๊กแบ็ก ทั้ง 3 คดีรวมผู้เสียหายกว่า 200 คน รวมมูลค่าสูญกว่า 50 ล้านบาท เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมประสาน ปปง.อายัดและยึดทรัพย์สินนำมาแบ่งคืนให้ผู้เสียหายต่อไป
จับผู้ต้องหาใช้เฟซบุ๊กตุ๋นเหยื่อ 3 คดีรวด เปิดเผยขึ้นที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 พ.ย. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รรท.ผบช.ทท. พ.ต.อ.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบก.ปอศ. และชุด ศปอส.ตร. แถลงจับกุมมิจฉาชีพหลอกร่วมลงทุน 3 คดี คดีแรกจับกุมนายพิพัฒน์ชัย จงจิตไพศาล อายุ 50 ปี นางภัสราภรณ์ โชติสิงห์สิริ อายุ 46 ปี สามีภรรยา ข้อหาร่วมฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หลังหลอกลวงให้ร่วมลงทุนขายเครื่องนวดสปาหน้า มีผู้เสียหายแจ้งความ 10 คน รวมมูลค่าสูญกว่า 5 ล้านบาท คาดว่ามีผู้เสียหายที่ยังไม่ได้มาแจ้งความกว่า 100 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
สืบเนื่องจากได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ร่วมหลอกลวงผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “ภัสราภรณ์ เจ้าแม่ท้าวแชร์” และ “ภัสราภรณ์ ชิตสิงห์สิริ” (นามสกุลปลอม) ว่าเป็นตัวแทนขายเครื่องนวดสปาหน้าของบริษัทนูสกินส์ จำกัด ชักชวนให้นำเงินมาลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูง หากมีผู้สนใจจะดึงเข้ากลุ่มไลน์ แจ้งเงื่อนไขการลงทุนว่าลงทุนขายเครื่องนวดสปาหน้า 1 เครื่อง โอนเงิน 30,000 บาท ครบกำหนด 7 วัน จะได้รับกำไร 3,500 บาท ส่งบัญชีรับโอนเงินมีทั้งบัญชีของนางภัสราภรณ์และนายพิพัฒน์ชัย ช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาแจ้งว่ามียอดสั่งซื้อจำนวนมากจะเพิ่มกำไรให้ผู้ลงทุนเป็น 5,000 บาท ผู้เสียหายเห็นว่าได้เงินจริงหลงเชื่อจึงลงทุนเพิ่ม แต่เมื่อครบกำหนดกลับไม่โอนเงินให้ สอบถามก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าถูกนายทุนโกงอีกทอดหนึ่ง
...
คดีที่สองรวบนายวัชรินทร์ แก้วศรี อายุ 28 ปี ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จับกุมได้ที่ลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขาจรัญสนิทวงศ์ ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. ผู้ต้องหาตุ๋นขายของออนไลน์ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “Watcharin Kaewsri” โฆษณาประมูลซื้อสินค้าไอทีจากกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อขายอุปกรณ์ไอทีและคอมพิวเตอร์ ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เช่น ฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูง (SSD Samsung 970 EVO) ราคาตลาด คือ 4,590 บาท สามารถประมูลซื้อได้ในที่ถูกกว่ามาก หลังจากโอนเงินแล้วผู้เสียหายกลับได้รับพัสดุเป็นลูกอมโอเล่ ซูกัสแทน มีผู้เสียหาย 100 คน รวมมูลค่าความเสียหาย 300,000 บาท ต่อมานายวัชรินทร์ออกมาโพสต์อ้างว่าถูกดีลเลอร์โกง และไม่ทราบการส่งลูกอมไปให้ผู้เสียหาย พร้อมขู่ห้ามใครโพสต์กล่าวหาจะฟ้องดำเนินคดี จากการสืบสวนทราบว่า การจัดส่งกล่องพัสดุให้กับผู้เสียหายจัดส่งทางเคอรี่ เอ็กซ์เพลส ผู้ต้องหาเป็นคนจัดส่งกล่องพัสดุ เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คดี ส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดี
คดีสุดท้ายจับกุมนายคมสัน ศรีสุข อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ จ.309/2561 ลงวันที่ 24 เมษายน 2561 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ขณะทำหน้าที่เป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังร่วมกับพวกรวม 8 คน กระทำความผิดหลอกผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊กให้ลงทุนซื้อถุงบิ๊กแบ็กจาก โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ อ้างว่าสามารถซื้อถุงบิ๊กแบ็ก ราคา 60 บาท และไปขายต่อราคา 80-100 บาท ขณะนี้มีผู้เสียหายแจ้งความ 1 คน ลงทุนซื้อกว่า 20 ล้านบาท คาดยังมีผู้เสียหายอีก ที่ผ่านมามีผู้ต้องหาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 4 คน และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 3 คน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ดำเนินคดี และประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อายัดทรัพย์ต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้ร่วมลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริง จากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบหาเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้งหมดและประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อายัดและยึดทรัพย์สินนำมาแบ่งคืนให้ผู้เสียหายต่อไป