"วินาทีเป็น วินาทีตาย สิ่งที่ ลูกน้อง พยายามเขียนให้ผมในกระดาษ 3 ประโยคแรก ทำให้ผมรู้สึกว่า เขาเกิดมาเพื่อเป็นตำรวจจริงๆ ฮีโร่ที่ยังไม่ตาย เลือดในกายเป็นเข้ม สมกับที่พ่อเขาอยากให้มาเป็นตำรวจ บ้านเมืองเราต้องการคนแบบนี้ พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนร่วมรุ่นของเขาต้องภูมิใจ" พ.ต.ท.วรวุทธิ์ ท่านมุข สว.สส.สภ.เมืองยโสธร
...3 ประโยค ที่ผมจะไม่ลืมจนเกษียณ ผมเป็นคนแบกร่าง ส.ต.ต.สะท้านฟ้า มาที่โรงพยาบาล มันบ่นทั้งเลือดกบปากตลอดทางว่า "ผมขอโทษ สารวัตร" "บอกพ่อให้ผมด้วย" ....ผมพยายามชวนมันคุยให้มันรู้สติตลอดทาง ยังใจชื้นที่มันทำสัญญาณมือหรือพยักหน้าทุกครั้งที่ผมถาม 5 km รถวิ่งนานเหมือน ชม. ถึงห้องฉุกเฉินมันทำมือขอปากกาเขียน 3 ประโยคนี้ คุณเชื่อเถอะว่ายังมีคนแบบนี้และตำรวจแบบสะท้านฟ้า อยู่อีกมากมาย ที่ทำให้เรายังอุ่นใจได้ว่าจะมีคนคอยออกหน้าปะทะกับศัตรูของสังคมอยู่เสมอ ผู้ต้องหามีคดีติดตัวอยู่กว่า 9 คดี ยาเสพติด อาวุธปืน พรากผู้เยาว์ ทำผิดซ้ำซาก ถูกขังแล้วก็ถูกปล่อยออกมาอยู่ปะปนกับพวกเรา ## ฮีโร่ที่ยังไม่ตาย หายใจไว้นะ
เป็นข้อความที่ถูกเผยแพร่บนโลกโซเชียล ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของ พ.ต.ท.วรวุทธิ์ ท่านมุข สว.สส.สภ.เมืองยโสธร ที่บรรยายความรู้สึกถึงผู้ใต้บังคับบัญชาภายหลังถูกอดีตนักโทษชายมีหมายจับติดตัว 9 คดี ใช้อาวุธปืนยิงสาดกระสุนใส่ร่าง 5 นัด ภายหลังเข้าล่อซื้อยาเสพติด ... ระหว่างที่ ส.ต.ต.สะท้านฟ้า รักษาศิริ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองยโสธร เลือกท่วมตัว หายในหายใจรวยริน ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้ เขาได้ขอกระดาษ พร้อมปากกาจากผู้บังคับบัญชา พร้อมเขียน 3 ประโยค ที่จะฝังในใจผู้ร่วมเหตุการณ์ไปทั้งชีวิต ประโยคแรก "ผมหนาว" ประโยคที่สอง "จับได้ไหม" และประโยคสุดท้าย "ผมจะรอดไหม"
Police Community โดยไทยรัฐออนไลน์ เปิดใจสัมภาษณ์ พ.ต.ท.วรวุทธิ์ ท่านมุข สว.สส.สภ.เมืองยโสธร ย้อนเล่าถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในวันนั้น ...."ตอนนี้น้องเขายังป่วยอยู่ไอซียู แต่หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว ทางครอบครัวเขาดูแลกันเป็นอย่างดี ส่วนผมเองก็รู้สึกหายห่วงขึ้นมาก โชคดีที่ไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้น และเหตุการณ์ครั้งนี้มันทำให้ผมได้เรียนรู้นิสัยผู้ใต้บังคับบัญชา เขาห่วงหน้าที่ มากกว่าชีวิต "
ช่วยเล่าย้อนไปวันเกิดเหตุหน่อยค่ะ ลำดับเรื่องราวก่อนลูกน้องจะถูกยิง
"เป็นเรื่องของการต่องานสืบจับยาเสพติด เราได้ข้อมูลเขามา และทราบอยู่แล้วว่าเขามีหมายจับ 9 คดี วันเกิดเหตุเราเอารถไป 2 คัน น้องเขานั่งกระบะสี่ประตู ส่วนผมนั่งอีกคันนึง วนผ่านบ้านผู้ต้องหารอบแรก ก็เห็นเขาอยู่หน้าบ้านนะ กระทั่งวนมารอบ 2 น้องเขาเปิดประตูลงจากรถไปคนแรก ประกอบกับคนร้ายไหวตัวทันยิงใส่น้องเขาทันที 5 นัด ร่างกองลงกับพื้น ผมรีบวิ่งไปอุ้มเขาไว้พาขึ้นหลังรถกระบะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะประสานงานลูกน้องที่เหลือและตำรวจชุดอื่นไล่ค้นหาตามเพื่อตามจับกุมคนร้าย "
...
