แฉพฤติกรรมแก๊งหลอกซื้อขายโฉนดตำรวจกองปราบปรามจับอีก 1 ในมิจฉาชีพร่วมแก๊งตกโฉนดที่ดิน ตำรวจระบุ ทำกันเป็นกระบวนการ ความเสียหายประเมินค่าไม่ได้

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. จับกุม แก๊งตกโฉนดที่รวมกัน 3 รายโดยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งจนมีหมายจับรวมกันหลายหมาย ในคดีฉ้อโกงหลอกซื้อขายที่ดิน หลังจากจับกุม พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.  ได้สั่งการให้ทำการสืบสวนขยายผล จนในวันนี้ พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 1 รายคือ น.ส.วนิดา ไชยมังกร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดปราจีนบุรี ลงวันที่ 3 ก.ย. 61 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยนางวนิดา เป็นผู้ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเข้าไปหลอกลวงผู้เสียหายว่ามีผู้ต้องการซื้อที่ดินในจังหวัดปราจีนบุรี

พ.ต.ต.เอกพล กล่าวว่า เหตุเกิดวันที่ 12 ก.ค. 61 จุดเกิดเหตุ หน้าร้านทอง เพชรทองคำ ข้างบิ๊กซีปราจีนบุรี พฤติกรรมคือ หลอกลวงว่าที่ดินที่ติดจำนองมีคนมาติดต่อขอซื้อ แต่ว่ากำลังจะถูกยึดขาดเงินอีกจำนวนหนึ่งเพื่อไปไถ่ถอนโฉนดกับคนรับจำนอง โดยจัดฉากให้ผู้ชายอ้างตัวเองจะซื้อที่ มีเงินมาวางมัดจำให้ผู้เสียหายตายใจ จำนวน 400,000 บาท พอหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อใจ ก็จะนัดวันเวลาพากันไปสถานที่ที่อุปโลกน์ขึ้นคือ ร้านทองเพชรทองคำ ว่าจำนองโฉนดที่ดินไว้ร้านนี้

...

"หลังจากนั้น จะพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้เสียหายกับภรรยา ขึ้นรถคันเดียวไปกับพวกมัน แล้วนำเงินจำนวน 400,000 บาท มาให้ผู้เสียหายถือไว้ร่วมกับเงินอีก 500,000 ของผู้เสียหาย ผู้เสียหายทั้ง 2 จึงหลงเชื่อใจ ไม่ขับรถไปเอง พอถึงปราจีนฯ ก็จะพาแวะหน้าคลองถม ไปร้านสมประสงค์ เพื่อถ่ายเอกสาร หลอกให้ลงจากรถไปลานจอดรถบิ๊กซีเพื่อรอเวลา แล้วที่สุดท้ายที่ไปคือร้านทอง เพื่อนำเงินที่ได้พากันไปไถ่ถอน แล้วจะแบ่งเงินค่านายหน้าจากการขายที่แปลงนี้ให้ พร้อมด้วยทองคำ"

พ.ต.ต.เอกพล กล่าวต่อว่า เมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุก็จะหลอกให้ผู้เสียหาย 1 ราย ไปเฝ้าหน้าร้านทอง เพื่อดูว่าร้านทองจะเปิดตอนไหน แล้วลวงให้เอาถุงเงินฝากไว้ให้ผู้เสียหายอีก 1 ราย เป็นคนถือถุงเงินแทน ก่อนจะมีกลอุบายแยบยล จนผู้เสียหายต้องวางถุงเงินทิ้งไว้ในรถ สบโอกาสกลุ่มผู้ต้องหาพากันขับรถเชิดเงินหนีไป 

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์ตกโฉนด และหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะคล้ายกันนี้จะไม่ทำงานกันเพียงในกลุ่มก้อนเดิมของตัวเอง แต่จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าสมาชิกผู้ร่วมกระทำผิดในแต่ละครั้ง ดังจะเห็นได้ว่า นางวนิดา เคยร่วมก่อเหตุกับ นางภัทรา บุญสืบ ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 61 โดยทั้งคู่ก่อคดีร่วมกันในพื้นที่จังหวัดชลบุรี หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันไปก่อเหตุกับกลุ่มอื่นในต่างพื้นที่ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. สามารถสืบสวนและจับกุมได้ในที่สุด

"มีหลายครั้งที่เหยื่อรู้ทันแจ้งความตำรวจจับ เห็นท่าไม่ดี ผู้ต้องหาขอไกล่เกลี่ยยอมความ ก่อนจะไปก่อเหตุซ้ำเดิมอีกเรื่อยๆ จึงอยากจะฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าหลงกลตกเป็นเหยื่อเด็ดขาด"