ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ฟื้นคดีดัง 28 ปี! น้องในไส้ขนอาวุธสงคราม ถล่มศาลสงขลา ชิงตัวพี่ ปะทะ 5 ศพ

    ไทยรัฐออนไลน์22 ต.ค. 2561 21:03 น.
    SHARE

    28 ปี ไม่มีข้อมูลย้อนหลังปรากฏในอินเทอร์เน็ต ทั้งที่วีรกรรมสุดอุกอาจ น้องชายแท้ๆ ควงอาก้า-M79 บุกเดี่ยวชิงตัวพี่ชายที่ศาลจังหวัดสงขลา พิสูจน์คำคมที่ว่า "สายเลือดย่อมเข้มข้นกว่าน้ำ" ... เมื่อ นายสุนทร เพชรรัตน์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาหนีคดีค้าอาวุธสงคราม ได้ตัดสินใจควบกระบะสีแดงเพลิง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บุกชิงตัวพี่ชาย "นายสุพล เพชรรัตน์" อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ปลอมบัตรข้าราชการกระทรวงกลาโหม ซ้ำยังปลอมตัวเป็น ส.อ.สังกัดกองรบพิเศษ และค้าอาวุธสงคราม

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2533 ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา 2 นาย ได้คุมตัว นายสุพล เพชรรัตน์ ผู้ต้องหาฝากขัง สภ.กิ่ง อ.นาหม่อม จ.สงขลา มาพบกับทนายที่ศาลตามคำร้องขอ ระหว่างนั้นเองได้เกิดเหตุหม้อแปลงหน้าศาลจังหวัดสงขลา ระเบิดขึ้นตูมสนั่น ทราบต่อมาว่าคนร้ายได้ใช้อาวุธปืน M 79 ดึงความสนใจของเจ้าหน้าที่ภายในศาล  ขณะนั้นเอง นายสุนทร เพชรรัตน์ น้องชายที่หนีคดี ได้ฉวยจังหวะเผลอใช้ปืนพกสั้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่ทันตั้งตัว ได้รับบาดเจ็บหลายนาย ก่อนจะชิงตัว นายสุพล เพชรรัตน์ หรือ นายไข่ พี่ชายแท้ๆ ออกมาทั้งโซ่ตรวนกุญแจมือ ขึ้นรถกระบะสีแดง ที่จอดทิ้งไว้หน้าศาล ขับหลบหนีไปยังริมหาดสมิหลา

    พาดหัวข่าว นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 28 ปีที่ผ่านมา
    พาดหัวข่าว นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 28 ปีที่ผ่านมา

     - ฉากดวลปืนสนั่น ทหารเรือช่วยยิง เสบียงอาหารคนร้ายเต็มถนน -  

    ระหว่างที่ 2 พี่น้องกำลังขับกระบะสีแดงหลบหนีอย่างเร่งรีบเลาะถนนริมหาดสมิหลา ปรากฏว่าได้ขับข้ามเลนพุ่งชนรถที่สวนทางมา ทำให้การหนีต้องหยุดชะงักบริเวณหน้าค่ายฐานทัพเรือสงขลา เป็นเหตุให้ 2 พี่น้องงัดอาวุธสงคราม M79 และอาก้าออกมายิงสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเรือทำงานอยู่บนตึก 4 ชั้น ช่วยยิงสกัดคนร้าย 2 พี่น้อง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า อานุภาพความร้ายแรงของอาวุธปืน M79 และปืนอาก้า สามารถยิงทำลายระยะไกลหลายร้อยเมตร เป็นเหตุให้รถตำรวจที่วิ่งไล่ตามมาระเบิดทั้งคัน นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ถูกยิงเสียชีวิตบนถนนริมหาดสมิหลา คือ ด.ต.อำนวย แก้วเนียม และ จ.ส.ต.ฤทธิรร ขุนไกร นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บอีกหลายนาย 

    ขณะเดียวกัน บนถนนริมหาดสมิหลา เต็มไปด้วยข้าว แกง เสบียงอาหารเป็นหม้อๆ ที่ 2 พี่น้องเตรียมไว้ หลังว่าจะหนีรอดจากการจับกุม ซึ่งอาหารดังกล่าวถูกเทกระจาดลงเต็มพื้นถนน ปะปนกับร่องรอยการต่อสู้และกระสุนปืน 

