ถ้าให้ย้อนนึกไปถึงมาเฟีย ผู้มีอิทธิพล ในภาพความทรงจำที่ฉายชัดของคุณ "ใคร?"...คือบุคคลนั้น ซึ่งเอาจริงๆ มันเหมือนจะหมดยุค หมดสมัยเจ้าพ่อ มาเฟีย สร้างอำนาจอิทธิพลแผ่ขยาย ชี้นิ้วสั่ง อุ้มรีด-อุ้มฆ่า มานานนม ท้ายสุดที่เป็นข่าวคราวขึ้นมา ย้อนไปปี 2559 นี่เอง ภายหลัง คสช.ออกคำสั่งให้ปราบผู้มีอิทธิพลในเมืองกรุง โดยขึ้นบัญชีจับตา 4 ราย 

ในปีเดียวกัน ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ได้ทำโปสเตอร์ผู้ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็น ‘มาเฟีย’ หรือผู้มีอิทธิพล ซึ่งได้รับข้อมูลจาก ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) โดยมีความข้อระบุถึงพฤติการณ์ที่เข้าข่ายเป็น "ผู้มีอิทธิพล" ถึง 16 อาชีพด้วยกัน ประกอบไปด้วย 

1. นายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ 2. ฮั้วประมูลงานราชการ 3. หักหัวคิวรถรับจ้าง 4. ขูดรีดผู้ประกอบการ 5. ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี 6. เปิดบ่อนการพนัน 7. ลักลอบค้าประเวณี 8. ลักลอบนำคนเข้า-ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย 9. ล่อลวงแรงงานไปยังต่างประเทศ 10. แก๊งต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว 11. มือปืนรับจ้าง 12. รับจ้างทวงหนี้ด้วยการข่มขู่ใช้กำลัง 13. ลักลอบค้าอาวุธสงคราม-ปืนเถื่อน 14. บุกรุกที่ดินสาธารณะ-ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 15. เรียกรับผลประโยชน์บนเส้นทางหลวงสาธารณะ 16. ผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พฤติกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล ที่ทางรัฐบาลได้ให้คำจำกัดความไว้ 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เคยให้ข้อมูลไว้ว่า ผู้มีอิทธิพลที่อยู่ในการจับตาของเจ้าหน้าที่มีประมาณ 6,000 ราย โดยมีทั้งบุคคลทั่วไป ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น และข้าราชการทหาร ตำรวจ โดยแบ่งเป็น 16 ฐานความผิดตามที่กล่าวไปข้างต้น แต่ที่ประชาชนต้องการให้เจ้าหน้าที่ เร่งกวาดล้างแบ่งเป็น 8 กลุ่มหลัก แต่ที่มากที่สุดคือ ยาเสพติด นอกนั้นก็แบ่งเป็นฮั้วประมูล เงินกู้นอกระบบ แต่ยังไม่ได้มุ่งเป้า เจาะจงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่จะจู่โจมเข้าตรวจค้นพร้อมกันทั่วประเทศ

...

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 1 ได้มีหนังสือไปถึง ผบ.พล.1 รอ. เพื่อปราบปราม ผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ ทั้งนี้ในหนังสือคำสั่งดังกล่าว มีการระบุรายชื่อ ผู้มีอิทธิพล 4 ราย ประกอบด้วย 

1. นายการุณ โหสกุล หรือ เก่ง อดีต ส.ส.เขตดอนเมือง กว่า 10 สมัย ในนามของพรรคเพื่อไทย และยังเป็นผู้กว้างขวางในเขตดอนเมือง

2. พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือ เสธ.ไอซ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก (ขณะนี้เสียชีวิตแล้ว) ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางที่มีลูกน้องในแวดวงทหารจำนวนมาก อีกทั้งยังมีความใกล้ชิดกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นที่รู้จักกันอย่างดีทุกวงการ

3. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ ร.อ.มนัส อดีตทหารคนสนิทของ เสธ.ไอซ์ อีกหนึ่งผู้กว้างขวางในหลายวงการ อาทิ วงการสลากกินแบ่งรัฐบาล และเคยลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปัจจุบันมีภรรยาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.พะเยา

4. นายชัยสิทธิ์ งามทรัพย์ ผู้กว้างขวางย่านหมอชิต

สัญญาณผู้มีอิทธิพลแผ่กระจายอำนาจในช่วงปี 2559 ทำให้เห็นว่าสังคมไทยยังมีบางบุคคล พยายามเอารัดเอาเปรียบบุคคลอื่นๆ อยู่ ด้วยพฤติกรรมที่หลากหลายรูปแบบ และจากข้อมูลที่ เจ้าหน้าที่ได้รับในบางกรณีก็พบว่ามีมูล แต่ในบางกรณีก็พบว่าเป็นเรื่องของการแอบอ้างชื่อบุคคลอื่นๆ มาแอบแฝงอำพราง เพื่อหาประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบ และเข้าถึงข้อเท็จจริงได้ตามหลักฐาน และองค์ประกอบที่น่าเชื่อถือ 

กระทั่งวันนี้ สู่ปลายปี 2561 กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เคยถูกจับตามองจากรัฐบาลทั้ง 4 รายชื่อที่ปรากฏ กระแสค่อยๆ เลือนลางจางหายไป ไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลักในการจับตาตามล่ากวาดล้าง เนื่องจากอาชญากรรมในยุคที่เกิดขึ้น แยกแตกสาขากันออกไป มีทั้งในรูปแบบเก่า และรูปแบบใหม่ที่สามารถก่อเหตุขึ้นได้โดยไม่ต้องมีอำนาจ หรือผู้มีบารมีใดๆ กระแสข่าว "เจ้าพ่อ-มาเฟีย" จึงไม่ได้นำไปใช้เป็นสรรพนามเรียกคนมีชื่อเสียงในสังคม แต่กลับแต่งตั้งกันเองตามวีรกรรมส่วนบุคคล ไม่ได้แผ่ขยายอิทธิพล เหมือนเจ้าพ่อมาเฟีย ยุคที่ผ่านๆ มา 

เหมือนจะหมดยุค "เจ้าพ่อ ขาใหญ่" รุ่นเก่า รุ่นเก๋าไปแล้ว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลกับเราเพียงว่า การจับตากลุ่มผู้มีอิทธิพล ได้มุ่งเน้น 16 พฤติกรรมที่กล่าวไว้เบื้องต้น ซึ่งท้ายที่สุดนำสู่การก่อคดีอาชญากรรม สร้างความเดือดร้อนกระทบคนอื่นในเวลาต่อมา และถึงแม้จะมีกระแสข่าว มาเฟีย เจ้าพ่อคุมพื้นที่ต่างๆ ออกมาเป็นระยะๆ ก็น่าเชื่อได้ว่าบุคคลเหล่านี้ไม่มีอิทธิพลแผ่ขยายวงกว้าง เหมือนยุคสมัยที่ผ่านมา