สายสืบ สน.สุทธิสาร รวบ แก๊งตำรวจเก๊ ออกอุบายหลอกนัดหนุ่มลูกจ้างร้านสปาในต่างประเทศ เพิ่งกลับมาเที่ยวบ้านเกิดผ่านแอปฯของกลุ่มรักร่วมเพศ พอเจอหน้าอ้างเป็นตำรวจขอตรวจค้น ยัดไอซ์เรียกเงินค่าปล่อยตัว เหยื่อฉุกคิดตัดสินใจเข้าแจ้งความ ตำรวจตามลากคอได้ 2 อีก 1 หลบหนี สารภาพหากินกับบรรดาชาวสีม่วงมาแล้ว 3 ครั้ง หาเงินซื้อไอซ์เสพ
รวบตำรวจเก๊ยัดไอซ์ข่มขู่รีดเงินเหยื่อ เปิดเผยที่ สน.สุทธิสาร เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.ภพกฤต เปลี่ยนเพ็ง รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายธิติพันธ์ มานะสัมพันธุ์สกุล อายุ 45 ปี นายเอกราช ช่อนาค อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1364/61 และ 1365/61 ลงวันที่ 22 มิ.ย.61 ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นและแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน ของกลางวิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง กุญแจมือ 2 อัน จับกุมทั้งคู่ได้ภายในซอยรัชดาภิเษก 20 แขวงดินแดง เขตห้วยขวาง กทม.
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ว่าถูกคนร้ายเป็นชาย 3 คน แต่งกายคล้ายตำรวจรีดไถเงิน หลังค้นกระเป๋าสะพายเจอยาเสพติด (ไอซ์) จำนวนหนึ่ง ผู้เสียหายรายนี้ยืนยันไม่ได้เป็นเจ้าของยาเสพติดและให้ข้อมูลด้วยว่าถูกชายทั้งสามคนยัดยาเสพติด หลังรับแจ้งตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ออกสืบหาเบาะแสกลุ่มคนร้าย กระทั่งสามารถจับกุมตัวทั้งคู่ไว้ได้ เหลือเพียงนายเอกลักษณ์ ทองโสภณ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1366/61 ลงวันที่ 22 มิ.ย.61 หลบหนีไปได้อยู่ระหว่างติดตามจับกุม
...
นายเอผู้เสียหายรายนี้เล่าเหตุการณ์ว่า เพิ่งกลับจากทำงานเป็นลูกจ้างในร้านสปาที่ต่างประเทศได้เพียง 2 วัน ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันของกลุ่มรักร่วมเพศ ชื่อฮอร์เน็ท เป็นแอปฯหาคู่หรือหาเพื่อนคุยนัดเจอกัน ก่อนเกิดเหตุเจอกับชายคนหนึ่ง หน้าตาค่อนข้างดี รู้สึกถูกใจจึงทักแชตพูดคุยด้วย ตกลงจะไปพบที่แมนชันของชายคนดังกล่าวในซอยรัชดาภิเษก 20 ระหว่างพูดคุยชายคนนี้พยายามชักชวนให้เสพไอซ์ เพื่อสร้างอารมณ์ จึงรับข้อเสนอไปว่าหากถึงห้องแล้วจะยอมเสพด้วย เมื่อไปถึงแมนชัน ระหว่างนั่งรออยู่หน้าลิฟต์ มีชาย 3 คน อ้างตัวเป็นตำรวจสายสืบนอกเครื่องแบบ ทำทีสอบถามชื่อก่อนขอตรวจค้น พบถุงบรรจุไอซ์อยู่ในกระเป๋าสะพายของตน ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก เพราะไม่ใช่ยาเสพติดของตนจึงปฏิเสธไป
“ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ต้องหาข่มขู่ว่าหากไปขึ้นศาลในคดียาเสพติด ต้องถูกปรับ 5-6 หมื่นบาทและอาจไม่ได้กลับไปทำงานที่ต่างประเทศอีกเพราะติดคดี ก่อนยื่นข้อเสนอให้จ่ายเงิน 4 หมื่นบาทแลกกับการปล่อยตัว แต่ผมต่อรองจนเหลือ 12,000 บาท หลังจ่ายเงินไปแล้ว มาฉุกคิดได้ว่าอาจถูกหลอกตัดสินใจเข้าแจ้งความ” นายเอกล่าว
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงทำมาแล้วสามครั้ง ทั้งหมดรวมผู้ต้องหาที่หลบหนีเป็นเพื่อนกันมานาน ชวนกันเล่นแอปพลิเคชัน ดังกล่าวเพื่อหาเหยื่อ ก่อนจะแอบอ้างเป็นตำรวจเข้าตรวจค้นเพื่อรีดไถ นำเงินที่ได้ใช้จ่ายส่วนตัวและซื้อไอซ์มาเสพ คุมตัวทั้งคู่ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดี