ถ้าคุณเป็นผู้ชาย แล้วมีภรรยาที่ทำตัวโวยวาย ปรี๊ดแตก ทำลายข้าวของสารพัดสิ่ง หักหน้าสามีที่มีฐานะชื่อเสียงทางสังคม พูดจาข่มสามีต่อหน้าเพื่อนสนิทในกลุ่ม "จะมีผู้ชายสักกี่คนทนได้นาน?" แล้วไอ้พฤติกรรมอย่างที่ว่าหลายครอบครัวกำลังประสบพบเจอ จึงต้องตกอยู่ในสภาพจำยอมอดทนอยู่ไปเรื่อยๆ เพื่อรักษาความเป็นพ่อแม่ลูก เอาไว้ให้ตลอดรอดฝั่ง ในขณะที่บางรายต้องประคับประคองกันไปเพราะชื่อเสียงทางสังคม
ยกตัวอย่างครอบครัวข้าราชการ ฝ่ายปกครอง- ทหาร - ตำรวจ ที่ฝ่ายชายควรจะต้องเป็นที่เคารพของประชาชนคนหมู่มาก หากมาเจอภรรยาที่มีนิสัยปรี๊ดแตก พูดหยาบ ทำลายข้าวของ ข่มผัวต่อหน้าคนอื่น ฉิบหายฉายที่นี่แน่ๆ .... ยิ่งถ้าฝ่ายหญิง ไม่ใช่คนธรรมดา เกิดฝ่ายชายมีชู้มีกิ๊กขึ้นมาเมื่อไหร่ "นั้นคือปัญหาใหญ่ระดับประเทศเลยทีเดียวเชียว" ... มีกิ๊ก มีชู้ ไปเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นเรื่องเป็นราว เอาไว้ลับๆ จะด้วยเหตุผลเพราะสุดเอือมระอาเมียหลวงที่บ้าน หรือความมักมากไม่รู้จักพอก็ตามแต่ กระแสข่าวจะเอนเอียงโน้มไปเห็นอกเห็นใจฝ่ายหญิงทันที เพราะสังคมประเทศไทยเขารับกันไม่ได้หรอก เรื่องที่ต้องปล่อยให้ผัว "ไปมีเมียน้อย คนที่ 2 คนที่ 3"
และคงจะดราม่าหนักเข้าไปใหญ่ ก็อีตรงที่ฝ่ายหญิงถูกทำร้ายจิตใจจากสามีอันเป็นที่รักทางตรง คนรอบข้างออกมาขยับตัวนิดพูดถึงนิดหน่อยก็เป็นกระแส โจมตีพฤติกรรมมักมากหลายใจของผัวตัวดี
***ในขณะที่ใครหลายคน อาจกำลังเห็นใจฝ่ายหญิง... แต่เมื่อย้อนกลับไปถึงเรื่องราวที่เกริ่นขึ้นต้น ถึงนิสัยความเกรี้ยวกราดโวยวาย อาจทำให้บุคคลกลุ่มเล็กๆ ที่มีความสนิทสนมโดยตรงกับคนในครอบครัว เกิดความเห็นอก เห็นใจฝ่ายชาย ที่ต้องทนอึดอัดกับพฤติกรรมจำยอม ยิ่งครอบครัวฝ่ายชาย เกิดดันรู้เห็นมาตลอดอีกด้วยว่า"ฝ่ายหญิง" มีนิสัยแบบที่ไม่น่าพึงประสงค์ ทั้งที่ความเป็นจริง "การมีเมียน้อยเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม ผิดศีล 5 อย่างชัดเจน" นะจ๊ะ
...
ก็ไม่รู้ว่า "อารมณ์ร้ายๆ แรงๆ ของเมีย ที่แสดงออกกับผัวตัวเอง" จะเป็นเหตุผลที่เพียงพอมั้ย ส่งผลให้ผัวมีข้ออ้างให้ต้องหนีไปมีเมียน้อย .. เรื่องที่เขียนขึ้นมา "ไม่ได้ไปเจาะจงหรือระบุว่าเป็นใคร" แค่อยากชี้ให้เห็นว่า เหรียญมี 2 ด้านเสมอ จะเชื่อ จะฟัง หรือจะรู้สึกอะไร โจมตีใคร ให้วางใจไว้ตรงกลาง แล้วชั่งน้ำหนักก่อนแสดงความคิดเห็น .