ระยะทางจากที่เกิดเหตุมายังโรงพยาบาลประมาณ 5 กิโลเมตร ผมสั่งให้คนขับพารถขับผ่าทุกแยกไฟแดง ขณะอยู่บนรถผมเรียกชื่อเขาตลอดเพื่อให้มีสติและไม่เผลอหลับไป ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ถึงโรงพยาบาล นำเข้าห้องไอซียู เขาไม่สามารถพูดอะไรได้ เพียงแค่ทำสัญญาณมือ ขอกระดาษกับปากกาและเขียนประโยคแรก คำว่า "ผมหนาว" ผมจึงขอผ้าห่มจากเจ้าหน้าที่พยาบาล ก่อนจะเขียนประโยคที่ 2 ถามว่าจับคนร้ายได้ไหม ? ก่อนจะนึกถึงชีวิตตัวเองด้วยการถามประโยคสุดท้ายว่า "ผมจะรอดไหม" การตั้งคำถามของเขามันทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจนะ ที่มีเขาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา
แล้วสรุปเราจับคนร้ายได้มั้ยคะ?
หลังจากที่ผมนำร่างของน้องเขามาโรงพยาบาล ตำรวจในชุดก็ระดมกำลังเต็มที่เพื่อค้นหาตัวคนร้าย ซึ่งหลบเข้าไปซ่อนอยู่ในชุมชนบ้านใหม่ ชุมชนแห่งนี้เป็นพื้นที่สีแดง และตำรวจทราบกันดีว่ายาเสพติดเยอะมาก การหลบซ่อนตัวของคนร้ายจึงอาจจะได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน เราระดมตรวจค้นกันทุกหลังคา จนกระทั่งมาเจอบ้านหลังหนึ่งซึ่งตอนแรกเจ้าของบ้านอ้างไม่รู้ไม่เห็น ปฏิเสธเสียงแข็งไม่มีใครหลบซ่อนอยู่ แต่เมื่อตำรวจบุกเข้าไปค้นก็พบว่าตัวคนร้ายซ่อนอยู่ชั้น 2 น่าเชื่อว่าได้รับความร่วมมือจากเจ้าของบ้านช่วยปิดบัง การระดมปิดล้อมตรวจค้นชุมชน ใช้เวลา 1 ชม. จึงสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ครับ
อุทาหรณ์จากการที่ลูกน้องถูกยิงครั้งนี้ มันทำให้เราคิดอะไรได้ขึ้นมาบ้าง?
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่าตำรวจประเมินสถานการณ์ น่าจะถูกหลักยุทธวิธีแล้วครับ แต่ครั้งต่อไปเราควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่านี้ เพราะคนร้ายยุค 4.0 มันรู้ทันตำรวจ ค้นหาข้อมูลเรา และทำการบ้านมาเป็นอย่างดีเกี่ยวกับตำรวจพื้นที่ ดังนั้นการรอบคอบและระมัดระวังจึงต้องเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ ซึ่งผมก็บอกกับทุกๆ คนในชุดทำงานนะ ว่าให้ดูเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นกรณีศึกษา
...
...
ภายหลังเราลงเรื่องราวในเฟซบุ๊ก โลกโซเชียลแห่ชื่นชมลูกน้อง
เพราะมันเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมนะครับ สิ่งดีๆ ความคิดดีๆ และมุมดีๆของลูกน้องเราที่มีต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นสิ่งที่ควรถ่ายทอดออกไปสู่สายตาประชาชน ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ประชาชนบางส่วนอาจจะไม่เชื่อมั่นในตำรวจและหมดความเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม แต่ตำรวจที่รักประเทศชาติบ้านเมือง พร้อมที่จะอุทิศชีวิต และคิดถึงเรื่องอื่นก่อนตัวเองมันยังมีอยู่ไม่น้อย อย่างลูกน้องผมเป็นต้น ตัวเองถูกยิง 5 นัดบาดเจ็บเจียนตาย แต่จิตใจเค้ายังคิดถึงแต่เรื่องงานในหน้าที่ ผมประทับใจไม่ลืม
เสียใจมั้ยที่ดูเหมือนว่าคนในประเทศเราไม่ค่อยจะรักตำรวจมาก?
"ผมจะบอกทีมงานตลอดครับ ให้โฟกัสที่การทำงานของตำรวจ มากกว่าคำพูด หรือการโจมตีของสังคม เพราะจริงๆ คนรักชอบเราก็มีเยอะครับ ถ้าเราทำดี แม้จุดเล็กๆ เดี่ยวมันก็จะดีเองครับ คนไม่ดีก็ปล่อยเค้า เพราะเราเป็นฟันเฟืองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้เราประพฤติตนประหนึ่ง นอตตัวนึงที่มีคุณภาพแข็งแรงทนทาน ทำงานตามนโยบาย องค์กรก็จะเดินหน้าไปได้ครับ"
จากเหตุการณ์นี้อยากจะฝากบอกอะไรเพื่อนตำรวจคนอื่นๆ ไหมคะ?
"ผมอยากให้ตำรวจที่จบใหม่ ดูน้องเป็นตัวอย่าง ความภูมิใจ ในอาชีพ ในความเป็นตัวเอง และในความเป็นตำรวจรับใช้ประชาชน มีความสุขที่ได้ทำงานตรงนั้น อย่าหวั่นไหวกับคำครหาใดๆ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อาชีพเรามันเสี่ยงนะ ไม่รู้ว่าอันตรายหรือความตายจะมาใกล้ตัวเราเมื่อไหร่ อยากให้เราทดแทนบุญคุณผืนแผ่นดินไทยด้วยการทำความดีเพื่อประเทศชาติในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตราบจนสิ้นลมหายใจ
ฝากอะไรถึง ส.ต.ต.สะท้านฟ้า รักษาศิริ หน่อยค่ะ หากน้องเขาหายดีแล้วจะได้กลับมาอ่าน
ส.ต.ต.สะท้านฟ้า หรือฟ้า หรือน้องตำรวจที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ เป็นตำรวจที่เดินตามรอยพ่อเขา พ่อเขามียศเป็น ร้อยตำรวจเอก มีความเป็นตำรวจสูงและปลูกฝังให้ลูกเป็นตำรวจรักในการดูแลรับใช้ประชาชน ผมไม่แปลกใจในนิสัยพื้นฐานน้องเขา เพราะพ่อสั่งสอนมาอย่างดี เชื่อมั้ยครับว่า ฟ้าจะเป็นตำรวจสายสืบที่เหมือนจะทำงานตลอด 24 ชม. ถ้าไม่อยู่ที่โรงพัก ก็ลงพื้นที่ทำงานตามได้รับมอบหมาย เราโทรหาเขาเรียกใช้ได้ตลอด 24 ชม. และที่สำคัญเขามีทัศนคติในการทำงาน และเพื่อนๆ ตำรวจดีมาก
"ผมต้องขอบคุณทางครอบครัวน้องด้วยครับ ไม่มีใครโทษใคร เข้าใจถึงเรื่องความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ถือเป็นครอบครับตำรวจแท้เลยครับ ทั้งพ่อแม่พี่สาวพี่ชาย อยากให้น้องรักษาความดีตรงนี้เอาไว้ และฝื้นดีขึ้นจากอาการบาดเจ็บไวๆ จะได้กลับมาลงพื้นที่ร่วมงานกันอีกครับ"
Police Community