กทม.เตรียมอุทธรณ์คำสั่งศาล 3 ประเด็น คดีป้าทุบรถเดือดร้อนตลาดล้อมบ้าน ระบุพื้นที่ของผู้ฟ้องร้องไม่ได้กำหนดการห้ามก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ส่วนการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1.47 ล้านบาท เจ้าของรถเจ้าของตลาดต้องมีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ หากอัยการมีความเห็นสอดคล้องต้องยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ด้านการเอาผิดเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องต้องชะลอไว้ก่อนรอผลตัดสินของศาล

ที่ศาลาว่าการ กทม. เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 พ.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการพิจารณาแนวทางการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งให้ กทม. รื้อถอนตลาด 5 แห่งบริเวณรอบบ้าน น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ ผู้ฟ้องคดี รวมถึงให้ชดใช้ค่าสินไหมแก่ผู้ฟ้องกับพวกรวม 4 ราย เป็นเงินกว่า 1.47 ล้านบาทว่า ภายหลังศาลได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2561 นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัด กทม. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีนายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัด กทม. เป็นประธาน และมีกรรมการ รวม 5 คน ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องเสร็จแล้ว ทั้งนี้หากคณะกรรมการเห็นควรที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลจะสรุปให้อัยการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง หากอัยการมีความเห็นสอดคล้องให้ กทม.ยื่นอุทธรณ์ กทม.ต้องยื่นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีคำพิพากษาจะครบกำหนดในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ สำหรับคำสั่งที่ให้ กทม.รื้อถอนตลาดทั้ง 5 แห่ง ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่มีคำพิพากษา กทม.ติดประกาศให้เจ้าของอาคารรื้อถอนตลาดแล้ว หากไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ด้านนายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัด กทม. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า ผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ เห็นควรให้ยื่นอุทธรณ์พิจารณา 3 ประเด็น ที่ กทม.มีความเห็นไม่ตรงกับคำสั่งศาล คือ 1.กรณีการอนุญาตก่อสร้างอาคารโดยสำนักการโยธา พื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน พื้นที่โครงการที่ 1 กำหนดการจัดสรรที่ดินในปี 2526 มีข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินเพื่ออยู่อาศัยโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ส่วนโครงการที่ 2 เป็นพื้นที่ของผู้ฟ้องร้อง จัดสรรที่ดินในปี 2530 กำหนดการจัดสรรที่ดินโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ไม่ได้ห้ามทำที่อยู่อาศัย และไม่ได้กำหนดการห้ามก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ประกอบกับประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 (ปว.286) ไม่ได้ห้ามก่อสร้างอาคารพาณิชย์ สำนักการโยธาพิจารณาตามกฎหมายดังกล่าวอนุญาตก่อสร้างอาคารในพื้นที่

...

กรณีนี้ กทม.มีความเห็นขัดแย้งกับความเห็นของศาลปกครองที่เกิดขึ้น 2 ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานเขตประเวศ มีกฎหมายเกี่ยวข้อง 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ร.บ.สาธารณสุข และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2553 สำนักงานเขตประเวศดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายไปแล้วกว่า 55 ครั้ง และ 3.การชดใช้ค่าเสียหาย ต้องพิจารณาว่าผู้กระทำการละเมิดคือใครในเมื่อเจ้าหน้าที่ กทม.ปฏิบัติตามหน้าที่ไม่อาจรับผิดชอบเกี่ยวกับการความผิดฐานละเมิดได้ หรือเจ้าของรถที่จอดกีดขวางหน้าบ้านผู้ฟ้องอาจเป็นผู้ละเมิดหรือไม่ เพราะเป็นผู้จอดรถขวางหน้าบ้าน รวมถึงเจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง อาจมีส่วนในการทำผิดละเมิดด้วยหรือไม่ ดังนั้นมีความเห็นว่า กทม.ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบค่าสินไหมเพียงผู้เดียว หากต้องจ่ายค่าเสียหายเจ้าของรถและเจ้าของตลาดต้องมีส่วนร่วมด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ตามคำพิพากษาที่ให้ กทม.จ่ายค่าเสียหายเป็นค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องร้องในการสูญเสียความสงบสุขรวม 4 ราย รายละ 368,400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,473,600 บาท การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนี้ เดิมผู้ฟ้องร้องได้เรียกร้องค่า เสียหายรวม 256 ล้านบาท แต่ศาลพิเคราะห์ให้ กทม.ชดใช้ในอัตรารายละ 368,400 บาท กรณีนี้ กทม.พิจารณาแล้วเห็นว่าศาลพิจารณาค่าเสียหายรายวันตั้งแต่ปี 2553 ข้อเท็จจริงตลาดเปิดทำการแค่วันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

นายวันชัยกล่าวอีกว่า คณะกรรมการพิจารณาฯ มีความเห็นว่า กทม.ควรอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทั้ง 3 ประเด็น ส่วนเจ้าหน้าที่ กทม.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและถูกพิจารณาความผิดด้านวินัยในการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต้องอิงตามผลการพิจารณาคำพิพากษาของศาล หากมีการอุทธรณ์การพิจารณาความผิดของข้าราชการ กทม.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรชะลอเพื่อรอการพิจารณาของศาลที่ชัดเจนอีกครั้ง