ใช่ว่าอาชีพขายบริการทางเพศจะเป็นทางเลือกที่ผู้หญิงหลายคนสมยอมทำด้วยความสมัครใจเสมอไป แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพนี้อยู่คู่กับบ้านเมืองเรามาหลายยุคสมัย เพราะเป็นอีกหนึ่งหนทางทำมาหากินที่ได้ผลตอบแทนมหาศาลหากเทียบกับการทำงานประเภทต่างๆ แต่ก็อีกนั่นแหละที่ว่า การได้มาซึ่งเงินทองของนอกกาย อาจจะมิใช่แลกด้วยความ "ยินยอมจากใจ" แต่เป็นการ "สมยอม" เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า ผู้หญิงที่ประกอบอาชีพขายบริการจึงมีปริมาณมากขึ้นทุกๆ ปี
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2549 ถือเป็นอีก 1 เรื่องราวการค้าประเวณีเด็กที่สุดแสนสะเทือนกรุง เมื่อ พ.ต.อ.สุรัศมิ์ อุดมรัตน์ ผกก.กก.สด. (ยศและตำแหน่งสมัยนั้น) ได้นำกำลังเข้าจับกุม "น้องหญิง" (นามสมมติ) วัย 23 ปี นักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งย่านสามเสน แต่สิ่งที่สร้างความฮือฮามากไปกว่านั้นก็คือ ตำรวจยังสามารถควบคุมตัวเยาวชนอายุตำ่กว่า 18 ปี อีก 4 ราย ทั้งหมดถูกจับกุมได้ในโรงแรมริม ถ.พระราม 9 กรุงเทพมหานคร โดยแจ้งข้อหาเป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อการค้าประเวณี ส่วนน้องๆ อีก 4 คน ตำรวจนำส่งบ้านเกร็ดตระการ เพื่อดูแลและฝึกอาชีพให้
- แม่เล้าวัย 23 เกาะกรงขังเปิดใจ ทำไปเพราะจำเป็น -
12 ปี ที่แล้ว น้องหญิง ยอมเปิดใจถึงความอัดอั้นผ่านลูกกรงขัง สน.คลองตัน ให้ผู้เขียนได้ฟังเรื่องราวความเป็นมาของชีวิตเธอ เพราะภาระที่ต้องแบกรับทุกอย่างภายในครอบครัวแต่เพียงผู้เดียว พ่อ-แม่ มีอาชีพขายเลือดหมู ซึ่งผู้เป็นพ่อติดการพนันงอมแงมทำให้ครอบครัวแทบจะพังพินาศ กระทั่งเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 2 ย่าได้โอนที่ให้ แต่พ่อก็นำไปขายได้เงินมาหลายแสน สุดท้ายนำไปถลุงในบ่อนการพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัว
"มันอยู่ในภาวะที่หนูต้องถีบตัวเอง เพราะบ้านรถกำลังจะโดนยึดหมด ส่วนตัวแม่เองไม่เคยสนใจว่าหนูและน้องชายอีก 2 คน จะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอม แม่ถือหางเข้าข้างพ่อตลอด แต่เลือกที่จะทิ้งภาระค่าใช้จ่ายเอาไว้ให้พวกเราอย่างไม่ไยดี กระทั่งต่อมาหนูได้รับการชักจูงเข้ามาขายบริการทางเพศ"
...
- แฟนน้องชาย อายุ 14 ปี ชวนขายตัว -
สภาวะครอบครัวของเธอ ณ วันนั้นค่อนข้างลำบากมาก ก่อนหน้านี้เคยได้เงินใช้สัปดาห์ละ 500 บาท ไม่รวมค่ารถไปกลับ แต่พอไม่มีเงินจึงต้องดิ้นรนช่วยเหลือตนเองมาโดยตลอด กระทั่งมาเจอกับแฟนของน้องชาย อายุแค่ 14 ปี ทำอาชีพขายบริการทางเพศ จึงแนะนำให้เธอลองทำบ้าง
"ยอมรับว่ารู้สึกสนใจ และไม่ปฏิเสธ เมื่อแฟนน้องมาชักชวน เพราะว่ามีรายได้ดี สามารถเลี้ยงดูตัวเองและน้องชายอีก 2 คนได้ ที่สำคัญไม่ได้รู้สึกว่าเสียหายอะไร เพราะเคยเสียตัวตั้งแต่เรียนชั้น ม.4 จึงตัดสินใจทำทันทีเพราะความจำเป็นมันบังคับ งานรับแขกก็ไม่เหนื่อยมาก เพียงแค่เราป้องกันให้ดีที่สุดไม่ให้ติดโรค หรือมีเหตุร้ายอันตรายกับเราระหว่างให้บริการ อยากได้เงินวันไหนก็ทำงาน ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องทำ เหมือนเป็นอาชีพเสริมที่ไม่กำหนดอะไร เราบริหารตัวเองได้"
- ม่านรูดเป็นห้องทำงาน รับแขกไม่เกิน 3 ชม. -
น้องหญิง อธิบายรูปแบบการทำงานว่า "ส่วนมากหนูจะรับแขก สัปดาห์ละไม่เกิน 5 วัน ทำงานครั้งละ 3 ชั่วโมง แขกเสร็จเมื่อไรก็เลิก ถ้าอยากทำต่อก็ว่ากันอีกที ที่หลับนอนก็หาเอาม่านรูดแถวปากเกร็ด เสียค่าโรงแรม 250 บาท ต่อชั่วโมง เวลาเข้าม่านรูด แขกไม่ค่อยกล้าเบี้ยวเงิน เพราะถ้าหนูโวยวาย รับรองเป็นเรื่อง เพราะมีพนักงานเยอะแยะ"
"มีอยู่ครั้งหนึ่งเคยรับแขกหน้าตาดูไม่ได้เลย แถมยังตัวใหญ่น่ากลัวมาก ตอนนั้นไปกับเพื่อน 2 คน ทีแรกก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะมีเงินรึเปล่า พอเขาจับไต๋ออกว่าเราไม่ค่อยเชื่อใจ เลยรีบควักเงินออกมากองนับได้ 2 แสนบาท หนูก็เลยยอมเขาแบบ 2 รุม 1 เพราะเงินตัวเดียวจริงๆ "
บางทีรู้สึกท้อมาก โดยเฉพาะเวลาเจอแขกทำทารุณ หรือไม่สุภาพ ต้องขอตัวกลับบ้าน ตัดใจไม่เอาเงินดีกว่า ส่วนเวลาแขกติดต่อ จะติดต่อได้ทางโทรศัพท์ ไม่ต้องผ่านนายหน้าเลยไม่โดนหักเงิน เมื่อไหร่ที่ผ่านนายหน้ามักจะถูกหักค่าตัวเยอะ เขาชอบอ้างว่าคนโน้นคนนี้ติดต่อมาอีกที เลยหักกันเป็นทอดๆ จนแทบไม่เหลือสักบาท นายหน้าที่ดีๆ ก็มี เช่น ป้าคนหนึ่งอยู่แถวปากเกร็ด เขาจะติดต่อแขกดีๆ มีทิปหนักๆ ให้ โดยเฉพาะพวกนักการเมืองจะให้หนักเป็นพิเศษ ส่วนอีกคนชื่อ "เหมียว" เป็นนายหน้าแถวสะพานควาย
"เหมียว" เขาจะพาพวกหนู ซึ่งเป็นเด็กนักศึกษาจากหลายสถาบันไปให้ผู้ชายคนหนึ่งดูตัว เราชอบเรียกกันว่า "คุณอา" คุณอาจะคัดตัวเด็กที่พี่เหมียวหามาให้ ใครคัดตัวไม่ผ่านจะได้ 500 บาท ส่วนใครผ่านจะได้ 1,000 บาท คุณอาจะเลือกเด็กหน้าตาไม่สวยมาก โดยเฉพาะเด็กที่ฐานะยากจน เพื่อส่งเสียให้เรียนต่อ"
...
- ปฏิเสธตั้งตัวเป็น "แม่เล้า" เปล่าจัดน้องๆขายบริการ -
"หนูอายุแค่ 23 ปี เด็ก 17-18 ปี ที่ไหนมันจะเชื่อหนู อย่างมากก็แค่ชักชวนเพื่อนๆ ที่เจอกันตอนร่วมงาน แลกเบอร์เผื่อเวลามีลูกค้าแนะนำกัน ใครเดือดร้อนก็ช่วยเหลือ แต่ก็รู้ดีว่าแก้ตัวไม่ขึ้น เพราะเงินล่อซื้อมันคามือหนูอยู่ ซึ่งขอยืนยันได้ว่าเด็กทุกคนไม่มีใครถูกบังคับ ทุกคนเต็มใจหมด อยากจะทำงานหาเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้หรอก โตๆ กันแล้ว"
ชีวิตเด็กที่ถูกจับแต่ละคนน่าสงสารมาก บางคนพ่อแม่ตายหมด ต้องเลี้ยงดูน้องสาวที่เป็นใบ้ตามลำพัง เลยต้องขายตัวตั้งแต่ ม.ต้น เพราะความจำเป็นบีบบังคับ เอาจริงๆ ไม่มีผู้หญิงที่ไหนอยากเสียตัวให้ผู้ชายที่เราไม่ได้รัก แต่เพราะความจำเป็นและเลือกอาชีพที่มีรายได้สูงกว่านี้ไม่ได้
"ผู้หญิงที่ไหนอยากจะเสียตัวให้ผู้ชายที่ไม่ใช่คนที่ตัวเองรักฟรีๆ ล่ะพี่ หนูเองก็มีแฟน ก่อนที่จะถูกจับ เขาไม่เคยรู้ว่าหนูขายตัว แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว หนูก็เสียใจเหมือนกัน แต่ทำไงได้ในเมื่อเราไม่มีเงิน อีกอย่างพี่สาวที่เป็นญาติกันเขาเพิ่งเรียนจบกำลังตกงาน หนูเลยต้องแบ่งเงินให้เขาใช้ แถมต้องให้น้องชายอีก 2 คนด้วย ใครขออะไรหนูให้หมดเพราะเงินมันได้ง่าย แม้ว่าหนูต้องฝืนใจทำงานบ้างในบางครั้ง"
...
