จาก 3 นักโทษ ชิงรถเรือนจำหนีขณะขึ้นศาล ทีมข่าวเจาะประเด็น ย้อนคดีดัง “นักโทษแหกคุกที่ดังกระฉ่อนที่สุดในเมืองไทย”
6 เดนนรก แหกคุก-ฆ่า ผบ.เรือนจำ
ช่วงบ่ายของวันที่ 3 มีนาคม 2541 ขณะที่ นายสมพงษ์ อ่วมน้อย ผู้บัญชาการเรือนจำกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยภายในเรือนจำตามปกติ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนักโทษชายจำนวน 6 คน ที่กำลังนั่งฝึกงานช่างฝีมืออย่างนิ่งเฉย ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกัน และถือเอาสิ่ว ขวาน และมีดปลายแหลมที่ใช้สำหรับฝึกงานฝีมือ ตรงเข้าล็อกคอนายสมพงษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้างของเดนคุก ยังถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน
ทาง นายสมพงษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำไม่ทันได้ระวังตัว จึงตกอยู่ในเงื้อมมือนักโทษชายทั้ง 6 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นนักโทษในคดีอุกฉกรรจ์ทั้งสิ้น ส่วนผู้คุมคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าช่วยนายสมพงษ์ จนเกิดเหตุชุลมุน โดนนักโทษใช้อาวุธมีดรุมแทงผู้คุมจำนวน 2 คนอย่างบ้าคลั่ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส คราบเลือดเลอะเทอะทั่วทั้งพื้นที่
...
แถมเดนนรกยังขู่บังคับเหล่าผู้คุมคนอื่นที่ยืนคุมเชิงอยู่ให้ออกไปห่างๆ หากมีใครขัดขืนจะฆ่าผู้บัญชาการให้ตายทันที จึงทำให้บรรดาผู้คุมพากันยืนมองตาปริบๆ ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปช่วยเหลือ
จากนั้น นักโทษทั้งหมดได้พาตัวนายสมพงษ์ขึ้นไปบนรถบรรทุกด้านหน้า บังคับให้นั่งข้างๆ คนขับ โดยนักโทษเดนตายทั้งหมดได้คุมเชิงไว้ ด้วยการใช้มีดจ่อคอหอยนายสมพงษ์ตลอดเวลา
ขณะที่รถกำลังจะพุ่งออกจากเรือนจำ นายสมพงษ์ ซึ่งถูกลูบคมจนสิ้นลายผู้บัญชาการเรือนจำ เกิดฮึดสู้ เลยถูกกลุ่มนักโทษรุมแทง และใช้ขวานจามเข้าที่ศีรษะและลำตัวอย่างโหดเหี้ยม ส่งเสียงคำรามร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างโหยหวน แล้วเงียบเสียงไปท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คุมจำนวนหลายสิบคนที่ยืนรายล้อมรถมรณะอยู่ แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือ
จากนั้น คนร้ายในคราบเดนคุกได้เหยียบคันเร่งขับรถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว บังคับรถพุ่งชนประตูเหล็กเสียงดังสนั่นโครมคราม ทะลวงแหกปราการเหล็กจนพังพินาศออกไปอย่างง่ายดาย โดยมุ่งหน้าไปยัง ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี
กระทั่ง เวลา 14.30 น. กำลังเจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่า ได้เข้าปิดล้อมบริเวณบ้านโป่งสะเดา ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นป่าละเมาะอยู่ห่างจากเรือนจำกบินทร์บุรีไปประมาณ 20 กม. และต้องพบกับภาพอันสลดใจ เมื่อเห็นร่างของนายสมพงษ์ในชุดกางเกงขายาวสีดำ เสื้อเชิ้ตแขนยาว นอนเสียชีวิตอนาถอยู่ในรถบรรทุกคันดังกล่าว ซึ่งถูกทิ้งไว้ข้างทางในป่าละเมาะ สภาพเลือดโชกร่าง ที่ศีรษะมีรอยถูกจามด้วยขวานเป็นแผลฉกรรจ์ สีข้างขวาและตามลำตัวมีรอยถูกแทงด้วยของมีคมจนพรุนอย่างน่าสยอง
เมื่อตรวจค้นบริเวณหน้ารถ ยังพบขวานเปื้อนเลือดและโซ่ตรวนที่คนร้ายใช้ขวานตัดทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าหลายเส้น คาดคนร้ายได้ทิ้งศพของผู้บัญชาการเรือนจำไว้ข้างทาง จากนั้นได้ตัดโซ่ตรวนจนหลุดจากการพันธนาการ แยกย้ายกันวิ่งหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการตามล่า กระทั่งจับกุมนักโทษ 2 รายได้ในขณะที่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า จึงเหลืออีก 4 รายที่ยังจับตัวไม่ได้
...
ต่อมาเวลา 15.00 น. ชุดไล่ล่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านโป่งใหม่ ต.เขาไม้แก้ว ว่า พบชายแปลกหน้า 2 คน แต่งชุดนักโทษเสื้อและกางเกงสีอิฐเขียนหมายเลข 015 กับ 025 ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว แต่ก็ไม่สามารถจับตัวได้
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนที่ถามว่า นักโทษทำรุนแรงหรือไม่? “การแหกคุกครั้งนี้รุนแรงมาก ส่วนจะหนีก็หนีไป ไม่ควรทำร้ายผู้บัญชาการเรือนจำ การแหกคุกส่วนใหญ่ไม่ได้ทำร้ายผู้คุม นี่เล่นผู้บัญชาการเลย”
2 วันถัดมา ชาวบ้านเดินทางมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า ช่วงเช้ามืดออกไปล้างหน้าบริเวณหน้าบ้าน พบชายสองคนสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดา ไม่ใช่ชุดนักโทษ(นักโทษขโมยเสื้อผ้าที่ตากอยู่ตามราวของชาวบ้าน) นอนอยู่ใต้ต้นมะม่วงริมทาง มีขวดเหล้าวางอยู่ข้างตัว เมื่อชายสองคนรู้ตัวว่ามีคนเห็นก็รีบลุกเดินหนีไป เจ้าหน้าที่ได้ยินดังนั้น รีบไล่ล่าจับตัวทันที แต่ก็คว้าน้ำเหลว
...
ไม่ไกลจากต้นมะม่วงที่นักโทษทั้งสองใช้หลับนอน พบร่องรอยการก่อกองไฟ มีเตา กระทะ และเปลือกไข่ ซึ่งเชื่อว่านักโทษที่หลบหนีขโมยจากชาวบ้านในละแวกนั้น
ส่วนนักโทษอีก 4 คนที่หลบหนีไปได้ สามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่นานเกือบสัปดาห์ จนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศตั้งรางวัลนำจับรายหัวละ 25,000 บาท
หลังเกิดเหตุได้ 5 วัน นักโทษ 1 ใน 4 ที่หลบหนี (เหลือที่หนีอยู่ 3 คน) ขอเข้ามอบตัว เพราะผู้เป็นแม่เกลี้ยกล่อม ซึ่งนักโทษรายนี้เล่าว่า การแหกคุกครั้งนี้ ได้มีการวางแผนนานประมาณ 1 เดือน เมื่อแหกคุกสำเร็จได้แยกย้ายกันหลบหนี และระหว่างที่หลบหนีนั้น เดินสวนกับเจ้าหน้าที่อยู่หลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่จำหน้าตนไม่ได้ และอยากเรียกร้องให้เพื่อนอีก 3 คนที่กำลังหลบหนีเข้ามอบตัวกับตำรวจด้วย
ถัดมาจากวันเกิดเหตุร่วม 2 อาทิตย์ นักโทษรายที่ 4 เดินทางกลับบ้าน (เหลือที่หนีอยู่ 2 คน) และขอให้ผู้เป็นแม้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าจะมอบตัว เจ้าหน้าที่จึงตรงไปที่บ้านของนักโทษรายนี้ทันที พบว่า ผู้เป็นแม่ของนักโทษกำลังทอดไข่เจียวให้ลูกชายกินเป็นจานที่ 3 แล้ว โดยสภาพของนักโทษรายนี้ ผอมโซ หัวโต ทรุดโทรมเหมือนคนขาดอาหาร
...
นักโทษรายที่ 4 เล่าว่า ตอนแรกนัดหมายกันว่า จะหนีเข้าเขมร แต่เกิดพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อน จึงเปลี่ยนเส้นทางลัดเลาะตามป่าเก็บเศษอาหารของชาวบ้านกินประทังหิว แล้วใช้ตะไบเหล็กที่ขโมยจากชาวบ้านตะไบถูตรวนที่ขาจนขาด ก่อนขโมยเสื้อผ้าชาวบ้านมาเปลี่ยนใส่หนีรวมเวลา 10 วันมาถึงบ้าน เนื่องจากคิดถึงหน้าแม่ที่ป่วย
15 วันหลังจากที่นักโทษทั้ง 6 แหกคุก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง นักโทษคนแรกที่ถูกจับได้ผูกคอตายด้วยผ้าขาวม้าในห้องขังเดี่ยว ส่วนสาเหตุนั้น มาจากคิดมากจากเหตุแหกคุก แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างว่า นักโทษรายนี้ถูกทรมาน
กระทั่งต่อมาสามารถติดตามจับกุมนักโทษรายที่ 5 ได้ เหลือเพียงนักโทษรายสุดท้ายที่ยังคงหลบหนีอยู่ในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะหลบหนีข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชา...