กีฬา
100 year

จับพนมกับพวก คดี ‘เงินทอนวัด’ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ส.ค. 2561 05:16 น.
SHARE

ป.ลุยค้น 10 จุดทั่วประเทศ รวบ “พนม ศรศิลป์” อดีต ผอ.พศ. พร้อมพวกรวม 9 คน หลังศาลอนุมัติหมายจับเพิ่ม 10 ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด ส่วนใหญ่เป็นบิ๊ก พศ. ทั้งในราชการและที่เกษียณไปแล้ว ตามความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงินและมาตรา 157 ทั้งหมดให้การปฏิเสธ เตรียมนำตัวฝากขังวันนี้ เผย “นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์” อดีต ผอ.พศ.คือตัวการใหญ่ หลบหนีอยู่ที่อเมริกา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

ป.รวบพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.พร้อมพวก คดีเงินทอนวัด และความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน โดยเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. นำกำลังตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดและร่วมกันฟอกเงิน จำนวน 10 จุดในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวเพิ่มอีก 10 คน ตามความผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยก่อนหน้านี้ ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมอดีตพระชั้นผู้ใหญ่ 7 รูปจาก 3 วัดใหญ่คือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศาราม และบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวนหนึ่ง

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกศาลออกหมายจับและถูกจับกุมได้ครั้งนี้ ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คือ 1.นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 199/8 หมู่ 9 หมู่บ้านบางกอก บลูเลอวาร์ด ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 2.นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.พศจ.อ่างทอง จับได้ภายในหมู่บ้านอ่างทองธานี ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง 3.นายชยพล พงษ์สีดา อดีต รอง ผอ.พศ. จับได้ภายในบ้านเลขที่ 48/27 หมู่บ้านแสนรัก ถนนพระราม 2 ซอย 21 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา 4.นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.พศจ.ลำปาง จับได้ที่บ้านเลขที่ 2/2 ถนนแสงชูโต ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี 5.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี จับได้ที่บ้านเลขที่ 36/5 หมู่ 1 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม

6.นางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนา ระบบบริหาร จับได้ที่บ้านเลขที่ 90/365 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 7.นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด จับได้ที่ริมถนน ต.บางไทรป่า อ.บางเลน จ.นครปฐม 8.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศจ.สิงห์บุรี จับได้ที่แสนสบาย รีสอร์ต ต.บางมัญ อ.เมืองสิงห์บุรี และ 9.นายเจษฎา วงศ์เฆม ธุรกิจส่วนตัว รับเหมา จับได้ที่ จ.นครศรีธรรมราช ส่วนผู้ต้องหาคนที่ 10 คือ น.ส.ประนอม คงพิกุล ผอ.พศจ.สมุทรปราการ หลบหนีไปต่างประเทศ

ด้านนายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเผยว่า เหตุที่ถูกจับกุมคาดว่าน่าจะมาจากเมื่อปี 2559 ขณะเป็น รอง ผอ.พศ. มีนายพนม ศรศิลป์ เป็น ผอ.พศ. ตนทำหน้าที่ดูแลงบประมาณ 62 ล้านบาท เพื่อนำไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาของวัดสระเกศฯ โดยทราบข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า เจ้าอาวาสและพระชั้นผู้ใหญ่ของวัดถูกจับกุม ตนไม่ได้หลบหนีไปไหน เมื่อวานยังไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีดังกล่าว เนื่องจากทำหน้าที่ไปตามตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม งบที่สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติให้วัดทั่วประเทศปีละ 5 พันล้านบาท ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับวัดใหญ่ๆดังๆใน กทม.

ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ บก.ปปป. ทำสำนวนคดีส่งให้ ป.ป.ช.ไต่สวนชี้มูลความผิด และส่งเรื่องกลับมาให้กองปราบฯ สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวพันกับการทุจริตเงินทอนวัด ตามหมายจับเบื้องต้นทั้งหมด 10 คน ทั้งหมดเกี่ยวพันกับการจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ที่ได้จับกุมไปก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 และผู้ให้การสนับสนุน การจับกุมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไม่เพียงจับผู้เกี่ยวข้องเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ต้นตอปัญหา ส่วนกรณีที่มีผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ ยังอยู่ระหว่างติดตามข้อเท็จจริง สำหรับผู้ต้องหาที่จับได้ทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ส.ค. จะนำตัวทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป

มีรายงานด้วยว่านอกจากผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ที่ถูกออกหมายจับแล้ว พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ยังได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ. ตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเงินทอนวัดอีกหนึ่งรายด้วย จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ขณะนี้นายนพรัตน์หลบหนีอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประสานขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนอยู่

ส่วนนายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ในฐานะรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การจับกุมเจ้าหน้าที่ พศ. 10 รายในกรณีเงินทอนวัด ขณะนี้ พศ.ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ต้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามพยานหลักฐาน โดยหลักการเมื่อข้าราชการที่ถูกดำเนินคดีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ส่วนผลกระทบทางการทำงานในภาพรวมของ พศ.คงไม่มีผลอะไร

เย็นวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงเรื่องเดียวกันว่า เรื่องดังกล่าวขยายผลจากการที่คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ดำเนินการ เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดได้ส่งให้ตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มีอยู่จนนำไปสู่การควบคุมตัว รัฐบาลยืนยันแนวทางเดิมให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎหมาย เมื่อทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะตรวจสอบทุกฝ่าย ทั้งนี้จะเห็นว่าการดำเนินการเรื่องคดีทุจริตเงินทอนวัดได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดการตรวจสอบเป็นลอตที่ 3 ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารและข้าราชการ พศ. มีทั้งที่เกษียณอายุราชการแล้วและยังไม่เกษียณ บางคนกำลังถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในทางวินัย โดยทั้งหมดนั้นจะดำเนินการไปตามกฎหมาย

นายสุวพันธุ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านในชุมชนล่ามช้าง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ ไม่พอใจข่าวที่ พศ.จะให้เอกชนเช่าพื้นที่วัดต้นปูน ซึ่งเป็นวัดร้างก่อสร้างโรงแรมว่า เห็นเรื่องนี้จากข่าวและแจ้งต่อ พศ.แล้ว ให้รวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมดรายงานให้ตนทราบ เพราะเป็นเรื่องที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง ตอนนี้ยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร สำหรับแนวทางการแก้ปัญหานี้ต้องยึดหลักความถูกต้อง ที่ดินที่เป็นของวัด ไม่ว่าจะเป็นวัดร้างหรือไม่ก็ตาม มีระเบียบหลักเกณฑ์การดำเนินการใช้พื้นที่อยู่ อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่ว่านี้ โดยหลักการที่ดินของวัดควรจะถูกใช้ในสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ หรือเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับสังคม และสิ่งที่ทำทั้งหมดต้องยึดตามระเบียบหลักเกณฑ์ ในเรื่องนี้อย่าให้มีการตีความระเบียบดังกล่าวไปในทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พนม ศรศิลป์หมายจับเงินทอนวัดฟอกเงินข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED