ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้ออกสู่สายตาประชาชน และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางขึ้น ภายหลังได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เข้ามามีบทบาทจัดระเบียบเรียบร้อยทางสังคม มุ้งเน้นไปที่การตรวจจับคดีค้ามนุษย์ และสถานบันเทิงที่ทำผิดกฎหมายตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
1 ในทีมงาน หลายคนคงได้คุ้นหน้าคุ้นตากับภาพเจ้าหน้าที่ตัวใหญ่เดินผ่านหน้าจอทีวีไปมา ...แต่ก็ไม่รู้ว่า "เขามีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องสำคัญอย่างไร" กับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ...ไทยรัฐออนไลน์ พาเปิดโปรไฟล์เจ้าหน้าที่ปกครองรุ่นใหม่ไฟแรงอย่ง "นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ (ชป)" ตำแหน่งปัจจุบัน หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนคดีอาญา 1 (เจ้าพนักงานปกครอง ระดับชำนาญการพิเศษ) สังกัด ส่วนการสอบสวนคดีอาญา สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ลูกชายอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด
นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ หรือ ชป เกิดวันที่ 4 สิงหาคม 2526 จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา จาก ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กรุงเทพฯ, จบระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จาก ม.กรุงเทพ, จบระดับปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต (สาขากฎหมายมหาชน) จาก ม.อัสสัมชัญ (ABAC) ปัจจุบัน กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมือง จาก ม.รามคำแหง (อยู่ในขั้นตอนอนุมัติดุษฎีนิพนธ์เพื่อจบ)
...
ผลงานที่ผ่านมา ปี พ.ศ. 2554 ได้รับรางวัล ประกาศนียบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติ ข้าราชการพลเรือนดีเด่น (ครุฑทองคำ) จากสำนักงาน ก.พ., ปี พ.ศ. 2560 ได้รับ เกียรติบัตรผลงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จาก นายกรัฐมนตรี (กระทรวง พม.) ... "ชป" เป็นบุตรชายของ นายนเรศ จิตสุจริตวงศ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และปทุมธานี และ นางสุวรรณา จิตสุจริตวงศ์ อดีตนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง และปทุมธานี
เคยเป็นทนาย ก่อนโอนย้ายมากรมการปกครอง
สมัยที่ผมศึกษาระดับปริญญาตรี ที่คณะนิติศาสตร์ ม.กรุงเทพ ผมจัดได้ว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยง ทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ให้คำปรึกษาและแนะนำข้อกฎหมายแก่ประชาชนที่เข้ามาปรึกษาที่ศูนย์ฯ ตลอดจนออกค่ายไปช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมายยังต่างจังหวัด ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของความคิดและอุดมการณ์ที่อยากจะช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน
หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2548 ผมสอบได้ประกาศนียบัตรวิชาว่าความ หรือ "ตั๋วทนาย" รุ่นที่ 23 จากสภาทนายความฯ เป็นทนายความในบริษัทเอกชนอยู่เกือบปี ก็สอบมาเป็นข้าราชการ โดยเริ่มบรรจุรับราชการครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2549 จากนั้นวันที่ 16 เมษายน 2550 ก็โอนมารับราชการที่กรมการปกครอง ปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดส่วนการสอบสวนคดีอาญาต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่ระดับ 3 ระดับ 4 ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ จนกระทั่งปัจจุบันเป็นหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนคดีอาญา 1 (เจ้าพนักงานปกครอง ระดับชำนาญการพิเศษ)
เจาะงานสืบสวน โชกโชนคดีสำคัญ
ที่ผ่านมา มีประสบการณ์ทำงานด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา ทั้งการสืบสวนจับกุมการกระทำผิดและสอบสวนคดีอาญา ในฐานะพนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(17)(ช) รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในการสืบสวนสอบสวนต่างๆ และการทำความเห็นแย้ง กรณีพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด
ตลอดระยะเวลา 10 ปี ปัจจุบันเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง และเป็นผู้สอนในหลักสูตรสืบสวนสอบสวนพนักงานฝ่ายปกครอง ของวิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง คดีที่สำคัญ ได้แก่ การจับกุมสถานบริการ นาตารี อาบอบนวด และสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท อาบอบนวด กระทำผิดฐานค้ามนุษย์ หรือการสอบสวนคดีการบุกรุกครอบครองพื้นที่ป่าในอุทยานแห่งชาติทับลาน (ป่าวังน้ำเขียว) อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และคดีที่ พ.ต.ท.ลักลอบล่าสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นต้น
รู้สึกท้าทาย สนุกกับหน้าที่ โชคดีมีทีมงานเข้มแข็ง
...