- ลูกค้าที่อ้างว่าเป็นตำรวจ ก็มาซื้อบริการบ่อย -
บ่อยครั้งแขกของเธอมักอ้างว่า เป็นตำรวจระดับผู้กำกับ หรือสารวัตร แต่เธอไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเป็นตำรวจ "จริง" หรือ "ปลอม" เพราะแต่ละคนจะเก็บงำชื่อเสียงเรียงนามอย่างมิดชิด กลัวเรื่องจะลามมาถึงตัวเอง
เมื่อเราถามเธอกลับไปว่า กลัวเพื่อนที่เรียนด้วยกันรู้ความจริงไหม? น้องหญิง ตอบว่า กลัวเหมือนกัน แต่คงไม่มีใครรู้เพราะหน้าตาไม่ได้สวยอะไรมากนัก ไม่เหมือนเด็กมหาวิทยาลัยเอกชนดังๆ ที่มีแต่สวยๆ ทั้งนั้น ด้วยความเจียมตัวเลยต้องยอมทำงานเฉพาะย่านปากเกร็ดแถวบ้านเท่านั้น
"หนูไม่รู้เหมือนกันว่า สถาบันที่หนูเรียนอยู่ จะมีใครทำอาชีพเดียวกันหรือเปล่า เพราะคงไม่มีใครยอมเปิดตัว แต่สำหรับหนู ป่านนี้เพื่อนคงรู้หมดแล้ว เสียดายอุตส่าห์ส่งตัวเองมาจนใกล้จบ แต่พอเจอคดีแบบนี้ก็จบกัน"
- เพื่อนมีเสี่ยเลี้ยง ใช้ชีวิตไฮโซหรูหรา เรื่องธรรมดาของคนหน้าตาดี -
"เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนดังๆ มีเสี่ยเลี้ยงเยอะแยะ ได้เงินดีด้วย แค่ไปเดินควงแขนกันตามห้างก็ได้เงินครั้งละ 2,000-3,000 บาท ถ้ามีอะไรกันก็ยิ่งได้เยอะ พวกนี้ต้องเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง พยายามอัพตัวเองเพื่อให้ดูดี ถูกใจแขกกระเป๋าหนักอยู่ตลอด มันเป็นแบบนี้จริงๆ นะคะสังคมไทย บางทีเราอาจจะไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ใกล้ตัวเรา แอบประกอบอาชีพนี้อยู่ ซึ่งถามหนูว่าผิดไหม หนูว่าไม่ผิดนะ สิทธิ์ของเค้า ชีวิตของเค้า และเป็นความสมยอมของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้บังคับขืนใจ"
...
***นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ เวลาผ่านมา 12 ปี น้องหญิงคงย่างเข้าสู่วัย 35 ปี มีวุฒิภาวะที่สูงขึ้น และอาจจะแต่งงานมีครอบครัว หันไปประกอบอาชีพอื่นแล้วก็เป็นได้ .....แต่สำหรับเรื่องราวที่น้องหญิงเคยเล่าให้เราฟังเมื่อครั้งถูกตำรวจจับกุม ไม่มีใครรู้ว่า สิ่งที่เขาพูด มันเกิดกับชีวิตเขาจริงๆ หรือเพียงแค่แต่งเติมให้รู้สึกว่า "จำเป็นที่ต้องประกอบอาชีพนี้" เพราะปัจจุบัน ยังคงมีนักศึกษาสาวอีกหลายคนที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อความสบาย เต็มใจเป็นบ้านเล็ก แลกซื้อคอนโดและรถหรู .... เพราะสิ่งของนอกกายเหล่านี้ มันเหมือนเป็นค่านิยมของคนทุกยุคทุกสมัยไปแล้ว.