ถูกโซเชียลขุดคุ้ยลามพ่อแม่ ควงทนายรุดเจรจาไกล่เกลี่ย โดนปรับ5พันทำขวัญ5หมื่น
ตำรวจเรียกหนุ่มหัวร้อนขอเปลี่ยนไอโฟน10 ไม่ได้ ต่อยสาวพนักงานขายโทรศัพท์มือถือมาเจรจา จนทั้ง 2 ฝ่ายพอใจแยกย้ายกันไป เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายไม่สาหัส ปรับ 5 พันบาท จ่ายค่าทำขวัญสาวคู่กรณีอีก 5 หมื่น ขอโทษสังคมผ่านสื่อทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ไม่เคยอยู่เหนือกฎหมาย ยันพ่อแม่เลี้ยงมาดีแต่ตนไม่เชื่อฟัง ยอมรับป่วยรักษาโรคซึมเศร้ามาแล้ว 6 ปี
กรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปหนุ่มหัวร้อนขี้โมโห ก่อเหตุทำร้ายร่างกายพนักงานหญิงสาวร้านขายโทรศัพท์มือถือไอสตูดิโอ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา จนชาวเน็ตขุดคุ้ยถึงสาเหตุมาจากผู้ก่อเหตุนำโทรศัพท์มือถือไอโฟน 10 ไปขอเปลี่ยนเครื่อง ต่อมาเปลี่ยนใจเป็นขอเงินคืน อ้างว่าไม่สามารถสแกนใบหน้าได้ ที่สำคัญยังมีผู้ระบุว่า ชายหนุ่มคนดังกล่าวเป็นลูกของข้าราชการตุลาการ ทำให้สังคมเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า จะถูกดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่
ความคืบหน้าจาก สน.บางยี่ขัน ท้องที่เกิดเหตุเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 ส.ค. นายกฤษฎีพันธุ์ หรืออาร์ม คิดจิตต์ อายุ 23 ปี หนุ่มใจร้อนที่อยู่ในคลิปนัดหมาย น.ส.สายใจ ตรีเนตร อายุ 30 ปีพนักงานร้านไอสตูดิโอผู้เสียหายที่ถูกต่อยที่ใบหน้าอย่างแรงตามคลิปเข้าพบ พ.ต.ท.ธีระ เรืองเนตร รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางยี่ขัน เจ้าของคดีเพื่อไกล่เกลี่ยคดีความที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 ฝ่ายเดินทางมาพร้อมทนายความของตัวเอง ใช้เวลาการเจรจาต่อหน้าพนักงานสอบสวน นาน 1 ชั่วโมง ก่อนที่ น.ส.สายใจ จะเดินทางกลับโดยไม่ยินยอมให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน
ด้านนายกฤษฎีพันธุ์กล่าวว่า ตนต้องขอโทษสังคมกับสิ่งที่กระทำลงไป เนื่องจากอารมณ์ชั่ววูบ และเป็นพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงที่ไม่ถูกต้อง ยืนยันตนไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย พ่อกับแม่ตนเลี้ยงตนมาเป็นอย่างดี แต่ผิดที่ตนเองไม่ยอมเชื่อฟังท่านสักเท่าไหร่ เมื่อวานนี้ที่ทำลงไปเพราะคุมสติยั้งคิดไม่ได้ และที่สำคัญตนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าต้องกินยารักษาตัวมานาน 6 ปีแล้ว ตอนนี้โทรศัพท์เครื่องนั้นตนขายทิ้งไปแล้ว ส่วนฝ่ายผู้เสียหายตนกราบขอโทษไปอย่างจริงใจ และชดใช้ค่าทำขวัญให้จำนวนหนึ่ง คู่กรณียังตักเตือนขอให้ตนใช้สติให้มาก อย่าไปก่อเหตุอย่างนี้กับใครอีก
...
มีรายงานว่า สำหรับคดีนี้หลังจากสายตรวจ สน.บางยี่ขัน รับแจ้งเหตุ เดินทางไปเชิญคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาให้การกับพนักงานสอบสวนตั้งแต่เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) แล้ว นายกฤษฎีพันธุ์ไม่ได้หลบหนีไปไหน และยังกล่าวขอโทษคู่กรณีต่อหน้าพนักงานสอบสวนไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เบื้องต้น น.ส.สายใจเดินทางไปตรวจร่างกายที่ รพ.ศิริราช ไม่พบบาดแผลใดๆ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ มีโทษปรับเป็นเงิน 5,000 บาท ส่วนนายกฤษฎีพันธุ์มอบเงินสดจำนวน 50,000 บาทให้ น.ส.สายใจ เป็นค่าทำขวัญ และยกมือไหว้ขอโทษก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันกลับ
นอกจากนี้ เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return ระบุว่า หนุ่มที่ก่อเหตุในคลิป อายุ 23 ปี มีพ่อแม่เป็นข้าราชการตุลาการ เคยมีประวัติทำร้ายร่างกายผู้อื่นมาแล้วหลายครั้ง ทั้งทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัยในห้าง เหตุเพราะถูกห้ามไม่ให้นำรถจักรยานยนต์ไปจอดในที่จอดรถยนต์ เหตุการณ์ที่ 2 เคยทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรื่องเคลมรถ และทำร้ายนักศึกษาหญิงกลางโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ด้วยการใช้ด้ามมีดทุบที่ศีรษะ เนื่องจากนักศึกษาหญิงทำหมวกกันน็อกตกพื้น นอกจากนี้ ยังพกปืนไปมหาวิทยาลัยแทบทุกวัน โดยพบว่าชายคนนี้เคยเข้ารับ การรักษาอาการทางสมอง เนื่องจากเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และพกบัตรผู้ป่วยทางจิตด้วย