ส่งตัว "พันศักดิ์" ยื่นร้องต่อศาลจังหวัดสระแก้ว ฝากขังที่เรือนจำ หลังรับสารภาพเป็นคนยิง และสอบสวนครบ 48 ชม. ตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 ต.ค. ความคืบหน้าคดียิงเจ้าของปั๊มน้ำมันในซอยโรงเลื่อย ถนนเทศบาล 6 อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ นายประชา วรทัด อายุ 53 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ และ นางปาลิตา วรทัด ภรรยา ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว และชุดสืบสวนสอบสวนภาค 2 ตั้งทีมไล่ล่าผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ที่พัวพันคดีฆ่าหลายคดี, นางธนพร สุขโขจัย ภรรยา และ นายนิคม มนต์ศิริ หรือ เสี่ยป๊อด ซึ่งสามารถจับกุมตัวได้ทั้งหมดนั้น

บรรยากาศที่ สภ.เมืองสระแก้ว ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนมารอทำข่าวการส่งตัวนายพันศักดิ์จำนวนหนึ่ง ภายหลังตำรวจกองปราบปรามนำตัว นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ และ นางธนพร สุขโขจัย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มาส่งให้พนักงานสอบสวนตั้งแต่กลางดึกคืนวันที่ 11 ต.ค. และ นายพันศักดิ์ ยอมรับสารภาพเป็นลงมือลั่นไกยิงเจ้าของปั๊มด้วยตนเอง ถูกนำมาชี้ตัวและสอบสวนเพิ่มจนครบ 48 ชั่วโมงตามกฎหมาย โดยมีพนักงานสอบสวนจาก สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง มาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม กรณีพบระเบิดระหว่างหลบหนีไปพักในรีสอร์ต จ.ระยอง ด้วย ส่วน นางธนพร หลังสอบสวนเสร็จได้ถูกนำตัวไปส่งศาลจังหวัดสระแก้ว เพื่อฝากขังก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่บ่ายวานนี้

พ.ต.อ.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัว นายพันศักดิ์ ผู้ต้องหาที่เหลือในคดีไปยังศาลจังหวัดสระแก้วแล้ว หลังนำพยานมาชี้ตัวนายพันศักดิ์เพิ่มเติมช่วงเช้า เพื่อยื่นขอฝากขังต่อศาล และนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดสระแก้ว โดยมี พ.ต.ต.อภิชาติ เกื้อสุข หน.ชุดควบคุม สว.ป้องกันปราบปรามควบคุมฝูงชน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือเกือบ 10 นาย ดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำคดีไปตามพยานหลักฐาน หากมีหลักฐานไปถึงใครเพิ่มเติม ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.ท.ธวัชชัย แต่งเกลี้ยง สว.สอบสวน สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง เปิดเผยว่า จากกรณีที่ชุดจับกุม พบระเบิดสังหารมือในรีสอร์ตที่ จ.ระยอง นั้น คือ ขณะที่แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาด และเมื่อล้างห้องน้ำ แล้วราดน้ำไม่ลง จึงเปิดฝาท่อระบายน้ำออกจึงพบกับลูกระเบิดสังหาร 2 ลูกวางต่อกัน จึงโทรแจ้ง จนท.ตำรวจให้มาตรวจสอบ วันนี้จึงได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อสอบปากคำนายพันศักดิ์เพิ่มถึงระเบิดสังหารที่พบในรีสอร์ตที่ นายพันศักดิ์ ใช้กบดานก่อนถูกจับกุม จากการสอบปากคำ นายพันศักดิ์ ให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตน

ทั้งนี้ หลังจากพนักงานสอบสวนสอบปากคำเสร็จ นายพันศักดิ์ ได้ขอใช้โทรศัพท์ เพื่อโทรหาญาติให้มาหา เนื่องจากขณะถูกจับกุม ญาตินายพันศักดิ์ไม่มีใครติดต่อมาหาเลยแม้แต่คนเดียว

มีรายงานข่าวจากกองปราบปรามว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัว นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ และ นางธนพร สุขโขจัย ได้แล้ว จากแนวทางการสืบสวนสอบสวน ทราบว่านายพันศักดิ์ น่าจะมีผู้ให้การสนับสนุนร่วมกันกับมือปืนโหดรายนี้ เนื่องจากก่อนที่ นายพันศักดิ์ จะมารับงานยิง นายประชา วรทัด เสียชีวิต และ นางปาลิดา วรทัด ภรรยา บาดเจ็บสาหัสนั้น ได้มีผู้ร่วมกันก่อเหตุอีกคนหนึ่งได้ไปไถ่ถอนปืน .380 ที่นายพันศักดิ์ใช้ลงมือก่อเหตุจำนำไว้กับคนรู้จักรายหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ในราคา 30,000 บาท เพื่อนำมาเป็นอาวุธสังหารเหยื่อ รวมทั้งยังไม่แน่ว่า นายพันศักดิ์ จะเป็นผู้ไปรับงานโดยตรงจาก นายดำรงค์ฤทธิ์ กิตติวราภรณ์ หรือ เฮียท้ง หรือไม่ จากแนวทางการสืบสวนของตำรวจกองปราบปราม พบว่า นายพันศักดิ์ ได้ค่าจ้างทั้งหมด 2 แสนบาท โดยได้จากเฮียท้ง 1 แสน และจากผู้ที่ร่วมขบวนการกับนายพันศักดิ์อีก 1 แสนบาท แต่ทั้งนี้ผู้ต้องหายังไม่ยอมเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับการเสียชีวิตของ นายดำรงค์ฤทธิ์ กิตติวราภรณ์ หรือ เฮียท้ง ผู้จ้างวานนั้น ไม่มีผลกระทบกับคดีแน่นอน เพราะอาวุธปืนที่พบของนายพันศักดิ์ เป็นปืนกระบอกเดียวกันกับที่ใช้ยิง นายประชา วรทัด และภรรยา ส่วนจะมีการขยายผลต่อไปหรือไม่นั้น กองปราบปรามคงต้องรอการประสานจากตำรวจสระแก้วอีกที เพราะตัวผู้ต้องหา และสำนวนคดีอยู่กับตำรวจสระแก้วทั้งหมด ตำรวจกองปราบปรามคงเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ร่วมขยายผลในส่วนไหน ขอให้ตำรวจสระแก้วประสานมาได้ทันที

...