เซ็กซ์สวิงกิ้ง แลกเปลี่ยนคู่นอน ดูจะเป็นเรื่องไม่หวือหวาน่าตกใจหากนำมาพูดกันในสมัยนี้ แต่ลองย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ข่าวฮือฮาพาดหัวหนังสือพิมพ์หน้า 1 ทุกฉบับ เมื่อตำรวจกองปราบปราม นำกำลังบุกค้น "เอส.อาร์.คาราโอเกะ" ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแส เป็นแหล่งนัดสวิงกิ้งของคู่รักผัวเมีย อีกทั้งเจ้าของสถานที่แห่งนี้ยังมีนิตยสารสุดสยิวโชว์เสียวด้วยเรือนร่างสาวๆ ขึ้นปกวางขายโจ่งแจ้ง ที่โด่งดังในอดีต รู้จักกันดีในชื่อ "ไทยเพลย์บอย"
- ย้อนเหตุการณ์ขณะเข้าจับกุม -
กลางดึกคืนวันที่ 20 พ.ค. 2538 หลังจาก พ.ต.ท.พิทักษ์ สายจันยนต์ สว.ผ.4.กก.1 ป. ได้นำกำลังตำรวจกองปราบปราม บุกเข้าตรวจค้น เอส.อาร์.คาราโอเกะ เลขที่ 99/73 หมู่ 9 ถ.ลาดพร้าว แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ที่รอมาลิ้มลองความสนุกในการสวิงกิ้งแลกคู่นอน ระหว่างเข้าจับกุม บรรยากาศภายในร้าน ณ วันนั้น มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการไม่มากนัก กระทั่งตรวจสอบบริเวณชั้นลอยของอาคาร พบอุปกรณ์เครื่องเล่นทางเพศจำนวนหนึ่ง ระหว่างจับกุมยังพบ นายสุรินทร์ ตระกูลเกษมสุข ผู้จัดการร้าน และ นายชูชาติ ธนมงคลชัย หรือ เฮียกังฟู เจ้าของสถานที่ จึงเรียกตัวมาสอบปากคำ
เวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังส่วนหนึ่งไว้ที่โรงแรมม่านรูด ย่านรัชดาภิเษก เพื่อสะกดรอยคู่สวิงกิ้ง 2 คู่ ที่นัดพบกันในร้านแห่งนี้ เมื่อสบโอกาสจึงกรูเข้าไปยังห้องพัก ท่ามกลางความแตกตื่นของคู่สวิงกิ้งที่อยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน ทั้งหมดพยายามขอร้องเจ้าหน้าที่ไม่ให้เผยแพร่ข่าวออกไป เพราะกลัวเสียชื่อเสียง…
- ตะลึง หนุ่มสาววัยทำงานหน้าตาดียุค 90 นิยม sexหมู่ แลกคู่นอน -
น่าใจหายเมื่อคำให้การจากปากผู้ร่วมใช้บริการแลกคู่นอน เป็นการเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วยความสมัครใจ ซึ่งคู่สวิงกิ้งทั้งหมดนั้น อยู่ในวัยกลางคน ฐานะดี มีความรู้ และหน้าที่การงานไม่ธรรมดา เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ชวนกันมาอีกทอดหนึ่ง
และทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกนิตยสาร "ไทยเพลย์บอย" ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มดังกล่าว สื่อไปทางเรื่องบนเตียง หรือผู้อ่านทางบ้านเล่าประสบการณ์เสียว หากเปรียบกับยุคปัจจุบันหนังสือประเภทนี้แทบไม่มีวางขายโชว์ตามแผง เพราะผู้คนที่มีรสนิยมทางเพศแปลกแหวกแนว จะเสพสื่อโลกโซเชียล การเข้าถึงง่าย สะดวกรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการได้ดีกว่าเปิดนิตยสารอ่านเหมือนเมื่อ 20 กว่าปีก่อน
