“สมหมาย กองวิสัยสุข” ผบช.ปส.แถลงข่าวจับยาเสพติดรายใหญ่ทิ้งทวนก่อนเกษียณ คดีแรกจับชาวเขาเผ่าม้งขนยาเสพติดจากภาคเหนือ 3.6 ล้านเม็ด ส่งเอเย่นต์ที่ จ.อยุธยา แต่ถูกสกัดจับได้กลางทาง สารภาพรับจ้าง 3 แสนจากนายทุนภาคเหนือ คดีที่ 2 จับยาบ้ากว่า 8 หมื่นเม็ดจากสมุนพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ จ.ปทุมธานี คดีสุดท้ายร่วมกับทหารจับกัญชา 161 กก. พร้อมผู้ต้องหา 1 คน ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี “บิ๊กหมาย” เปิดใจ ภูมิใจผลงานตลอด 2 ปี สามารถสกัดกั้นยาเสพติด ยึดของกลาง และยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาได้เป็นมูลค่ากว่า 27,000 ล้านบาท วอนคนไทยยอมรับกัญชา เพื่อการรักษามะเร็งได้แล้ว ไม่ใช่ให้ต่างชาติเอาไปใช้ ประโยชน์ฝ่ายเดียว
ชุดสืบสวน บช.ปส. จับขบวนการค้ายารายใหญ่ เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยา เสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ย. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผบ.ศรภ. พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเนิด ผบก. ปส.3 พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง ผบก.ปส.4 และ พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ โฆษก บช.ปส. ร่วมกัน แถลงผลจับกุมคดียาเสพติดสำคัญ 3 คดี ผู้ต้องหา 6 คน พร้อมของกลางเป็นยาบ้ากว่า 3.6 ล้านเม็ด กัญชา 161 กิโลกรัม ไอซ์ 5 กิโลกรัม เคตามีน 10 กรัม รถกระบะ 3 คัน รถยนต์ 2 คัน ปืน 4 กระบอก และทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าของกลางกว่า 755 ล้านบาท
คดีแรกเมื่อวันที่ 27 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส. ร่วมกันจับกุมนายทนงชัย แซ่รี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 264 หมู่ 3 ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน และนายสมชาย แซ่ย่าง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 6 ต.ผาตอ อ.ท่าวังผา จ.น่าน พร้อมของกลางยาบ้า 3,600,000 เม็ด ไอซ์ 5 กิโลกรัม รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน บว 9810 ลำปาง และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง กล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมผู้ต้องหาบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานริมถนนสายเอเชีย ระหว่าง กม.65-66 ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
สืบเนื่องจากชุดจับกุมรับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเป็นกลุ่มม้ง จ.น่าน มีพฤติการณ์รับจ้างลักลอบลำเลียงยาเสพติดให้กลุ่มผู้ว่าจ้างทางภาคเหนือ จะลำเลียงไปส่งมอบให้กับลูกค้า ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถกระบะของกลางจอดอยู่ ที่บริเวณด่านตรวจจราจร สภ.ไชโย จ.สิงห์บุรี เชื่อว่า เป็นรถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด จึงแสดงตัวตรวจค้น แต่รถคันดังกล่าวเร่งเครื่องหลบหนี ใช้จุดกลับรถใต้สะพานริมถนนสายเอเชียระหว่าง กม.65-66 ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อกลับรถย้อนขึ้นเหนือ แต่ตำรวจสามารถสกัดกั้นรถไว้ได้ พบนายทนงชัยเป็นผู้ขับ และนายสมชายนั่งมาด้วย ตรวจค้นพบยาบ้าและไอซ์บรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ย 24 กระสอบ ยาบ้า 1,800 มัด รวม 3.6 ล้านเม็ด และไอซ์ 5 ห่อ หนัก 5 กก. ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อม ของกลางมาสอบสวน
