เปิดใจ '13 ชีวิต' ทีมหมูป่า ครั้งที่ 2 หลังกลับไปใช้ชีวิตครอบครัวตามปกติ เผยโตขึ้นอยากเป็นนักฟุตบอล เพื่อจะพาบอลไทยไปบอลโลก พร้อมขอบคุณคนทั่วโลกอีกครั้งจากหัวใจ...

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการ 'ปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก' กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดกิจกรรม 'หมูป่าอะคาเดมี พบสื่อมวลชน' โดยเป็นการเปิดใจหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง เป็นครั้งที่ 2 หลังได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวตามปกติ โดยมี พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกรัฐบาล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ รับหน้าที่พิธีกรท่ามกลางความสนใจของประชาชน สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศอย่างล้นหลาม

สำหรับบรรยากาศภายในศูนย์การค้าสยามพารากอนเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. ซึ่งเปิดให้สื่อมวลชนจากทั่วโลกลงทะเบียนเข้าร่วมงาน จากนั้นต่างปักหลักจับจองพื้นที่เพื่อถ่ายภาพ และ รายงานข่าวกันจนเต็มพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังมีพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ มาร่วมชมการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นโดย พล.ท.วีรชน เปิดตัวให้ทั้ง 13 ชีวิต แนะนำตัวเองต่อผู้ชม เริ่มจากน้องตี๋ นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี, น้องอดุลย์ ด.ช.อดุลย์ สามออน อายุ 14 ปี, น้องไตตั้น ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ปี, น้องมาร์ค ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี, น้องบิว ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์, น้องดอม ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ อายุ 13 ปี, น้องพงศ์ ด.ช.สมพงษ์ ใจวงค์ อายุ 13 ปี, น้องเติ้ล ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทราย อายุ 14 ปี, น้องมิกซ์ ด.ช.ภานุมาศ แสงดี อายุ 13 ปี, น้องโน้ต ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี, น้องนิค นายพิพัฒน์ โพธิ อายุ 15 ปี และน้องไนซ์ นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ อายุ 16 ปี

...

จากนั้นเข้าสู่การสัมภาษณ์ โดย พล.ท.วีรชน ได้ยิงคำถามแรกว่า 'เมื่อออกจากถ้ำหลวงมา 2 เดือน ชีวิตของแต่ละคนเป็นอย่างไร' น้องตี๋ เผยว่า ใช้ชีวิตปกติได้เรียนหนังสือเหมือนเดิม และเจอเพื่อนๆ เยอะกว่าเดิม น้องอดุลย์ เผยว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิมมีความสุขที่ได้กลับมาเจอเพื่อนๆ และดีใจที่ทุกคนต้อนรับการกลับมา ขณะที่น้องไตตั้น เผยว่าใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่มีเพื่อนสนิทมากขึ้น ขณะที่น้องมาร์ค เผยว่ากิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม ได้ปั่นจักรยานและไปวัด สำหรับน้องหมูป่าคนอื่นๆ ก็ตอบคำถามลักษณะเดียวกันว่าชีวิตเหมือนเดิม แต่มีคนรู้จักมากขึ้น

เมื่อเข้าสู่ประเด็น 'การใช้ชีวิตตอนบวชเป็นเณรได้ทำกิจวัตรอะไร' โดยทั้ง 11 คนตอบคล้ายกันว่า ขณะบวชได้สวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น ได้ช่วยกันทำความสะอาดวัด ขณะที่ พระเอกพล กล่าวว่า "ช่วงที่อยู่วัดได้อยู่ร่วมกับกลุ่มน้องทีมหมูป่า และมีพระอาจารย์คอยอบรมสั่งสอนตลอดระยะเวลา 9 วัน"

พิธีกรถามต่อว่า เรียนรู้อะไรบ้างจากการบวช 9 วัน น้องบิว เผยว่า "ได้ความรู้และมีจิตใจสงบมากขึ้น" ส่วนน้องดอม เผยว่า "มีวินัยมากขึ้น" น้องพงศ์ เผยว่า "ได้ช่วยเหลือผู้อื่นและได้บำเพ็ญประโยชน์" น้องเติ้ล เผยว่า "ได้ความรู้เรื่องธรรมะ" น้องมิกซ์ เผยว่า "มีความสงบในใจ" น้องโน้ต เผยว่า "ได้ฝึกระเบียบวินัย" น้องนิค เผยว่า "ได้ความมั่นใจ เมื่อสึกออกมาต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง" น้องไนซ์ เผยว่า "ทำให้เป็นคนตรงต่อเวลา" ขณะที่น้องอดุลย์ เผยว่า "ตนเป็นคริสต์แม้ไม่ได้บวช แต่ได้ทำกิจกรรมเรียนรู้คัมภีร์ไบเบิลและทำกิจกรรมขอบคุณพระเจ้า"