    - 2 ผู้ต้องหาพี่น้องสู้จนตัวตาย พบอาวุธสงครามซุกรถคนร้ายเพียบ -   

    บทสรุปของ 2 พี่น้องสายเลือดเดียวกัน ภายหลังการปะทะดุเดือดผ่านไปได้เพียง 15 นาที ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง ถูกทหารเรือและเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธหนักยิงถล่มจนตายคาที่ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา ประชาชนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บระนาว แต่ที่หนักไปกว่านั้นก็คือ เจ้าหน้าที่ขับรถของธนาคารแห่งหนึ่งที่ขับสวนทางมาชนกับรถคนร้ายจนเสียหลัก ถูกลูกหลงจนตัวตายคารถ คาดว่าเป็นความผิดพลาดระหว่างปะทะ เพราะ ณ ขณะนั้นทั้งตำรวจและคนร้ายก็ไม่รู้ว่าใครเป็นพวกใคร หวังเพียงสกัดจับระงับเหตุ 

    หลังเหตุการณ์สงบ ตำรวจเข้าตรวจสอบรถกระบะสีแดงของคนร้าย ต้องถึงกับตะลึง พบอาวุธสงคราม M16, M79, ปืนอาก้า 5 กระบอก, ปืนพกสั้น 11 มม. ระเบิดมือ 3 ลูก อย่างไรก็ตาม คนร้ายได้ใช้ปืนอาก้ายิงไปแล้วทั้งสิ้น 22 นัด นอกจากนี้ ยังพบเป้ผ้าร่มสีน้ำเงิน พบแผ่นป้ายทะเบียนตรากงจักร คาดว่าคนร้ายจะเอาไว้สวมลอยขณะหลบหนี 

    อาวุธสงครามตรวจพบในรถผู้ต้องหา
    อาวุธสงครามตรวจพบในรถผู้ต้องหา
    สภาพศพคนร้าย  ทั้ง 2
    สภาพศพคนร้าย ทั้ง 2

    - เมีย ตร.เผย เพื่อนสนิท 2 ผู้ต้องหารุดรับศพ เผยข้อมูลลับ ทำญาติตะลึง - 

    นางจิราพร แก้วเนียม ปัจจุบันอายุ 63 ปี ภรรยาของดาบตำรวจอำนวย แก้วเนียม ย้อน 28 ปี แห่งความหลัง เปิดเผยข้อมูลให้เราฟังว่า หลังเกิดเหตุ กลุ่มเพื่อนคนร้ายได้เดินทางมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช อายุประมาณ 20 กว่าๆ ทั้งหมดจับกลุ่มกันพูดคุยที่โรงพยาบาล ระบุน้องชายตัดสินใจขนอาวุธปืนไปชิงตัวพี่ชาย เนื่องจากจะพากันไปล้างแค้นคู่กรณีที่มีปัญหาขัดแย้งหักกันเรื่องการค้าอาวุธปืน นอกจากนี้ เพื่อนคนร้ายยังใช้คำพูดแบบไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ว่า "รู้แบบนี้จะขนกันมาหลายคันรถ จะไม่ปล่อยให้เพื่อนบุกเดี่ยวมาลำพังจนต้องจบชีวิตลง"

    "เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ลูกชาย 3 คน ที่กำลังเรียนชั้นประถมศึกษา ต้องเสียพ่อไปตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่ง นายบรรหาร ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี (ในสมัยนั้น) ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานรดน้ำศพ และช่วยเหลือเยียวยา หลังการตาย สามีได้เพิ่มขั้น 7 ชั้นยศ ขึ้นเป็น พ.ต.อ. ส่วนตำรวจที่เสียชีวิตอีกคนได้เพิ่มชั้นยศเป็น พ.ต.ท."

    - ความรู้สึกนาทีสามีตาย ต้องแบกภาระลูกชาย 3 คน -

    "ตอนที่ทราบว่าสามีตาย ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะเรายังมีลูกชายอีก 3 คนที่ต้องรับภาระส่งเสียให้เรียน ก็คิดในใจว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร ลูกชายคนเล็กยังเขียนหนังสือเซ็นชื่อไม่เป็นด้วยซ้ำ ตอนนั้นดิฉันประกอบอาชีพขายหมูอยู่ที่ในตลาดสงขลา ก็รับเขามาขาย ขาดทุนบ้างได้กำไรบ้าง การสูญเสียสามีไปก็เหมือนสูญเสียเสาหลักของครอบครัว แต่ก็กัดฟันเลี้ยงลูกมาจนโต โชคดีขณะนั้นโรงเรียนอนุบาลสงขลาได้ให้ลูกชายทั้ง 3 เรียนฟรีไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนทางรัฐบาล มอบเงินให้ 10,000 บาท ตอนเกิดเหตุใหม่ๆ" 