ภารกิจหน้าที่ๆ ได้รับมอบหมายในขณะนี้ ถือเป็นตำแหน่งที่ท้าทาย เพราะนอกจากเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เนื่องจากมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนในฐานะพนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยังต้องกำกับดูแลกลุ่มงานสืบสวนสอบสวนคดีอาญา 2-9 เรียกได้ว่าต้องรับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนในอำนาจหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครองทั่วราชอาณาจักรแทน ผู้อำนวยการ ก็ว่าได้
ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งนี้ แต่ละคนก็ถือเป็นนักปกครอง ที่ได้รับการยอมรับและเก่งมาก ทั้ง ผอ.มานะ สิมมา ปัจจุบันเป็น ผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา หรือ ผอ.รณรงค์ ทิพย์ศิริ ปัจจุบันเป็น ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม ทั้งสองท่านก็ถือเป็นอาจารย์ของผมด้วย ต้องยอมรับว่าเป็นทีมงานที่เข้มแข็งและเก่งมากๆ จึงสนุกและมีความสุขกับการทำงานและทำงานได้อย่างราบรื่นในปัจจุบัน
เป็นคนบังคับใช้กฎหมาย ทำถูกใจใครทั้งหมดคงไม่ได้
ในการทำงานผมมักจะสำรวจตนเอง และหน่วยงานอยู่เสมอเป็นระยะๆ จากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคนในองค์กรจากส่วนภูมิภาค คนองค์กรอื่น สื่อหรือเอ็นจีโอ เพื่อสอบถามฟีดแบ็กในการปฏิบัติงานของเรา ในการปฏิบัติงานเรายึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการนำนโยบายของรัฐบาลที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม
...
ฉะนั้น เราจึงต้องปรับตัวตลอด แต่อย่างไรก็ตามการทำงานที่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ทุกคนพอใจ เราจึงต้องยึดกฎหมายและประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ ส่วนเสียงชื่นชมที่ได้รับ เราถือว่าเป็นกำลังใจในการทำงานครับ
ไม่ได้ฝันจะรับราชการ
ตอนเด็กๆ ผมเคยคิดว่าโตขึ้นอยากเป็นสถาปนิก แต่ตอนนี้ถ้าผมไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้ว ผมคงอยากเป็นนักวิชาการอิสระ ให้ความรู้ด้านกฎหมาย การบริหารและการวางแผน รวมถึงวิเคราะห์/วิจารณ์การเมือง แต่ถ้าไม่ได้ทำอย่างนั้น คงกลับไปเป็นทนายความ ว่าความเลี้ยงชีพ และอาจรับเป็นทนายอาสาช่วยว่าความให้กับคนจนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไรทำนองนี้ละมั้ง
จากพื้นที่เด็กเรียนไม่เก่ง มาถึงวันนี้ก็ดีใจแล้ว
ไม่เคยคาดหวังว่าจะต้องได้เป็น "ผู้ว่าราชการจังหวัด" แบบคุณพ่อ เพราะคนได้เป็นนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัด งานเขาหนักมาก ซึ่งไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเป็นเพราะงานหนักนะ แต่เพราะพื้นฐานผมเป็นนักกฎหมาย ถ้าเปรียบเทียบจริงๆ แล้ว ผมถนัดงานกฎหมายมากกว่างานปกครอง ฉะนั้น เป็นไปได้ขออยู่ทำงานในส่วนกลางคอยอำนวยการงานด้านกฎหมายแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดีกว่า แต่อย่างใดก็ตามถ้าผู้ใหญ่เห็นว่า ผมเหมาะสมกับหน้าที่ใด ถ้าผมสามารถทำได้และเกิดประโยชน์ ผมยินดีทำหมด
...
"จากเด็กที่เรียนไม่เก่งคนหนึ่ง วันนี้ได้มีอาชีพที่มั่นคง ได้ทำงานที่รัก ได้ช่วยคน มีคนชื่นชมและมีคนให้รางวัลมาบ้าง และทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ แค่นี้ผมถือว่าประสบความสำเร็จแล้วครับ ส่วนที่จะได้รับต่อจากนี้ผมถือเป็นกำไรชีวิต"
อาชีพนักปกครอง เข้าถึงประชาชน
ทุกอาชีพล้วนมีความแตกต่างกันและมีความสำคัญ ดีกันคนละแบบ แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของอาชีพนักปกครอง คือ โอกาสในการทำงานใกล้ชิดกับประชาชนที่สุดอาชีพหนึ่ง เราจึงมีโอกาสได้ทำราชการเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนได้ใกล้ชิดมากว่าอาชีพอื่น
การทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้ภาครัฐ ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจัง
ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนต่างต้องพัฒนาแก้ไขด้วยกันทั้งคู่ ในภาครัฐปัญหาที่ผมเห็นว่าสำคัญที่สุด คือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ภาครัฐไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจัง เมื่อกฎหมายอ่อนแอและไม่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนไม่ได้ ประชาชนก็จะขาดความเชื่อมั่นและศรัทธา
ส่วนภาคประชาชนผมมองว่าสังคมปัจจุบันคนขาดจิตสำนึกสาธารณะ ขาดวินัยและคุณธรรมประจำใจ ไม่เคารพกฎหมายและสิทธิของผู้อื่น สรุปทุกคนต้องพัฒนาแก้ไขตนเองนั่นแหละ ง่ายที่สุดก็คือการนำหลักธรรมคำสอนไม่ว่าศาสนาใดมาใช้เป็นแนวทาง รักษาศีล 5 ก็ได้แล้ว ซึ่งตัวผมเองก็ต้องพัฒนาแก้ไขด้วยเช่นกัน
****นอกจากนี้ นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ยังเป็นคนแรกของกรมการปกครองที่เข้าร่วมภาคีในการฝึกอบรมหลักสูตรผู้กำกับการ (รุ่นที่ 116) ของวิทยาลัยการตำรวจ ถือว่าเป็นผู้แทนในการเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองและตำรวจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชน