โทษประหารจากมีดบั่นคอ ปืนยิง สู่ฉีดยาให้ตาย นักโทษคนที่ 7

ข่าว

    โทษประหารจากมีดบั่นคอ ปืนยิง สู่ฉีดยาให้ตาย นักโทษคนที่ 7

    ไทยรัฐออนไลน์

    19 มิ.ย. 2561 12:39 น.

    “ประหารชีวิต” บทลงโทษทางอาญาหนักที่สุดตามกฎหมายไทย โดยในอดีตก่อนปี 2478 ใช้มีดดาบบั่นคอให้ขาด จนเปลี่ยนมาเป็นยิงเป้า และในปี 2546 เป็นต้นไป ได้เปลี่ยนจากยิงเสียให้ตาย เป็นการฉีดสารพิษ

    สำหรับการประหารชีวิตตามประเพณีโบราณ ด้วยการใช้มีดดาบบั่นคอ มีเพชฌฆาต 2 คน หากคนแรกฟันคอนักโทษไม่ขาด เพชฌฆาตคนที่สอง ต้องทำหน้าที่ต่อไม่ให้นักโทษทรมาน ส่วนการยิงเป้า มีการมัดมือนักโทษ ด้วยด้ายดิบสีขาวและนำผ้าสีน้ำเงิน ติดเป้าตาวัวมาบังร่างไว้ ก่อนเจ้าหน้าที่ตั้งศูนย์ปืนปรับให้ตรงกับหัวใจ และขึ้นลำกล้องปืนกล เอชเค เอ็มพี 5 เพื่อให้คนทำหน้าที่เพชฌฆาต ยิงเข้าสู่หัวใจนักโทษให้สิ้นใจตายทันทีคาหลักประหาร

    ชื่อของ ”เชาวเรศน์ จารุบุณย์” ถือเป็นเพชฌฆาตคนสุดท้ายในตำนาน ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อปี 2555 ในวัย 64 ปี เคยประหารชีวิตทั้งหมด 55 คน หนึ่งในนั้นคือนักโทษชาย พันธ์ สายทอง ฆาตกรเหี้ยมโหดฆ่าข่มขืน ”น้องอ้อม” เด็กหญิงวัย 4 ขวบในห้องน้ำโรงเรียน ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 เขตบางพลัด กรุงเทพฯ เมื่อปี 2539 ต่อมาศาลพิพากษาตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิต เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2542

    นับตั้งแต่ปี 2478 ถึงปัจจุบัน ไทยมีการบังคับโทษประหารชีวิตมาแล้ว จำนวน 325 ราย แยกเป็นยิงเป้า 319 ราย โดย น.ช.สุดใจ ชนะ หรือ น้อย ผู้ต้องขังคดียาเสพติด เป็นนักโทษรายสุดท้าย เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2546

    ส่วนการประหารชีวิตด้วยการฉีดยาสารพิษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ประกอบมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิตนักโทษ พ.ศ.2546 ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการด้วยวิธีการฉีดยา หรือสารพิษให้ตาย เริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2546 จนถึงเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2552 รวม 6 ราย

    กระทั่งผ่านไป 9 ปี จนมาถึงรายที่ 7 ล่าสุด นักโทษเด็ดขาดชาย ธีรศักดิ์ หลงจิ อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2555 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง ซึ่งได้ทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน ใช้มีดแทงเหยื่อ รวม 24 แผล จนถึงแก่ความตาย

    ในส่วนของขั้นตอนการประหารการฉีดยาด้วยสารพิษ เมื่อเบิกตัวนักโทษออกจากแดนคุมขัง นำไปตรวจสอบประวัติ ตำหนิแผลเป็น และพิมพ์ลายนิ้วมือ จากนั้นให้เขียนจดหมายและทำพินัยกรรม พร้อมเปิดโอกาสครั้งสุดท้ายให้โทรศัพท์หาญาติ จากนั้นเจ้าหน้าที่อ่านคำสั่งยกฎีกาให้นักโทษประหารฟัง

    เมื่อนำนักโทษมาถึงห้องประหาร ซึ่งได้จัดเตรียมอาหารมื้อสุดท้ายพร้อมน้ำดื่ม โดยนักโทษจะอยู่กับพี่เลี้ยง มีการปิดล็อกประตูด้านนอก ให้นักโทษทานอาหารจนอิ่ม มีการพูดคุยเพื่อให้นักโทษคลายเครียด จนมาถึงพิธีทางศาสนา ซึ่งขึ้นอยู่ว่านักโทษนับถือศาสนาใด และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนทางศาสนา จะนำนักโทษปิดตา นอนลงเตียงประหาร โดยที่หัวเตียงจะมีขาตั้งสำหรับแขวนถุงน้ำเกลือ มีการใช้เข็มขัดรัดตัวนักโทษ 5 จุด บริเวณหน้าผาก หน้าอก หน้าท้อง หน้าขา และข้อเท้า

    จากนั้นนำถุงน้ำเกลือมาต่อที่หลังมือนักโทษ เพื่อปล่อยน้ำเกลือ ซึ่งยังไม่มีสารพิษให้เข้าสู่กระแสเลือด ก่อนปิดทางเดินน้ำเกลือ แล้วดำเนินการฉีดสารพิษเข้าไปในสายน้ำเกลือ เริ่มจากสารโซเดียมเพนโททัล ชนิดผงละลายน้ำ ปริมาณ 20-25 ซีซี เข้าสู่กระแสเลือดของนักโทษ ทำให้หลับลึก ไม่รู้สึกตัว ตามด้วยสารแพนคูไรเนียมโบรไมค์ ชนิดน้ำ ปริมาณ 50 ซีซี ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว และทำให้ระบบการหายใจหยุดทำงาน

    จนมาสู่ขั้นตอนสุดท้าย ฉีดสารโพแทสเซียมคลอไรด์ ชนิดน้ำ ปริมาณ 50 ซีซี ทำให้หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิต รอจนกว่าแพทย์ประกาศว่านักโทษประหารคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ประหารชีวิตฉีดยาประหารชีวิตขั้นตอนฉีดยาประหารชีวิตนักโทษประหารข่าวร้อนข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2564 เวลา 06:23 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์