    นางจิราพร แก้วเนียม เล่าต่อว่า หลังจบชั้นประถม ลูกชายทั้ง 3 คนได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ซึ่งก็ต้องเสียค่าเทอมตามปกติ ตนเองรู้สึกโชคดีที่ลูกทั้ง 3 ตั้งใจเรียน และฝันอยากจะเป็นตำรวจเหมือนพ่อ

    พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
    พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

    - สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใย เรียกเข้าเฝ้าฯ - 

    "หลังเกิดเหตุทางสำนักพระราชวังเรียกให้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดิฉันเดินทางไปพร้อมๆ กับลูกชายทั้ง 3 คน ซึ่งดิฉันเองได้สวมชุดสีดำไป ทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าเฝ้าฯ จึงอนุญาตเพียงให้ลูกๆ ทั้ง 3 เข้าไป ซึ่งพระองค์ทรงถามไถ่เรื่องราวจากลูกๆ ก่อนจะตรัสถามว่า "แม่ไปไหน" ลูกๆ ก็บอกว่าแม่ใส่เสื้อสีดำ เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้ามา สุดท้ายพระองค์ได้ทรงเมตตา เรียกดิฉันเข้าไปพบ สร้างความปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้นแก่คนในครอบครัว" 

    นางจิราพร แก้วเนียม ย้อนความประทับใจให้ฟังว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงให้ทุนการศึกษาลูกๆ ทั้ง 3 คน ปีละ 3 หมื่นบาท ตั้งแต่วันเข้าเฝ้าฯ ไปจนลูกๆ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ถือเป็นพระกรุณาธิคุณล้นพ้น ต้องยอมรับว่านอกจากจะเลี้ยงลูก 3 คนด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการขายหมูในตลาดแล้ว เงินจำนวน 3 หมื่นบาท ที่ได้ทุกๆ ปียังช่วยจุนเจือครอบครัว ส่งลูกๆ จนเรียนจบ ในขณะที่หน่วยงานอื่นไม่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องดังเช่นพระองค์ 

    - ลูกชายทั้ง 3 คน เดินตามรอยพ่อ สุดภูมิใจ ได้เป็นตำรวจรับใช้ประชาชน - 

    "ลูกชายคนโต ปัจจุบันอายุ 38 ปี ได้ใช้สิทธิ์ของพ่อที่เสียชีวิตในหน้าที่ เข้ารับราชการเป็นตำรวจ ปัจจุบันติดยศ พ.ต.ท. เป็นสารวัตรป้องกันและปราบปรามอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ส่วนคนที่ 2 และคนที่ 3 ศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาตรี ก่อนจะสอบเข้าเป็นตำรวจ ทั้งคู่เป็นสัญญาบัตร ยศรองสารวัตร รับราชการอยู่ภาคใต้ การเสียชีวิตของพ่อในครั้งนั้น ทำให้ลูกๆ ได้เรียนรู้ถึงความเสียสละของตำรวจที่ต้องตายในหน้าที่ ปกป้องประชาชนจากโจรผู้ร้าย ทั้ง 3 คนเป็นเด็กดี และเดินตามความฝันจนสำเร็จ สร้างความภาคภูมิใจสู่ดิฉัน" 

    นางจิราพร แก้วเนียม กล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนสามีตาย อายุ 37 ปี หากวันนี้สามียังมีชีวิตอยู่ อายุก็จะประมาณ 65 ปีแล้ว เชื่อว่าสามีชื่นชมยินดีที่ลูกๆ ทั้ง 3 เป็นเด็กดีรักเรียน และสามารถสอบติดเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรเพื่อรับใช้ชาติ ตามที่ได้ใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ ทั้ง 3 คน 

    ครอบครัว
    ครอบครัว "แก้วเนียม" หลังพ่อเสีย ลูกเรียนจบสอบเป็นตำรวจทั้ง 3 คน
    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชิงตัวประกันศาลจังหวัดสงขลาย้อนคดีดังข่าวร้อนชิงตัวนักโทษ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 23:24 น.