“วิษณุ” เผยรัฐบาล-สนช.กำลังทำคลอด ก.ม.เทียบตำแหน่งทหารกับพลเรือน พุ่งเป้าชี้วัดตำแหน่ง “เจ้ากรม” กับ “อธิบดี” สร้างบรรทัดฐานเข้าสู่องค์กรอิสระ สนช.วางเกณฑ์ พล.ต.ขึ้นไปและเป็นหัวหน้าหน่วย แต่ผลสำรวจผ่านเว็บไซต์ประชาชนค้านอื้อ ห่วงทหารแทรกแซง ครอบงำ
สืบเนื่องจากการร่างรัฐธรรมนูญ และการออกกฎหมายใหม่ มีการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ต้องดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีหรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 5 ปี ทำให้มีความเคลื่อนไหวปรับปรุงการเปรียบเทียบตำแหน่งในข้าราชการทหาร เนื่องจากไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน เบื้องต้นมีการวางตำแหน่งไว้ที่ระดับ พล.ต. เพราะที่ผ่านมามักมีเพียงระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยศ พล.อ.ที่ถูกมองว่าเทียบเท่าตำแหน่งอธิบดีนั้น
เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความ คืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเทียบตำแหน่งของข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือนว่า ร่างดังกล่าวเป็นของรัฐบาลฉบับหนึ่ง และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีอีกฉบับหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบเนื้อหาของ สนช.ว่าเป็นอย่างไร จะให้ยศ พล.ต.เทียบเท่าอธิบดีหรืออย่างไร แต่ส่วนของรัฐบาลคิดจะทำเป็นอีกแบบ โดยให้กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปหารือร่วมกัน แต่วางหลักว่าอย่านำยศมาใช้เทียบ แต่ให้นำตำแหน่งมาใช้ ดังนั้นจะยศ พล.ต. พล.ท. หรือ พล.อ. ไม่สำคัญ ถ้ายศ พล.อ. แต่ไม่มีตำแหน่งอะไรก็เทียบไม่ได้ แต่ถ้ามีตำแหน่งค่อยมาดูว่าตำแหน่งนั้นจะเทียบกับตำแหน่งพลเรือนได้อย่างไร เช่น อธิบดี ปลัด รองปลัด ส่วนทหารไม่มีอธิบดี มีแต่เจ้ากรม ทั้งเจ้ากรมที่เป็น พล.ต. พล.ท.และ พล.อ.จึงไม่เอายศมาใช้ ให้เอาตำแหน่งมาใช้ แล้วค่อยมาเทียบกันดู ถ้าตำแหน่งนี้บังคับบัญชา แล้วมีคน และงบประมาณมากพอ เทียบกันได้กับกรม อย่างนั้นค่อยมาดูว่าจะเทียบกันได้หรือไม่ ขณะนี้ร่างของรัฐบาลกำลังทำยังไม่มาถึงตน
ต่อข้อถามว่า เป็นการเปิดช่องให้ทหารเข้ามานั่งในองค์กรอิสระได้ หลังเกิดปัญหาสเปกการสรรหาองค์กรอิสระที่สูงไป นายวิษณุตอบว่า ใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหา ในอดีตกรรมการสรรหาก็เทียบให้ แต่พออีกครั้งเมื่อกรรมการเป็นคนละชุดเขาก็ไม่เทียบให้ เราจึงอยากสร้างเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อใช้กับทุกอย่าง ทั้งการเบิกงบประมาณต่างๆ ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และการเข้าไปดำรงตำแหน่งเขามีสิทธิ์เป็นแคนดิเดต แต่จะเลือกหรือไม่ก็แล้วแต่กรรมการสรรหา ต้องมีการออกกฎหมายขึ้นมาเป็นเกณฑ์เทียบ ไม่เช่นนั้นคณะกรรมการสรรหาไปเทียบตามใจชอบ ซึ่งมีการร้องให้ออกกฎหมายตรงนี้ด้วยจะได้สบายใจ และเป็นบรรทัดฐานในอนาคต จากนี้ต้องไปดูในตำแหน่งอัยการ และศาลต่อไปด้วย เมื่อถามว่า ถือเป็นการปฏิรูปกองทัพด้วยหรือไม่ เนื่องจากนายทหารระดับชั้นนายพลมีเป็นจำนวนมาก รองนายกฯ ตอบว่า ไม่เกี่ยว แต่เพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างเรื่องเหรียญตรา และสายสะพาย ที่ยังลักลั่นกันอยู่ เช่น อธิบดีได้สายสะพาย แต่เจ้ากรมบางกรมไม่ได้
ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การบริหารราชการแผ่นดิน สนช.กล่าวว่า นอกจากร่าง พ.ร.บ.การเทียบตำแหน่งของข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือนที่ส่วนราชการเสนอมาแล้ว ในส่วนของสมาชิก สนช.ยังได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเทียบเคียงมาด้วยเช่นกัน โดยได้นำมาสอบถามความเห็นในที่ประชุม กมธ.บริหารราชการแผ่นดินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายละเอียดคล้ายกัน แต่ร่างฉบับที่ สนช.เสนอจะมีรายละเอียดกำหนดเพิ่มเติมว่า นอกจากต้องเป็นข้าราชการทหารระดับ พล.ต.แล้ว ยังต้องดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยอีกด้วย ไม่ได้หมายความว่า ใครที่เป็น พล.ต.จะได้รับการเทียบเท่าเป็นอธิบดีทุกคน ซึ่งระดับ พล.ต.ที่เป็นหัวหน้าหน่วยด้วย มีจำนวนไม่เยอะ ยิ่งถ้ามีเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าผู้จะดำรงตำแหน่งเป็นองค์กรอิสระจะต้องดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการไม่ต่ำกว่า 5 ปีด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ พล.ต.ที่จะไปเป็นองค์กรอิสระได้ไม่มาก จึงไม่เกี่ยวกับการมีเจตนาให้ทหารเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระมากขึ้น แต่ต้องการให้การตีความชัดเจน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการทหาร อย่างไรก็ตาม ร่างฉบับที่ สนช.เสนอมานี้ เพิ่งอยู่ในชั้นกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น ยังไม่ได้เสนอเข้าสู่ ครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเทียบตำแหน่งของข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือน พ.ศ.... ที่ส่วนราชการเป็นผู้นำเสนอนั้น ได้มีการนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไปสอบถามความเห็นจากประชาชนผ่านเว็บไซต์ www.senate.go.th ของ สนช. ระหว่างวันที่ 1-15 พ.ค.2561 มีผู้เข้ามาตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็น จำนวน 220 คน ปรากฏว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 214 คนหรือ 97% ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเป็นการให้ทหารแฝงตัวเข้ามาก้าวก่ายองค์กรอิสระ ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ถ้าให้ พล.ต.เทียบเท่าอธิบดีได้เท่ากับกองทัพมีอธิบดีนับพันคน เกรงจะเป็นการแทรกแซงของทหารในองค์กรต่างๆ และบางส่วนเห็นว่าข้าราชการทหารระดับหัวหน้าส่วนราชการน่าจะมีเพียง ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ ไม่ควรหมายความรวมถึงกรม กองต่างๆ ในสังกัดกระทรวงกลาโหม หากจะให้ทหารยศ พล.ต.เทียบเคียงกับระดับอธิบดีได้ ควรกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการอื่นๆ เช่น ตำรวจ อัยการ ศาล รัฐวิสาหกิจ เทียบเคียงกันได้ด้วย