ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผย วันแรกในเรือนจำชูวิทย์ปรับตัวได้ ไม่เครียด เพราะเคยติดคุกมาแล้ว โดยเนื่องจากติดคุกเพียง 1 เดือนจึงไม่ต้องย้ายแดน คงให้อยู่แดนแรกรับห้องที่ 13 ตลอด...
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.2561 นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยหลังรับตัวนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เข้ามาควบคุมที่เรือนจำตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ให้จำคุก 1 เดือน ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กินข้าวเช้าและทำกิจกรรมทั่วไปของแดนแรกรับได้ปกติ คาดปรับตัวไวเพราะเคยถูกควบคุมตัวในเรือนจำแห่งนี้มาแล้ว จึงไม่มีอาการเครียดหรือมีโรคประจำตัวกำเริบ โดยนายชูวิทย์ถูกศาลพิพากษาจำคุกเพียง 1 เดือน จึงจะให้อยู่ในแดนแรกรับตลอด และจัดให้อยู่ห้องที่ 13 ซึ่งเป็นห้องที่นายชูวิทย์เคยอยู่ เพราะการย้ายแดนจะต้องมีเหตุจำเป็น เช่น ย้ายไปเพื่อฝึกอาชีพ หรือเรียนหนังสือ
"ส่วนกรณีกลุ่มลูกศิษย์ของนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธะอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กจะนำกระเพาะปลาไปเลี้ยงผู้ต้องขังและผู้คุมทุกคนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า ปกติเรือนจำก็รับบริจาคสิ่งของจากบุคคลทั่วไปอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็มีผู้นำหนังสือมาบริจาค หรือนำอาหารมาเลี้ยงผู้ต้องขัง แต่สิ่งของทุกอย่างที่รับบริจาค จะนำเข้าไปในเรือนจำก็ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ จากคณะกรรมการตรวจรับสิ่งของก่อน เพื่อตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมผิดปกติ และประเมินมูลค่าสิ่งของทำรายงานไปทางกรมราชทัณฑ์ ก่อนนำไปแจกจ่ายให้ผู้ต้องขัง สำหรับอาการของอดีตพระพุทธะอิสระ ขณะนี้ยังต้องทำกายภาพบำบัด เพื่อรักษาอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาททุกวันตามที่หมอแนะนำ ส่วนอดีตพระเถระอีก 7 คนก็สามารถปรับตัวได้แล้ว ไม่น่าห่วงอะไรเช่นกัน" นายกฤช กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้ามีทีมกฎหมาย เข้าเยี่ยมนายชูวิทย์ เป็นเวลา 20 นาที โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายชูวิทย์มีกำลังใจดี ไม่มีอาการเครียด หน้าตาแจ่มใส ปรับตัวได้ อาจจะเพราะเคยถูกคุมขังในเรือนจำมาก่อนหน้านี้ ขณะที่นายต้นตระกูล, นายเติมตระกูล และต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์ บุตรชายนายชูวิทย์ทั้งสามคน ได้เข้าเยี่ยมเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา และใช้เวลา 20 นาที เช่นกัน บรรยากาศระหว่างครอบครัวผ่อนคลาย มีการแซวถามนายชูวิทย์ ที่ให้การรับสารภาพโดยที่ทีมกฎหมาย และครอบครัวไม่ทราบเรื่องการตัดสินใจครั้งนี้ โดยนายชูวิทย์ ได้ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ชีวิตกู มันต้องเสี่ยง” พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง และนายชูวิทย์ ยืนยันว่าจะยอมถูกคุมขังตามคำสั่งศาล 30 วัน ไม่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกา
นอกจากนี้ แหล่งข่าว ยังเปิดเผยถึงการเดินทางมายังศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวานนี้ว่าทีมกฎหมายและคนใกล้ชิด ได้แนะนำให้นายชูวิทย์ ยื่นเอกสารเป็นคำให้การปฏิเสธ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีทอดเวลาออกไป เนื่องจากกฎหมายใหม่สามารถอุทธรณ์คดีได้ แต่เมื่อถึงเวลาปรากฏว่านายชูวิทย์ เซ็นรับสารภาพพร้อมกับแถลงคำให้การต่อศาลด้วยตัวเอง ซึ่งทีมกฎหมายและคนใกล้ชิด ต่างเคารพในการตัดสินใจของนายชูวิทย์ครั้งนี้.