เปิดใจ ร้อยตำรวจเอก ศรัณยพงศ์ ตำรวจฮีโร่ช่วยคนเจ็บติดรถเก๋งขณะไฟลุกท่วม ไม่กลัวตาย เผยผมมีคนที่รักรออยู่ที่บ้าน คนที่ติดอยู่ในรถก็เช่นกัน ฉะนั้น เขาต้องรอด...

จากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะและรถเก๋งชนกัน บนทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี จนไฟลุกท่วม และมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 2 รายนั้น

ในระหว่างเกิดเหตุ ร้อยตำรวจเอก ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ รองสารวัตรสายตรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง กำลังเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่นำขบวนเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่วังสระปทุม แต่พบอุบัติเหตุดังกล่าวและเห็นว่ามีคนติดในรถ จึงลงไปช่วยทุบกระจกเอาผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถได้ ทั้งเครื่องแบบรับเสด็จ โดยไม่สนใจว่าเลือดของผู้ได้รับบาดเจ็บเปรอะเปื้อนตามเสื้อผ้า

...

ร้อยตำรวจเอก ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ เปิดใจกับทีมข่าวเจาะประเด็นถึงวินาทีระทึกว่า เหตุดังกล่าวเกิดบนทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีขามุ่งหน้านครปฐม ส่วนตนกำลังเดินทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แต่ในระหว่างทาง พบว่าไกลออกไปลิบๆ ตรงหน้าของอีกฝั่งเลนเกิดอุบัติเหตุ มีควันพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก และเมื่อรถเคลื่อนตัวเข้าไปที่เกิดเหตุ จึงพบว่ามีรถเก๋งและรถกระบะชนกัน แต่ยังไม่ทราบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่

“ผมจึงตะโกนข้ามฟากไปถามเจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊งว่า มีคนบาดเจ็บอยู่ในรถหรือเปล่า ได้รับคำตอบว่า มีคนบาดเจ็บติดอยู่ในรถ ผมได้ยินดังนั้น ก็รีบลงจากรถกระโดดข้ามแบริเออร์ วิ่งตรงไปที่รถคนเกิดเหตุทันที

“ภาพที่เห็นตรงหน้าทำผมตกใจพอสมควร เพราะมีผู้บาดเจ็บเลือดไหลเต็มหน้า และเขานอนหมดสติอยู่ภายในรถ โดยมีไฟลุกโหมกระหน่ำไปทั่วทั้งคัน ผมพยายามทุบกระจก ถีบกระจกอย่างเต็มแรง แต่กระจกก็ไม่แตก จังหวะนั้นโชคดีมีพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมา ยื่นค้อนมาให้ ผมจึงเอามาทุบกระจกจนกระจกแตก และพยายามนำตัวผู้บาดเจ็บออกมา ซึ่งในใจก็คิดว่า แก๊สจะระเบิดไหม ไฟจะลุกมาท่วมตัวผมและผู้บาดเจ็บหรือเปล่า

“แต่สุดท้าย เราก็นำตัวผู้บาดเจ็บออกมาได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าเสื้อผ้าของผมจะเปื้อนเลือด และมีภารกิจต้องไปต่อ แต่ผมก็คิดในใจว่า ยังไงคนที่อยู่ตรงหน้าผมต้องรอด ส่วนเสื้อผ้าที่เลอะเลือด เดี๋ยวผมสวมสูททับเอาก็ได้ ชีวิตคนต้องมาก่อน ผมมีคนที่รักรออยู่ที่บ้าน คนที่ติดอยู่ในรถก็เช่นกัน ฉะนั้น เขาต้องรอด” ร้อยตำรวจเอก ศรัณยพงศ์ ทิ้งท้าย.