คนรู้จัก ซัด 'เสี่ยอ้วน' เป็นสายเปย์ แต่ถือว่าเป็นคนโง่เพราะไม่รู้จักคิดให้รอบคอบ เชื่อยิงน้องสปายเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ซ้ำแค้นทวงเงิน 5 ล้านบาท...
จากกรณี ตำรวจล่าตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ 'เสี่ยอ้วน ภูเก็ต' เจ้าของสถานบันเทิงในภูเก็ต ที่ร่วมกับลูกสมุนก่อคดีสะเทือนขวัญ กระหน่ำยิง นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส และ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถ ฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหตุเพราะแค้นที่ผิดหวังเรื่องความรัก จนล่าสุดตำรวจสามารถจับตัว เสี่ยอ้วน มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้แล้ว
ทางด้าน นายธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี อายุ 47 ปี คนรู้จัก เสี่ยอ้วน เปิดเผยว่า เสี่ยอ้วนทำธุรกิจในหาดป่าตอง มีบาร์ มีโคโยตี้จำนวนมาก ลักษณะนิสัยเป็นคนหื่นและลามก แต่ชอบจ่ายตังค์ เป็นสายเปย์ และสำหรับน้องสปายไม่ใช่กรณีแรก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยหมดเงินกับสาวสวยหลายราย โดยบางรายหมดเงินเป็นหลักล้าน ขณะที่บางรายให้เงินไปแล้วผู้หญิงไม่เล่นด้วยก็ขอเงินคืน
สำหรับเรื่องการให้เงินน้องสปาย ก่อนหน้านี้อ้วนเล่าให้เพื่อนที่เป็นทนายฟังว่า จะแต่งงานและมีการทำเรือนหอ แต่ต่อมาบอกว่าอกหัก หลังจากนั้นได้ตั้งให้ทนายฟ้องร้องโดยมีสลิปโอนเงินครั้งละหลายหมื่น ซึ่งยอดมากสุดคือ 1 ล้านบาท รวมทั้งซื้อรถให้ 2 คัน พร้อมปรับปรุงบ้านให้ใหม่ โดยมียอดเงินรวมประมาณ 4-5 ล้านบาท
"ระหว่างการถูกหลอกเสียเงินและความคับแค้นใจ คงให้ถามพ่อแม่ของน้องสปายว่าบอกความจริงทั้งหมดเป็นเช่นไร มีคำพูดคำสัญญาให้กับเสี่ยอ้วนอะไรไว้บ้าง เช่น มีการทำบ้านเรือนหอแล้วไม่ได้แต่ง หรือประเด็นที่น้องสปายไม่เล่นด้วย หรือพ่อแม่ผิดคำพูด"
...
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นคนรู้จัก ถือว่าอ้วนเป็นคนโง่ เพราะไม่คิดให้ละเอียดรอบคอบ นิสัยส่วนตัวของอ้วนไม่ใช่คนชอบพูด คิดว่าวันที่ยิงน้องสปายน่าจะมาจากอารมณ์ชั่ววูบ อ้วนเป็นคนไม่มีสติ ไม่มีสมอง หลายครั้งที่เมาชอบต่อยตี แต่พอหายเมาก็มาขอโทษ ส่วนการเสียเงินถ้าไม่เสียดายหรือเสียหน้าก็ยกให้ผู้หญิงไป หากมีรายได้เดือนละ 3 ล้าน เงินที่ให้ผู้หญิงไป 4-5 ล้าน เพียง 2 เดือน ก็คืนแล้ว.