จับตาอย่ากะพริบ คดีทุจริตงบประมาณเงินอุดหนุนกิจกรรมด้านต่างๆของพระพุทธศาสนา หรือเงินทอนวัด สร้างความสั่นสะทือนวงการสงฆ์ ในลอต 4 ในไม่ช้านี้ หลังตำรวจกองปราบปราม เปิดปฏิบัติการบุกค้นวัดดังในกทม. เมื่อเช้า 24 พ.ค.

ทั้งวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยาวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร มีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง จนโดนจับสึกเป็นอดีตพระ ยกเว้นอดีตพระพรหมเมธี หรือเจ้าคุณจำนงค์ ยังหลบหนีการจับกุมจากการช่วยเหลือของสีกาคนสนิท ไปโผล่ในเยอรมนียื่นเรื่องขอลี้ภัย

กระทั่งมีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กองสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในทำนองว่า ตำรวจเตรียมจับกุมตัวเจ้าอาวาสวัดดังที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดลอตที่ 4 รวม 4 วัด ประกอบด้วยวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในกลุ่มพระสงฆ์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ได้เชิญตัวนายพิสิฐชัย มาให้ปากคำ เนื่องจากทำให้สังคมเกิดความสับสน โดยไม่ได้แจ้งข้อหาแต่อย่างใด ซึ่งภายหลังนายพิสิฐชัย ได้โพสต์ข้อความขออภัย จากความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อน

ชื่อของวัดพิชยญาติการามวรวิหาร เขตคลองสาน หนึ่งใน 4 วัด ตามที่นายพิสิฐชัย ได้ออกมาระบุก่อนหน้า มีการพุ่งเป้าน่าจะเป็นคิวต่อไป ในคดีเงินทอนวัด ลอต 4 ซึ่งปรากฏว่าพระราชรัตนมุนี เลขาฯ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะหนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร ได้หายตัวไป หลังพบความผิดปกติงบอุดหนุนกิจกรรมด้านต่างๆ ของพระพุทธศาสนาของวัด ตั้งแต่ปี 2555 ได้งบประมาณไป 10 ล้านบาท

รวมไปถึงวัดดังใน กทม.อีก 5 แห่ง ที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนสนับสนุนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 10 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 2.วัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร 3.วัดเทวราชกุญชร เขตดุสิต 4.วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ และ 5.วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร ซึ่งได้รับงบประมาณ 5 ล้านบาท

...

จนเกิดกระแสข่าวตำรวจเตรียมเข้าบุกค้น ซ้ำรอยเหมือนเช้าตรู่ วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ในการเข้าตรวจค้นวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยาวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร

ยิ่งน่าจับตา!! เป็นอย่างยิ่งสำหรับวัดพิชยญาติการาม, วัดเทพศิรินทราวาส และวัดสุทัศนเทพวราราม มีแนวโน้มสูงเป็นอย่างมากในไม่ช้านี้ ก่อนกระจายการตรวจค้นวัดที่เข้าข่ายทุจริตในต่างจังหวัดอีก 30 วัด แบ่งเป็นภาคเหนือ 15 วัด และภาคกลาง 15 วัด ในคดีเงินทอนวัด จะสร้างความสั่นสะเทือนวงการผ้าเหลืองอีกระลอก.