ข่าว
100 year

เยอรมนี-กักตัว อดีตพระ วัดสัมพันธวงศ์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 มิ.ย. 2561 05:30 น.
SHARE

‘บิ๊กป้อม’บอกอีก3วันรู้ชัด เผยกฎเกณฑ์ลี้ภัยมีเพียบ

“บิ๊กป้อม” เผยอดีตพระพรหมเมธีไม่ขอพบบิ๊กแป๊ะ บอกชัดอีก3วันรู้เรื่อง จะได้ตัวอดีตพระผู้ต้องหาเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีเมืองไทยหรือไม่ เชื่อวางแผนไว้ก่อน เพราะเยอรมนีมีกฎหมายให้ลี้ภัย ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ นำหลักฐานการกระทำความผิดของอดีตพระพรหมเมธีเข้าประสานสถานทูตเยอรมนี ขอให้สำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเมืองเบียร์ พิจารณาส่งตัวกลับในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ส่วนคดีเงินทอนวัดจ่อขอศาลออกหมายจับ 2 ผัวเมียเจ้าของร้านสังฆภัณฑ์ หลังแจงเงิน 3 ล้านจากวัดสามพระยาไม่ได้ อดีตเจ้าคุณปิงยังไม่พ้นวิบากหลังสึก ตำรวจ ปคม.ตรวจสอบอายุฆราวาสที่ร่วมตุ๋ยกะเล่นงานหากเข้าข่ายค้ามนุษย์

ภายหลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. นำคณะบินด่วน ข้ามทวีปไปนครแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี หลังรับแจ้งว่า นายจำนงค์ เอี่ยมอินทรา หรืออดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม 1 ในผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด หลบหนีออกประเทศทางชายแดนลาว บินข้ามประเทศไปขอลี้ภัยอยู่ที่นั่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับทางการเยอรมนี โดยก่อนหน้านี้ ตำรวจกองปราบฯเปิดฉากจับอดีตพระเถระผู้ใหญ่ 7 รูป จาก 3 วัดใหญ่คือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศาราม ที่เกี่ยวข้องคดีทุจริตเงินทอนวัด รวมทั้งฆราวาสอีก 4 คน นำตัวฝากขังระหว่างสอบสวน ศาลไม่ให้ประกันตัว ในรายที่เป็นพระ ทั้งหมดถูกจับสึกและคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกัน ตำรวจกองปราบฯยังเข้าจับกุมนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพุทธะอิสระ ที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ในความผิดฐานปลอมพระปรมาภิไธย และอั้งยี่ซ่องโจรระหว่างการชุมนุมทางการเมืองปี 57 ด้วย และถูกจับสึก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวชั่วคราวตามที่เสนอข่าวไปนั้น

มีรายงานเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ในส่วนของการติดตามตัวนายจำนงค์ หรืออดีตพระพรหมเมธี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย นำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่เดินทางไปประเทศเยอรมนียังไม่มีโอกาสได้พบอดีตพระพรหมเมธีที่ถูกกักตัวไว้ในการควบคุมของทางการเยอรมนี ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ได้รับรายงานมีการจับกุมอดีตพระพรหมเมธี ที่สนามบินนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ได้ให้ ผบช.สตม. ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศประสานทางการเยอรมนี เพื่อขอรับตัวมาดำเนินคดีในไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน รายละเอียดยังเปิดเผยไม่ได้ในชั้นนี้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน

มีรายงานว่า หลังตำรวจรู้ว่าอดีตพระพรหมเมธีถูกกักตัวที่สนามบินนครแฟรงก์เฟิร์ต พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ได้ประสานเรื่องหมายแดงของอดีตพระพรหมเมธี ขอให้ทางการเยอรมนีควบคุมตัวไว้ และอดีตพระพรหมเมธีได้เตรียมเอกสารยื่นขอเป็นผู้ลี้ภัยกับสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของผู้ขอลี้ภัยในประเทศเยอรมนี โดยมีกงสุลใหญ่ประเทศไทยประจำนครแฟรงก์เฟิร์ต เป็นตัวแทนทางการไทย เข้าพบกระทรวงยุติธรรมของประเทศเยอรมนี เพื่อประสานงานกับสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ล่าสุดมีแนวโน้มจะนำเรื่องขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธีเข้าสู่การพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของประเทศเยอรมนี ก่อนพิจารณาตามคำขอของทางการไทย จะทำให้ขั้นตอนประสานรับตัวอดีตพระพรหมเมธีต้องขยายเวลาไปอีกระยะหนึ่ง โดยตำรวจไทยได้เตรียมเอกสารชี้แจงให้เข้าใจในเรื่องการดำเนินคดีอดีตพระพรหมเมธี ผู้ต้องหาสำคัญในคดี “เงินทอนวัด” ไม่ได้เข้าข่ายเป็นผู้ขอลี้ภัยทางการเมือง

ส่วนเวลาเดินทางกลับของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีการกำหนดตั๋วเดินทางกลับไทยไว้ในวันที่ 6 มิ.ย. กลับถึงประเทศไทยเวลา 12.00 น. โดยสายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 923 และวันที่ 7 มิ.ย. สายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 911 กลับถึงไทยเวลา 06.00 น. เป็นการจองตั๋วแบบออนไลน์ ไม่ได้กำหนดวัน เวลากลับที่ชัดเจน

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของลี้ภัยตามกฎของสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กระทรวงมหาดไทยเยอรมนี หรือ BAMF (จากข้อมูลในเว็บไซต์ทางการ www.bamf.de) มี 4 ข้อคือ 1.การขอลี้ภัยทางการเมือง 2.การขอลี้ภัยในประเทศฐานะผู้ลี้ภัย 3.การขอรับความคุ้มครองเพียงบางส่วน และ 4.การขอคุ้มครองเพื่อไม่ให้ถูกส่งไปยังประเทศต้นทาง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ขอความคุ้มครองฐานถูกละเมิดเสรีภาพทางศาสนา ความเชื่อทางการเมือง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่มีความร้ายแรง และประเภทต่อมาการขอลี้ภัยด้วยเหตุผลถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดี ถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรมด้วยเหตุผลการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ อันละเมิดพื้นฐานความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ หลังจากการยื่นขอลี้ภัย สำนักงานจะเป็นผู้ตัดสินให้อนุญาตลี้ภัยหรือไม่ จากการพิจารณาหลักฐานทางเอกสาร เรียงความเหตุผลการขอลี้ภัย และการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ หากคำขอถูกปฏิเสธ ผู้ลี้ภัยสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ตามอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย พ.ศ.2494 ด้วยการส่งคำร้องต่อศาล ศาลอาจใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเป็นระยะเวลานานระดับหนึ่ง แต่ถ้าสุดท้ายศาลไม่อนุมัติก็เท่ากับว่า ผู้ลี้ภัยจะต้องเดินทางออกจากเยอรมนี หากไม่ปฏิบัติตามแล้ว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถใช้อำนาจทางกฎหมายบังคับออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขด้วยว่า หากผู้ขอลี้ภัยไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้ด้วยกรณีใดๆ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเยอรมนีจะมีอำนาจในการสั่งระงับการส่งตัวกลับประเทศ หรือมอบใบอนุญาตพำนักในเยอรมนีแก่ผู้ลี้ภัย

ส่วนการดำเนินการติดตามตัวอดีตพระพรหม–เมธีที่ประเทศไทย ช่วงสายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.บช.สตม. เข้าพบตำรวจเยอรมนี และเจ้าหน้าที่สถานทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เพื่อนำสำนวนหลักฐานการดำเนินคดีอดีตพระพรหมเมธีกับพวก ให้กระทรวงยุติธรรมของประเทศเยอรมนีประสานกับสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นำเรื่องเข้าพิจารณาในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อขอรับตัวมาดำเนินคดีในไทยโดยเร็วที่สุด ขณะนี้ ฝ่ายตำรวจ และกงสุลใหญ่ประเทศไทยประจำนครแฟรงก์เฟิร์ต ต้องกลับมาเริ่มต้นขั้นตอนชี้แจงเรื่องข้อหาดำเนินคดีอดีตพระพรหมเมธี เพื่อขอรับตัวกลับมาดำเนินคดี รวมทั้งประสานสายการบินกาตาร์แอร์ไลน์ เพื่อสืบสวนหาผู้ที่ประสานการเดินทางให้อดีตพระ พรหมเมธี ในการเดินทางมาที่ประเทศเยอรมนีด้วย

มีรายงานด้วยว่า ในส่วนของสำนวนการสอบสวนคดีเงินทอนวัดนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก เหลือเพียงการตรวจสอบเอกสารที่ยึดมาได้จากการตรวจค้นวัดต่างๆ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ประสานงานกับ ป.ป.ง. ให้อายัดบัญชีธนาคารทุกบัญชีที่เป็นบัญชีส่วนตัวของผู้ต้องหาทั้งหมด แต่ไม่ได้อายัดบัญชีของวัด เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ในส่วนของวัดสามพระยาวรวิหาร พนักงานสอบสวนเตรียมที่จะขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาอย่างน้อย 2 คน ที่เกี่ยวกับการทุจริตเงินทอนวัด หลังพบว่า 2 สามีภรรยาเจ้าของร้านสังฆภัณฑ์แห่งหนึ่งมีเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับวัดสามพระยา และไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ เป็นเงินจำนวนมากถึง 3 ล้านบาท

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ เดินทางไปประเทศเยอรมนี เพื่อควบคุมตัวนายจำนงค์ เอี่ยมอินทรา หรือพระพรหมเมธี กลับมาดำเนินคดี รวมทั้งการแก้ปัญหาวิกฤติของพระสงฆ์ในประเทศไทย ว่า พระพุทธศาสนาของไทย คำสอนของพระพุทธเจ้าบิดเบือนไม่ได้อยู่แล้ว เป็นคำสอนที่พิสูจน์ได้มา 2,500 กว่าปีแล้ว มีความเป็นจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะผิดหรือถูกนั้นอยู่ที่คน รวมทั้งพุทธศาสนิกชนและพระสงฆ์ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน กติกาที่เกี่ยวข้องซึ่งพระสงฆ์ก็มี พ.ร.บ.สงฆ์ และกฎหมายทั่วไปที่ต้องยึดถือทั้ง 2 แบบ ถือเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จะทำถูกหรือทำผิดเป็นเรื่องการกระทำผิดของบุคคลของพระ และผู้ที่นับถือศาสนาต้องแยกแยะออกจากกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลทำแบบนี้ เพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามามาก รวมไปถึงปัญหา เงินทอนวัด ต้องพิสูจน์กันทางคดีความและกฎหมาย เจ้าหน้าที่ให้สิทธิกับทุกคน ไม่ใช่หนีออกไปต่างประเทศ ไม่ยอมรับกฎหมายมันไม่ได้ แล้วจะมาบอกว่ารัฐบาลทำลายพระพุทธศาสนา ยิ่งไม่ใช่ เราต้องช่วยกันทำให้เกิดการยอมรับจากทุกหมู่และทุกฝ่ายในการนับถือพระสงฆ์ และพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา วันนี้ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนต้องมีข้อมูลประสานการทำงานร่วมกัน และหารือว่าจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

“การที่ผมออกมาขอโทษในการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่เข้าจับกุมพระสงฆ์ ไม่ใช่ขอโทษว่าเพราะเป็นใคร แต่ขอโทษเพราะบุคคลนั้นแต่งสงฆ์ การดำเนินการต่างๆ จำเป็นต้องเหมาะสมต่อผู้ที่แต่งสงฆ์ ต้องเคารพผ้าเหลืองและเคารพพระสงฆ์ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต้องดูแลให้ถูกต้อง วันนี้ก็มีการลงโทษกันแล้ว อยากจะขอร้องสื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าไปตีข่าวครึกโครมจนกระทั่งกลายเป็นว่าเรากำลังรังแกพระสงฆ์ เหมือนกับเป็นคดีการเมือง แล้วเราจะไม่ได้คนที่หนีไปกลับมาสักทีไปลี้ภัยบ้าง อะไรบ้าง เป็นปัญหาที่มันไม่ง่ายนักที่จะเอาคนกลับมาลงโทษ เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนยอมรับกติกา กฎหมายของประเทศซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้น เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของศาสนา เป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของพระที่ทำถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ต้องพิสูจน์กันมา ผมไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นคดีการเมืองไปเสียทั้งหมด เสร็จแล้วก็เป็นเรื่องยากทั้งเรื่องการหารือส่งตัวกลายเป็นปัญหาทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ รวมถึงกระแสข่าวอดีตพระพรหมเมธี ได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัยในประเทศเยอรมนีว่า อดีตพระพรหมเมธียังไม่ได้ลี้ภัย เจ้าหน้าที่ขอเวลาตรวจสอบก่อน ความจริงการทำเรื่องขอส่งตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมา เยอรมนีมีขั้นตอนดำเนินการ 2 เดือน แต่เราขอให้ รีบดำเนินการภายใน 3 วัน ทางเยอรมนีรับว่าจะไปดำเนินการ ขณะเดียวกันอดีตพระพรหมเมธี ไม่ยอมพบกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ด้วย