เมื่อถามว่า 'ขณะอยู่ในถ้ำรับมือกับความหิวอย่างไร ใครหิวคนแรก' น้องไตตั้น กล่าวเสียงดังว่า 'พี่ไนซ์' บอกหิวก่อนเป็นคนแรก ทำให้เรียกเสียงหัวเราะแก่ผู้ร่วมงานในขณะนั้น ส่วนพระเอกพล เสริมต่อว่าตอนนั้นไม่มีอาหารเข้าไปตั้งแต่วันแรก ให้น้องๆ กินน้ำให้อิ่มเพื่อประทังชีวิต เพราะไม่คิดว่าจะติดอยู่นาน ทุกคนจึงอยู่ได้เพราะน้ำ ถ้าไม่มีน้ำพวกเราก็แย่ นอกจากนี้ก็รู้เวลาที่ติดอยู่ในถ้ำจากนาฬิกาของตี๋ หลังจากทุกคนเจอนักดำน้ำชาวอังกฤษ ทุกคนตื้นตันใจ ดีใจสุดๆ คิดว่ายังไงก็รอดแล้ว

พิธีกรได้ถามต่ออีกว่า ขณะที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และทราบว่าเพื่อนออกมาได้ครบทุกคนแล้วรู้สึกอย่างไร น้องไนซ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทุกคนออกมาปลอดภัย ไม่ร้องไห้ ขณะที่น้องไตตั้น บอกว่า ร้องไห้ เพราะหิวข้าว อย่างไรก็ตามเมื่อพิธีถามเด็กทั้งหมดว่า ก่อนออกมาจากถ้ำอยากกินอะไรมากที่สุด เด็กๆ ต่างตอบถึงอาหารหลายชนิด เช่น หมูกระทะ, ข้าวหมูกรอบ, หมูปิ้ง, คะน้าหมูกรอบ, ข้าวเหนียวไก่ทอด, ซูชิ, เคเอฟซี เป็นต้น แต่สุดท้ายเด็กๆ เผยว่า มื้อแรกที่ได้กินคือ 'นมและข้าวต้ม' เท่านั้น

...

จากนั้นพิธีกรถามว่า 'เมื่อกลับไปอยู่บ้านแล้วมีคำแนะนำการใช้ชีวิตอย่างไร' พระเอกพล กล่าวว่า หมอภาคย์ให้คำแนะนำว่า ให้ใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม จากนั้นพิธีกรถามว่า 'ไปโรงเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง' น้องอดุลย์ เผยว่า ผอ.ไม่ให้คนอื่นถามเรื่องผม ก็งงและตั้งคำถามว่าทำไมเป็นแบบนั้น แต่ก็ดีใจและมีความสุขที่เพื่อนต้อนรับและจัดวันเกิดให้ เช่นเดียวกันน้องโน้ตและตี๋ ที่ไม่มีใครถามเช่นกันถึงเหตุการณ์ถ้ำหลวง เพราะเพื่อนบอกครูไม่ให้ถาม ขณะที่น้องดอม เล่าว่า คนเข้ามาหาเยอะส่วนมากมาขอถ่ายรูป ส่วนน้องเติ้ล มีเพื่อนมาถามว่า เติ้ลคนเก่าอยู่ไหนเพราะผอมลง และน้องมาร์ค เผยว่า เพื่อนที่โรงเรียนบอกตายแน่เพราะการบ้านเยอะ เมื่อพิธีกรถามว่า 'ใครเรียนเก่ง' กลับไม่กล้ามีใครยกมือ กระทั่งพระเอกพล ตอบแทนว่า น่าจะเป็นน้องอดุลย์

เมื่อถามว่า 'ในอนาคตอยากเป็นอะไร' ซึ่งทุกคนตอบคล้ายกันว่า อยากเป็นนักฟุตบอล โดยมีน้องไนซ์เป็นแกนนำบอกว่า อยากพาบอลไทยไปบอลโลก ขณะที่น้องตี๋อยากเป็นทหารอากาศ น้องเติ้ลอยากเป็นสถาปนิก น้องบิวอยากเป็นนายร้อยและหน่วยซีล ส่วนน้องอดุลย์อยากเป็นนักดนตรีเพราะชอบร้องเพลง

...

อย่างไรก็ตาม ช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์ พิธีถามว่า 'อยากบอกความในใจอะไรแก่สังคม' โดยพระเอกพล กล่าวว่า ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่คอยสั่งการให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชาวบ้าน และพี่น้องชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยเหลือน้องๆ ออกจากถ้ำหลวง ขอขอบคุณจากใจ ขณะที่น้องๆ หมูป่ากล่าวขอบคุณคนทั้งโลกที่เสียสละช่วยเหลือชีวิตพวกเราทั้ง 13 คน.