เท่าที่มาเห็นข่าวสิ่งที่รัฐบาล คสช.แก้ปัญหา และทำได้ดีน่าจะเป็นการลดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน เป็นเท็จ ที่ถูกกลุ่มไม่หวังดีสร้างขึ้นมาดิสเครดิตประเทศ โจมตีรัฐบาล

หรือข่าวที่ไม่เป็นจริงบนโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นทุกวันจนกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งคนไทย และมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี คุมงานความมั่นคง มองเห็นถึงปัญหานี้มาโดยตลอด จึงกำชับทุกหน่วยให้แก้ไข โดยรัฐบาลใช้ศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ (ศมบ.) ขับเคลื่อนแก้ปัญหา ยึดหลัก “ความเท่าเทียม ทั่วถึงเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ”

ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ถือว่าทำได้ดี งานความมั่นคง มีความสงบในบ้านเมือง ความขัดแย้งลดลง มิติงานด้านเศรษฐกิจ สังคมและด้านอื่นๆสามารถขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ด้วยดี เป็นที่เชื่อมั่นและยอมรับจากต่างประเทศ

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม บอกว่า พล.อ.ประวิตร พอใจผลการดำเนินงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่ให้ทุกหน่วยงานตื่นตัว เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่อาจเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งและความไม่สงบสุขของสังคม

โดยเฉพาะการติดตามการบิดเบือน และเสนอข่าวอันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์ การปลุกเร้ายั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางสังคมมากขึ้น รัฐบาลต้องเร่งให้ข้อเท็จจริงกับสังคมให้ทั่วถึงโดยเร็ว

เป็นเรื่องจริง ปัญหาความขัดแย้งคนไทย มาจากการเสพ “สื่อออนไลน์” ที่ไม่จริง ไม่มีการตรวจสอบ แชร์กันออกไป ทำให้เข้าใจกันผิด บางเรื่องคนที่ได้รับข้อมูลมองแค่มุมเดียวที่ถูกนำเสนอ ไม่ได้มองภาพรวม

ก็เหมารวมว่าเป็นเรื่องจริง

บางคนเห็นแค่ข่าวบางส่วน ก็คิดไปเองแต่งเรื่องเพิ่มเติม สาดโคลนความคิดตนเอง เติมไฟความขัดแย้งเข้าไปในสังคม ทำให้สังคมเกิดความเกลียดชัง

เป็นสิ่งที่รัฐบาล คสช.กำลังแก้ปัญหาในยุคสื่อออนไลน์ยุค 4.0 ที่เพียงพริบตาเดียว ข่าวเท็จบางเรื่องคนแชร์ไปทั้งประเทศ สร้างความเสียหายอย่างรวดเร็ว

ประชาชนก็ต้องช่วยกัน ไม่แชร์ข่าวโดยไม่ตรวจสอบ ก่อนที่จะแชร์จะทำอะไร คิดก่อนทำ ดูให้รอบคอบ เพราะพลาดไปเพียงครั้งเดียว สร้างความเสียหายให้ประเทศพังมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th