- ลูกค้าเป็นไฮโซ รู้จักกันดีในแวดวงคนดัง กังฟูรับหน้าที่ตัวกลาง -
ภายหลังการจับกุมวันนั้น "นายชูชาติ" หรือ กังฟู ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ว่า เรื่องการหาคู่สวิงกิ้งนั้น ตัวเค้าเองบริการเฉพาะลูกค้าที่อยากจะเปลี่ยนคู่นอนเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีปัญหาทางเพศกับคู่นอน จึงต้องมาพึ่งบริการให้หาคู่นอนที่มีปัญหาแบบเดียวกันมาให้รู้จัก ตัวเขาเองจึงเป็นตัวกลางประสานให้มาพบกัน ที่ผ่านมา ได้เป็นสื่อกลางมาหลายสิบคู่แล้ว และลูกค้าส่วนหนึ่งเป็นคนในแวดวงไฮโซที่สังคมรู้จักกันดี
"หลังจากดูประวัติ หรือความต้องการของสมาชิกแต่ละคู่แล้ว จะทำการจัดหาคู่ที่เหมาะสมมาจับคู่ให้แล้วนัดมาพบกัน โดยผมเองจะเป็นคนบอกรหัสลับในการติดต่อให้ จากนั้นจะให้ไปตกลงกันเอง ถ้าสนใจก็มีการสับเปลี่ยนคู่ แต่ถ้านัดเจอกันแล้วไม่ถูกใจก็ไม่ได้มีการบังคับ และบางคู่มีอะไรกันแล้วเกิดติดใจไปนัดเจอกันเอง โดยที่ไม่มีผมเป็นสื่อกลาง" นายชูชาติ หรือ เฮียกังฟู ได้ให้ปากคำเมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา หลังถูกศาลตัดสินจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญาฐานความผิด ณ ขณะนั้น
- จำคุกเกือบ 10 ปี สู่วันคืนอิสรภาพ ให้สัมภาษณ์ นสพ.หัวสี -
เวลาเปลี่ยนผ่านมาจนมาถึง พ.ศ.2547 ผู้สื่อข่าวสำนักพิมพ์หัวสีน้องใหม่บนถนนบางนา-ตราด ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "นายชูชาติ ธนมงคลชัย" ทางทีมข่าวได้นัดพบกับ "เฮียกังฟู" ย่านโชคชัย 4 ภายในศูนย์สรรพสินค้าเล็กๆ มีลานโบลิ่งเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าใช้บริการ นาทีแรกที่ เฮียกังฟู ปรากฏตัว สัมผัสได้ว่าค่อนข้างเป็นคนมีอายุที่จิตใจดี พูดจาเปิดเผย ภายหลังที่เค้าเพิ่งออกจากเรือนจำได้เพียง 9 วันเท่านั้น
"ผมไม่ใช่เจ้าพ่อสวิงกิ้งอย่างที่สื่อเสนอข่าว ผมเป็นแค่คอลัมนิสต์เขียนเรื่องราวประสบการณ์จริงที่คนทางบ้านส่งมา ใครอยากจะระบายอะไรก็คุยกันได้ทางจดหมาย ในสมัยนั้นทุกคนรู้ว่าผมมีร้านคาราโอเกะ คนอ่านแฟนหนังสือไทยเพลย์บอย ก็พากันเข้ามาใช้บริการ มานัดพบกัน แต่ผมไม่ได้เป็นคนชักจูง หรือบังคับจับคู่ให้เขาไปสวิงกิ้งกัน" เฮียกังฟู กล่าว
เรื่องการสวิงกิ้งในมุมมองของเฮียกังฟู ยุคสมัยนั้น เขาเชื่อว่า เป็นเรื่องที่เกิดจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย และสังคมไทยต้องเข้าใจด้วยว่า วัฒนธรรมสวิงกิ้งได้รับ อิทธิพลมาจากเมืองนอก ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะมีสื่อต่างๆ มากมายที่เผยแพร่เรื่องเหล่านี้ออกมา ส่วนคู่สามีภรรยาที่มีพฤติกรรมทางเพศ โดยการสวิงกิ้ง หรือแลกคู่กันนอน เขาเรียกว่า “โรคบกพร่องทางการครองคู่ต่อการร่วมเพศ”
...
