ข่าว
100 year

ชาวบ้าน-จี้สอบ วัตถุโบราณหาย คดีหอระฆังถล่ม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ต.ค. 2561 04:15 น.
SHARE

ชาวบ้านชุมชนวัดพระยาทำวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ กว่า 30 คน รวมตัวจี้ถามผู้เกี่ยวข้องเรื่องพระเครื่อง โบราณวัตถุภายในหอระฆังทรุดตัวหาย อ้างมีคนหยิบติดมือกลับบ้านแล้วเกิดอาถรรพณ์ ขณะที่อธิบดีกรมศิลป์แจงยังไม่ได้รับรายงานของหายตามที่เป็นข่าว สั่งการให้กองโบราณคดีรายงานการขุดค้นและบูรณะด่วน ด้านการหาตัวผู้รับผิดชอบกับเหตุที่เกิด ผบก.น.7 ระบุสัปดาห์หน้ารู้ผล

จากกรณีหอระฆังเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ภายในวัดพระยาทำวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.ทรุดตัวทับคนงานจนบาดเจ็บ 11 คนและเสียชีวิต 1 คน ระหว่าง การยกฐานเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ หลังเกิดเหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ระหว่างพิสูจน์หาสาเหตุ รวมทั้งผู้รับผิดชอบครั้งนี้ ท่ามกลางกระแสข่าววัตถุโบราณบางส่วนที่เป็นสมบัติของชาติได้สูญหายไประหว่างการบูรณปฏิสังขรณ์

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่วัดพระยาทำวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธานฝ่ายฆราวาส เดินทางมาเป็นประธานพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่บริเวณด้านหน้าหอระฆังหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเจดีย์ยักษ์ ที่ทรุดตัวทำให้คนงานเสียชีวิต-บาดเจ็บ ในพิธีมีการนิมนต์พระ 9 รูป มาสวดให้พรและประกอบพิธีพราหมณ์เพื่อบอกขอขมาลาโทษต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้การบูรณ ปฏิสังขรณ์สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี จากนั้นชาวบ้านร่วมเป็นเจ้าภาพถวายเพลพระ หลังเสร็จพิธีมีชาวบ้านชุมชนวัดพระยาทำประมาณ 30 คน รวมตัวกันเข้าพบนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการเก็บรักษาวัตถุโบราณของวัด ที่พบระหว่างการปฏิสังขรณ์หอระฆังหรือเจดีย์ยักษ์ รวมทั้งที่ศาสนสถานอื่นๆภายในวัด เนื่องจากที่ผ่านมามีกระแสข่าวผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ช่างก่อสร้าง ผู้ดูแลควบคุมการก่อสร้าง หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เก็บสิ่งของจากภายในกรุนำไปเป็นสมบัติส่วนตัว

นายเจษฎา อ่วมมีเพียร อายุ 38 ปี กรรมการชุมชนและกรรมการวัดพระยาทำวรวิหาร แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่าประวัติศาสตร์วัดพระยาทำวรวิหารนั้น เป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีการบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3 จึงมีวัตถุโบราณ พระเครื่อง ถ้วยชามสังคโลก เก็บรักษาเอาไว้มากมาย ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าก่อนมีการบูรณะวัด พบพระพิมพ์ต่างๆติดตามเพดานโบสถ์และเจดีย์ในวัดจำนวนมาก เมื่อคนร้ายทราบข่าวก็แอบมาแกะขโมยออกไปขายจำนวนมาก กระทั่งราว 3-4 เดือนที่ผ่านมา กรมศิลปากรว่าจ้างบริษัทเข้ามาบูรณะหอระฆังหรือเจดีย์ยักษ์จุดเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน มีชาวบ้านพบช่างก่อสร้างขุดฐานเจดีย์ลงไปพบถ้วยชามสังคโลก สมัยรัชกาลที่ 3 จำนวนหนึ่ง สภาพค่อนข้างสมบูรณ์แต่น่าเสียดายที่ทีมช่างไม่มีความรู้เรื่องการนำวัตถุเหล่านี้ออกจากกรุ จึงแตกเสียหายไปบางส่วน โดยมีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน

“ผมและชาวบ้านเชื่อว่าใต้ฐานหอระฆังหรือเจดีย์ยักษ์ต้องมีสมบัติชาติฝังอยู่จำนวนมากกว่าที่พบเห็นเป็นแน่ ที่ผ่านมามีคนเล่าว่าช่างบูรณปฏิสังขรณ์ บางคนแอบนำวัตถุโบราณ พระเครื่อง กลับบ้านทำให้เกิดอาถรรพณ์เลวร้ายขึ้นมา ผมในฐานะคนพื้นที่จึงรวมตัวกัน เพื่อสอบถามอธิบดีกรมศิลปากร ว่าวัตถุต่างๆที่พบอยู่ที่ไหนและใครจะเป็นผู้ดูแลรักษา เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดพูดถึงเรื่องนี้” นายเจษฎากล่าว

ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ระหว่างการก่อสร้างนั้นหากมีการขุดพบทรัพย์สินใดๆ ทางกรมศิลปากรจะเก็บรักษาเอาไว้ก่อน หลังจากนี้จะสั่งการให้ผู้อำนวยการกองโบราณคดี เป็นผู้รับผิดชอบสำรวจบัญชีวัตถุโบราณที่ขุดพบระหว่างบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งหมด ก่อนชี้แจงให้คณะกรรมการชุมชนวัดพระยาทำทราบ เพื่อพิจารณาต่อไปว่าจะนำวัตถุโบราณทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่ใด ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างมีโบราณวัตถุหาย ขอชี้แจงว่า เนื่องด้วยการสร้างหอระฆังได้ใช้วัตถุเซรามิกและกระเบื้องเป็นส่วนประดับ เมื่อมีการบูรณะและเกิดการทรุดตัว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เศษเซรามิกจะร่วงหล่นลงมา ก่อนการปรับยกโบราณสถาน กองโบราณคดีมีการสำรวจตรวจสอบแล้ว ไม่มีรายงานพบโบราณวัตถุหาย

“ขณะนี้กรมศิลปากร ยังไม่ได้รับแจ้งถึงของหายตามที่มีผู้กล่าวอ้าง ตามปกติภายในหอระฆังไม่น่ามีการบรรจุพระเครื่องไว้ เหมือนการสร้างเจดีย์ทั่วๆไป แต่ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้กองโบราณคดีรายงานการขุดค้นและบูรณะอย่างเร่งด่วนแล้ว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนในพื้นที่” นายอนันต์กล่าว

วันเดียวกัน พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมาผบก.น.7 เผยความคืบหน้ากรณีหาตัวผู้รับผิดชอบในคดีนี้ หลังมีคนงานเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บว่า สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะหัวหน้าคนงานที่เข้าข่ายจะต้องถูกดำเนินคดีเป็นอันดับแรก แต่ทั้งนี้ต้องรอผลการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน นำมาประกอบกับผลตรวจจุดเกิดเหตุของวิศวกร รวมทั้งรายงานจากกรมศิลปากร คาดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะสามารถสรุปข้อมูลทั้งหมด ก่อนแจ้งข้อหากับผู้รับผิดชอบต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัดพระยาทำวรวิหารหอระฆังถล่มวัตถุโบราณอาถรรพณ์ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้