เมื่อถามว่า ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถนำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “อ้าว ปั๊ดโธ่ ก็ตอบไปแล้ว ขอเวลา 3 วัน จะได้ผล อย่างไร ก็ว่ากันอีกที” เมื่อถามว่า ถ้าอดีตพระพรหมเมธีไม่อยากพบ ผบ.ตร. จะสามารถนำคนอื่นไปแทนได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องอดีตพระพรหมเมธีเขาไม่เอาอยู่แล้ว เขาไม่พบคนไทย ทางเยอรมนีก็ดำเนินการตามกฎหมาย ที่ผิดกฎหมายในส่วนของไทยเราได้ยื่นเรื่องไปแล้ว เพื่อให้มีน้ำหนักมากพอที่เยอรมนีจะให้ความร่วมมือกับไทย เราก็แลกเปลี่ยนกับเยอรมนีมาตลอด เป็นมิตรที่ดีต่อกัน เมื่อถามว่า เชื่อว่าเยอรมนีจะเข้าใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมก็ไม่ใช่เยอรมนีด้วย” เมื่อถามว่ามีคนไทยให้การสนับสนุนอดีตพระพรหมเมธีอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มันก็ต้องมี เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่ และเขาก็วางแผนไว้แล้ว เพราะเยอรมนีมีกฎหมายให้ลี้ภัยได้ ก็ต้องไปประเทศนั้น

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวตอบคำถามที่ว่า ไทยมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับเยอรมนีหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า มี แต่ตอนนี้กำลังดูหลายๆ ด้านอยู่ แม้ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้เข้าไปดูอย่างเป็นทางการกับเรื่องนี้ แต่กำลังตรวจสอบดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง ส่วนจะขอตัวกลับมาดำเนินคดีในช่องใดได้บ้างนั้น จะให้กรมการกงสุลเป็นผู้ตอบประเด็นนี้ เพราะเป็นหน่วยงานที่รู้เกี่ยวกับคดีต่างๆ และอาจจะถามไปถึงเรื่องค้างคาได้ด้วย เมื่อถามว่า การที่เรายกเลิกหนังสือเดินทางเล่มสีน้ำเงินก่อนแล้ว อดีตพระพรหม–เมธีจะยังขอลี้ภัยได้หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปตรวจสอบว่ามีการยกเลิกก่อนหรือหลัง เมื่อถามอีกว่า ตำรวจพยายามจะให้กระทรวงการต่างประเทศใช้ช่องทางทางการทูตในการนำตัวกลับ หรือการเข้าไปพบตัวอดีตพระพรหมเมธี นายดอนกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติในการขอเข้าพบหรือเข้าเยี่ยมผู้ที่ถูกกักตัว ส่วนการนำตัวกลับมาจะราบรื่นหรือไม่ ต้องรอฟังจากตำรวจ

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.กล่าวถึงการดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดนหลังอดีตพระพรหมเมธี อาศัยเป็นช่องทางหลบหนีออกนอกประเทศว่า ต้องยอมรับว่าบางครั้งการดำเนินการดังกล่าวหน่วยที่ดูแลตามแนวชายแดนไม่ได้รับการแจ้งเตือนมาก่อน และทันทีที่มีการปฏิบัติการผู้ที่เป็นเป้าหมายอาจจะรู้ตัวอยู่แล้ว และก็หลบหนีไป ต้องยอมรับว่า หน่วยข่าวไม่สามารถปิดชายแดนตลอดแนว หรือแม้แต่หน่วยงานตามปกติ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หากไม่รู้กระบวนการในการดำเนินงานอาจจะมีช่องว่าง

วันเดียวกัน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม.กล่าวถึงกรณีอดีตพระวิสุทธิศาสนวิเทศ หรือเจ้าคุณปิง อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯลาสิกขา เพราะตำรวจพบพฤติกรรมเสพสังวาสกับฆราวาสชาย ว่า ในส่วนของ บช.ก.ทุก บก.ที่เกี่ยวข้อง หากพบสื่อลามกจะมี บก.ปอท.เป็นหน่วยหลักที่เข้ามาดูแล ส่วนกรณีจะเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ จะต้องไปตรวจสอบอายุของบุคคลที่ไปเสพสังวาส เบื้องต้น พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ได้สั่งการให้ทุก บก.ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ เพื่อดำเนินการต่อไป

ส่วนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เผยว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เตรียมนำตัวนายสุวิทย์ บุญประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ซ่องโจรและปลอมพระปรมาภิไธย ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์อีกรอบ เนื่องจากอุจจาระยังเป็นสีดำ ให้แพทย์วินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง หรือเกิดจากมีแผลในกระเพาะอาหาร ส่วนอาการอื่นๆโดยรวมตอนนี้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เช่นเดียวกับอดีตพระผู้ใหญ่อีก 7 รูปในคดีเงินทอนวัด เริ่มปรับตัวได้ยังไม่มีอาการป่วยที่น่าเป็นห่วง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1พระพรหมเมธีเงินทอนวัดลี้ภัยเยอรมนี

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้