- แลกคู่นอน รักษาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว -
"จุดประสงค์ของการแลกคู่นอน ส่วนใหญ่เกิดจากความต้องการที่จะรักษาความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก แต่คู่ที่มาใช้บริการจะต้องใจถึงจริงๆ เชื่อว่ายังมีอีกหลายคู่ที่ไม่เปิดเผยว่าตัวเองกำลังมีปัญหา และอยากใช้บริการแบบนี้ เชื่อว่าความต้องการแบบนี้มีเยอะ เพราะก่อนที่ผมจะโดนจับ แต่ละวันผมได้รับจดหมายในลักษณะนี้เป็นกระสอบ บางคนเป็นคนดังมาก พูดไปใครๆ ก็รู้จัก" เฮียกังฟู ไม่ยอมเปิดเผยว่าคนดังคนนั้นเป็นใคร
- เหมือนตายแล้วเกิดใหม่-
"ภายหลังพ้นโทษ รู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ส่วนชีวิตในโลกภายนอกหลังออกมาได้เพียงไม่กี่วัน ยอมรับว่ายังไม่ชินกับถนนหนทางและตึกสูงๆ ที่ผุดขึ้นอย่างมากมาย จึงอยากจะฝากข้อคิดถึงคนรุ่นหลังที่คิดจะทำผิดกฎหมายว่า อย่าทำอะไรด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ เพราะเป็นนักโทษเนื่องจากอารมณ์ชั่ววูบมีถึง 60% แต่ที่ทำผิดโดยสันดานมีเพียง 30% และทำด้วยความประมาทเพียง 10%”
...
นอกจากนี้ นายชูชาติ หรือ เฮียกังฟู ยังได้ให้ความเห็น เกี่ยวกับพฤติกรรมของวัยรุ่นเมื่อช่วงยุคสมัยปี 2547 ที่มักจะไปเปิดห้องรวมกลุ่มกันมั่วสุมทำกิจกรรมทางเพศทีละหลายๆ คนว่า “การกระทำแบบนี้ เขาไม่ได้เรียกว่าการสวิงกิ้ง เพราะพฤติกรรมที่เขาทำมันเป็นเรื่องไร้สาระตามสมัยนิยม เป็นการกระทำที่ไม่มีความคิด และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย”
- "กังฟู" 2561 กับบทบาทใหม่ ให้ความรู้เรื่องเพศ ผ่านออนไลน์ -
หนุ่มๆ ยุค 90 ไม่มีใครไม่รู้จัก "นายชูชาติ ธนมงคลชัย" หรือ เฮียกังฟู เจ้าของนิตยสารไทยเพลย์บอยที่มียอดขายถล่มทลายในช่วงนั้น หากแต่ว่าโลกหมุนเวียนเปลี่ยนไป นิตยสารหัวใหญ่หลายๆ เล่มค่อยๆ ล้มหายตายจากไปพร้อมกับวันเวลา ในขณะที่ เฮียกังฟู มีอายุ 72 ปี ก็เลือกที่จะปรับเปลี่ยนการให้ความรู้เรื่องเพศ รับปรึกษาปัญหาผ่านช่องทางโลกโซเชียล หลายคนอาจไม่รู้จักเค้า หลายคนยังจำเค้าได้ดี แต่หากเด็กรุ่นใหม่อยากจะทำความรู้จัก "เฮียกังฟู" ทุกวันนี้เขายังคงเปิดเผยตัวเองผ่านช่องทางยูทูบ กังฟู ไทยเพลย์บอย หรือติดตามทางเพจเฟชบุ๊ก "ชูชาติ ธนมงคลชัย"
...
เพราะนอกจากจะได้แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องบนเตียงแล้ว เฮียกังฟู ยังถ่ายทอดข้อมูลผ่านบทสัมภาษณ์ในแง่มุมความสัมพันธ์ การใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัว หรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นยุคสมัยนี้ไว้มากมาย