ผู้ต้องหาการรับสารภาพว่า รับการว่าจ้างจากนายทุนยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ให้ลักลอบลำเลียง ยาเสพติดไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ค่าจ้างเป็นเงิน 300,000 บาท คุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีและขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 24-25 ก.ย. ตำรวจ กก.1 บก.ปส.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกอง 12 ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย (ศรภ.บก.ทท.) จับกุมนายสมพร หรือนุ่น อุ่นสกุล อายุ 31 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา นายณัฐพล หรือต่อ เณรศิริ อายุ 26 ปี ชาว จ.ปทุมธานี และนายรังสิมันต์ หรือต้นตาล แผงเพ็ชร์ อายุ 19 ปี ชาว จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางยาบ้า 84,024 เม็ด ไอซ์ 108.7 กรัม ยาเคหรือเคตามีน 10.7 กรัม โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง รถกระบะเชฟโรเลต ทะเบียน บย 5038 พระนครศรีอยุธยา ปืน 4 กระบอกและกระสุน 95 นัด กล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาเคหรือเคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมผู้ต้องหาที่ลานจอดรถปั๊มน้ำมันปตท.สาขาวังน้อย เลขที่ 160 หมู่ 7 ถนนพหลโยธิน (ขาออก) ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องหน้าบ้านเลขที่ 79/1049 หมู่บ้านพรธิสาร 5 หมู่ 1 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับคำสั่งจากลูกพี่ชื่อนายตู่ให้นำยาบ้าไปซ่อนไว้ในพงหญ้าหลังกำแพงท้ายหมู่บ้านพรธิสาร 5 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แล้วจะมีคนมารับไปอีกทอดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงตรวจยึดของกลางคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดี
ส่วนคดีที่ 3 เมื่อวันที่ 26 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.4 จับกุมนายปิติพงษ์ เพราพริ้ง อายุ 67 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมของกลางกัญชา 161 กก. โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รถกระบะ 3 คัน สมุดบัญชีเงินฝาก 3 เล่ม กล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จับกุมได้ริมถนนสี่แยกบ้านห้วยเสียด ถนนสายดอนสัก-บ้านใน ม.9 ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงขยายผลไปยึดทรัพย์สินดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดี
...
พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.เปิดใจด้วยว่า รู้สึกภูมิใจในการทำหน้าที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ สิ่งสำคัญคือ ได้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี ร่วมกันปฏิบัติงาน ไม่ได้ยึดแนวทางการปราบปรามและบำบัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังตัดวงจรการเงินที่ถือเป็นต้นทางของเครือข่ายยาเสพติด ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรีสามารถตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ 13 คดี จับกุมผู้ต้องหา 463 ราย ยึดทรัพย์สินได้ 1,472 รายการ รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินกว่า 27,000 ล้านบาท (สองหมื่นเจ็ดพันล้านบาท) จะเห็นว่าการจับยาเสพติดได้จำนวนมากขึ้นในแต่ละครั้ง อาจทำให้หลายคนมองว่ามีการนำยาเสพติดกลับมาวนซ้ำ เรื่องนี้ยืนยันว่า ยาเสพติดที่จับได้ในแต่ละคดีต้องส่งไปยังคลังยาเสพติดองค์การอาหารและยา (อย.) ภายใน 1 สัปดาห์ เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดจะนำไปเผาทำลาย ไม่มีใครสามารถเอาออกมาได้
“ทั้งนี้ กัญชารักษามะเร็ง ขอให้คนไทยยอมรับได้แล้ว เพราะอยากให้ได้รับการรักษาที่ดี ไม่ใช่ให้ต่างประเทศนำสมุนไพรของไทยนำไปวิจัยและใช้รักษา ขณะที่คนไทยนำไปเผาทิ้งโดยไม่เกิดประโยชน์ เช่นเดียวกับการที่องค์การเภสัชกรรมจะขอกัญชาไปวิจัยเพื่อรักษาทางการแพทย์ ยังต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบและส่งมอบอย่างเข้มงวด” ผบช.ปส. กล่าวทิ้งท้าย
...