กลุ่มผู้รักสัตว์ ยังคงเกาะติดกรณีดีเจซัน หรือ น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ อายุ 30 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าควักไส้พุงลูกแมว ที่รับมาอุปการะโดยเจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ และขอเลื่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ รับทราบข้อหากระทำทารุณกรรมสัตว์ เพราะเครียดหนัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นห้องพักภายในคอนโด พบหนังสือลัทธิความรุนแรงของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้พยายามขุดคุ้ยการกระทำที่ผ่านมาของดีเจซัน ซึ่งในอดีตเคยเป็นนักสิทธิมนุษยชน และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่สังกัดกลุ่มใด ถูกตั้งฉายาสาวแว่น จากผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน เคยร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก ให้แก้ไขมาตรา 112 และในปี 2557 ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง 1 สิทธิ์ 1 เสียง ไม่อยากให้มีการรัฐประหาร บริเวณหอศิลปวัฒนธรรม กทม.
นอกจากนี้ ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อการเลือกปฏิบัติไม่รับผู้มีรอยสักเข้าทำงาน มองว่าคนที่มีรอยสักต้องมีความเท่าเทียมในการทำงาน เหมือนกับคนที่ไม่มีรอยสัก และบริษัทควรเคารพความเป็นปัจเจกและปฏิบัติกับคนที่สักและไม่สักด้วยเงื่อนไขเดียวกัน
...
ขณะที่มีการอ้างถึงเว็บไซต์ จาม.ดอม ว่า ดีเจซัน ยังเคยทำโยเกิร์ตจากเชื้อในช่องคลอด พร้อมโพสต์วิธีการทำ โดยทำตามนักศึกษาสาวชาวสหรัฐฯ ซึ่งทดลองทำโยเกิร์ตสุดแปลกประหลาดนี้ เพราะเชื่อว่าเชื้อในช่องคลอดมีส่วนประกอบเดียวกับเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ทำโยเกิร์ต ทำให้สูตินรีแพทย์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาเตือนเหมือนเป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
เพื่อความกระจ่างของเรื่องที่เกิดขึ้นว่าจริงหรือไม่? ดีเจซัน จะกระทำกับลูกแมวน้อยอย่างทารุณได้ขนาดนั้น โดยฝั่งเพื่อนสนิทของดีเจซัน เปิดเผยกับทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ด้วยคำแรก ”ไม่เชื่อว่าเพื่อนทำอย่างแน่นอน” พร้อมเล่าว่า ได้เจอกับดีเจซัน เมื่อเกือบ 4 สัปดาห์ที่แล้ว โดยเพื่อนได้เก็บลูกแมวสีดำจากถังขยะแถวคอนโดฯ มาเลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกแมวที่รอดชีวิตในถังขยะ แต่ไม่ค่อยแข็งแรง พร้อมกับตั้งชื่อว่า “เจ้าเซาท์” และซื้อทรายแมวและอาหารแมวมาไว้ในห้อง เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกแมวได้ตายไป
“สร้างความตกใจให้กับดีเจซัน ร้องไห้เสียใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน เคยแต่เลี้ยงหมาที่บ้าน และได้นำซากเจ้าเซาท์ ไปทิ้งถังขยะ โดยได้ไปหาดีเจซัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค. พบว่าเพื่อนมีอาการฟูมฟายตลอดเวลา เพราะรู้สึกผิดทำให้เจ้าเซาท์ตาย จึงมีความกระตือรือร้นหาข้อมูล อยากหาแมวมาเลี้ยงใหม่ กระทั่งเกิดเหตุการณ์ เรื่องราวต่างๆ จนมารู้ข่าวของเพื่อนในวันศุกร์ที่ 19 ต.ค. จนมีการปิดเพจของตัวเอง เพราะโดนข่มขู่ฆ่า ส่งข้อความมาด่า ขู่ทำร้ายพ่อแม่ดีเจซัน”
เพื่อนดีเจซัน เล่าอีกว่า เหตุที่เกิดขึ้นทำให้ดีเจซันรู้สึกเครียดและกังวล จนไม่ได้นอน ขณะเดินทางไปยังโรงพักครั้งแรก ซึ่งยืนยันไม่ได้ทำร้ายลูกแมว โดยดีเจซัน บอกว่า ได้นั่งแท็กซี่นำลูกแมวมาเลี้ยงในคอนโดฯ และขณะกำลังเอาลูกแมวลงจากรถ กำลังจ่ายค่าแท็กซี่ ลูกแมวได้หลุดหายไป คิดว่าคงไม่ไปไหนไกล จึงจ่ายค่าแท็กซี่ก่อนแล้วค่อยไปหาลูกแมว จนมาเกิดเรื่องราว โดนตัดสินว่าทำกับลูกแมว ทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐาน และคนที่บ้านของดีเจซันก็ไม่เชื่อว่าลูกทำ
“เรื่องนี้มันบ้ามาก ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ทำไมคนตัดสินกันง่ายๆ จับไปโยงกับเรื่องต่างๆ มากมาย และฟังความข้างเดียว ที่สำคัญตอนดีเจซันไปโรงพัก ตำรวจไม่ให้ความคุ้มครองเพื่อน ปล่อยให้คนยืนด่า ยืนว่า นึกไม่ออกตำรวจจะรับผิดชอบอย่างไรกับเพื่อนตัวเอง กับสิ่งที่กล่าวหากันไปตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือลัทธิรุนแรงของญี่ปุ่น ยอมรับว่าเพื่อนสะสมมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะความชอบ แต่ยืนยันเพื่อนไม่เป็นคนฝักใฝ่ชอบความรุนแรง หรือชอบความสยอง เป็นผู้หญิงหวานๆ ปกติ ชอบดนตรีญี่ปุ่นยุคปี 97 มีการสะสมแผ่นเสียงเพลง จนมาเป็นดีเจอิสระ เพราะความชอบ”
พร้อมทิ้งท้ายว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นได้ทำให้ดีเจซัน ได้รับผลกระทบอย่างมาก ไม่สามารถไปทำงานประจำได้ปกติ จนต้องไปอาศัยอยู่กับพ่อแม่เพื่อรักษาจิตใจ และเป็นผู้เชื่อว่าลูกสาวคนเดียวของครอบครัวไม่กระทำอย่างแน่นอน.