ป.ป.ส. ชี้แจงการศึกษากัญชาต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ย้ำการโพสต์ซื้อ-ขายยาเสพติด ผ่าน Social Media ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย โชว์ปฏิบัติการกวาดล้าง เครือข่ายมันทุกเม็ด พื้นที่ 19 เป้าหมาย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ต.ค. นายนิยม เติมศรีสุข ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้มีการเสนอใช้ ม. 44 เพื่อปลดล็อกให้สามารถนำกัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัย ว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้สรุปผลการศึกษา กรณีนำกัญชามาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยดังกล่าว เสนอต่อ รมว.ยุติธรรมแล้ว ซึ่งได้มีข้อสั่งการพร้อมกำชับให้ สำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญ โดยชี้ให้ชัดถึงเหตุผลและความจำเป็นเร่งด่วนหากต้องใช้กฎหมายพิเศษ

"นอกจากนี้ รมว.ยุติธรรม ได้กำชับให้ความสำคัญกับการดำเนินการในทุกขั้นตอนที่ต้องมีความรอบคอบ มีมาตรการตรวจสอบและควบคุมตลอดทั้งกระบวนการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยและประโยชน์ของผู้มีความจำเป็นต้องใช้สารสกัดจากกัญชา เนื่องจากการนำกัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์นั้น มีกระบวนการซึ่งหลายหน่วยงานจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณา โดยเฉพาะแพทย์ที่จะต้องนำมาใช้ในการรักษาอาการของโรค ผู้ป่วยที่ต้องมีความยินยอมสมัครใจ และความมั่นใจว่าการนำสารสกัดจากกัญชามาใช้นั้น มีความปลอดภัยและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง" นายนิยมกล่าว

นายนิยม เผยอีกว่า จำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบ เพราะหากดำเนินการออกไปแล้วเกิดปัญหา อาจกลายเป็นผลกระทบต่อมาในภายหลัง ขอให้ประชาชนและสังคมเชื่อมั่นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามร่วมกันพิจารณาและศึกษาอย่างเร่งด่วน ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนที่จำเป็นต้องใช้สารสกัดจากกัญชา และเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปในไม่ช้า 

นอกจากนี้ นายนิยม กล่าวว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการโพสต์ภาพ ข้อความต่างๆ ผ่านโปรแกรม Facebook พบมีการประกาศเปิดรับสมัครตัวแทนขายยาเสพติด โดยผู้สนใจสมัครจะต้องทำการโพสต์คลิปและบัตรประชาชนที่สามารถยืนยันตัวตนได้อย่างชัดเจน มีรูปแบบการตลาดคล้ายบริษัทขายตรง มีการแนะนำลูกค้ามาสมัครเป็นสมาชิกเป็นทอดๆ แล้วจะได้รับผลตอบแทนเป็นยาบ้าหรือเงินรางวัล และสร้างเครือข่ายย่อยๆ ตามลำดับ รวมถึงการโพสต์ภาพ และข้อความในลักษณะของการสื่อสารที่ต้องการจะขายยาเสพติด (Methamphetamine) บนเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ 

"สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวข้างต้นพบรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 24 ราย อยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียง โดยในวันที่ 5 ตุลาคม 2561 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกับ บก.สส.ตร.ภ4 สส.ภจว.ขอนแก่น และ สส.ภจว.ร้อยเอ็ด ปฏิบัติการระดมกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 13 เป้าหมาย และจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 5 เป้าหมาย รวม 19 เป้าหมาย จากปฏิบัติการไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ จำนวน 11 ราย ซึ่งจะทำการขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป" นายนิยมกล่าว

นายนิยม กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกรูปแบบรวมถึงการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ จึงขอแจ้งเตือนประชาชน ครอบครัว สถานศึกษา ให้ร่วมกันสอดส่อง ดูแลเด็กและเยาวชน ให้โพสต์ข้อความ หรือใช้สื่อสังคมออนไลน์ไปในทางที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ ถึงแม้จะไม่มีพฤติการณ์เที่ยวเตร่ คบเพื่อนที่มีพฤติการณ์ไม่น่าไว้ใจ หากแต่หมกมุ่นกับ Social Media ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้เช่นกัน ซึ่งการโพสต์ในกรณีดังกล่าว เป็นความผิดฐาน "โฆษณายาเสพติดให้โทษ" ผู้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ฝ่าฝืน กระทำความผิดดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากทำอย่างต่อเนื่อง 

"มีโทษปรับวันละไม่เกิน 5,000 บาท หรือไม่เกิน 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการโฆษณาตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน นอกจากนี้ การโพสต์ภาพและข้อความการเปิดรับสมัครตัวแทนขายยาเสพติด และผู้สมัครเข้าเป็นตัวแทนขายยาเสพติด ผู้โพสต์และผู้สมัครถือเป็นความผิดฐานสมคบกันจำหน่ายยาเสพติด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีการซื้อขายยาเสพติดเกิดขึ้นตามที่โพสต์ ผู้โพสต์จะมีความผิดฐาน "จำหน่ายยาเสพติดให้โทษ" ส่วนผู้ซื้อจะมีความผิดฐาน "ครอบครองยาเสพติดให้โทษ" และหากส่งไปยังผู้ซื้อในต่างประเทศก็จะมีความผิดฐาน "ส่งออกยาเสพติดให้โทษ" และหากพบเห็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง" นายนิยม เผย.