“วิระชัย ทรงเมตตา” นำทีมลุยทลายเครือข่ายเมจิก สกินอีก คราวนี้อายัดรถ สปอร์ตหรูปอร์เช่ ในลานจอดโรงนวดย่านอรุณอมรินทร์ พบนามบัตรของกรรมการบริษัทเครือข่ายอยู่ในรถ คาดเตรียมยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินอีกหลายรายการด้านน้องชายเหยื่อกินยาลดอ้วน “ลีน” ตายที่ จ.กาญจนบุรี เดินทางเข้าแจ้งความที่ บก.ปคบ. เผยแม่ตรอมใจตายตามไปอีกคน หลังเกิดเรื่องมีตัวแทนบริษัทโทรศัพท์ขอไกล่เกลี่ยแลกกับเงิน 1 ล้านบาทแต่หายจ้อย แฉมีสาวไทยนอนป่วยอยู่ที่เยอรมนี หลังพก “ลีน” ไปกิน ขณะที่ “เดอะโจ๊ก” ยืนยันไม่ใช่คู่ขัดแย้ง พ.ต.ท.สันธนะ ส่วนที่ออกหมายเรียกพ่อเป็นเพียงขั้นตอนการตรวจสอบ “วิษณุ เครืองาม” ชี้ไม่น่าตื่นเต้นเรื่องถอดยศเพราะมีขั้นตอนระบุชัดเจน

กรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. สนธิกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานบุกเข้าทลายเครือข่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาหารเสริมเมจิก สกิน ของ น.ส.วรรณภา พวงสน อายุ 34 ปี และนายกร พวงสน อายุ 37 ปี 2 สามีภรรยา โดยมีผู้ต้องหาร่วมอีกหลายคน ในคดีฉ้อโกงประชาชน อยู่ระหว่างติดตามยึดทรัพย์และเดินหน้าทลายเครือข่าย หลังพบทั้งคู่ครอบครองรถสปอร์ตหรู จยย.บิ๊กไบค์ รวมกว่า 30 คันมูลค่าเกือบ 70 ล้านบาท จากปฏิบัติการครั้งนี้ยังนำไปสู่เหตุการณ์บุกทลายแหล่งผลิต-จำหน่าย สินค้าอาหารเสริม เครื่องสำอางไม่ได้มาตรฐานในตลาดใหม่ดอนเมือง ทำให้ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ถูกจับพร้อมพวก รวม 11 คน ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้ค้าภายในตลาด

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 พ.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีเมจิกสกิน เดินทางมาที่ลานจอดรถของสถานบริการอาบอบนวด เจ้าพระยา 3 ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. เพื่อตรวจสอบรถสปอร์ตหรูปอร์เช่ Boxster สีเหลือง ทะเบียนป้ายแดง น-8886 กรุงเทพมหานคร หลังรับแจ้งจากนายทองพล เสงี่ยมศักดิ์ อายุ 59 ปี ผู้ดูแลลานจอดรถว่ามีผู้ขับมาจอดทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยไม่ได้ล็อกประตูและไม่ได้นำกุญแจออกจากตัวรถ ตรวจสอบภายในรถพบเอกสารต่างๆพร้อมนามบัตรของนายอภิวัส พงศ์พัฒนะนุกุล บัญชีธนาคารยอดเงินหมุนเวียนประมาณ 6 ล้านบาท แผนการตลาดและเข็มฉีดโบทอกซ์ 1 ชุด ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนสั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียง เพื่อตามตัวคนขับมาสอบสวนขยายผล

...

พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า นายอภิวัส เป็นกรรมการบริษัท พี โอเอส คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ จ.สมุทรสาคร ที่เข้าตรวจค้นไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย. หลังจากนี้ต้องตรวจสอบหาเจ้าของรถตัวจริง เพราะอาจมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินเกิดขึ้น เมื่อตรวจสอบข้อมูลรถคันดังกล่าวพบเป็นรถจดทะเบียนสีขาว ทะเบียน 5 กฉ 6095 กรุงเทพมหานคร เชื่อที่นำมาจอดเพราะกลัวถูกจับฐานเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฟอกเงิน หลังจากนี้จะเดินหน้าอายัดทรัพย์จากขบวนการนี้ไปตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ตำรวจชุดเดิมพร้อม ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการ อย. เดินทางไปตรวจสอบอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น 2 คูหา เลขที่ 1693 และ 1695 เปิดเป็นสำนักงานบริษัทฮานิว โคเรีย จำกัด ในซอยอรุณอมรินทร์ 53 ที่หน้าสำนักงานระบุรับผลิต OEM นำเข้าเครื่องสำอาง อาหารเสริม บรรจุแคปซูล ยื่นจด อย.อาหารเสริม เวชสำอาง พบเครื่องผลิตครีมทาผิว สารตั้งต้นและห้องแล็บที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ พร้อมพนักงาน 10 คน นอกจากนั้นยังพบโกดังเก็บสินค้า อยู่ฝั่งตรงข้ามเลขที่ 1757 และ 1759 พบบรรจุภัณฑ์ สารเคมีรอการทำลายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บทั้งหมดไปตรวจสอบว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

หลังการตรวจค้น พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชุดทำงานได้ข้อมูลโรงงานแห่งนี้รับผลิตผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัทเมจิกสกินและตรีชฎา ด้วย แต่จากการตรวจค้นไม่ค้นพบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ของทั้ง 2 ยี่ห้อ พบเพียงสารตั้งต้นและเครื่องผลิตขนาดใหญ่เท่านั้น ที่ผ่านมา อย.ประกาศยกเลิกไม่ให้ผลิตหรือจำหน่ายสินค้า 2 ยี่ห้อแล้ว แต่ยังสงสัยเหตุใดบริษัทแห่งนี้จึงมีการผลิตอยู่ ต้องตรวจสอบกันต่อ แต่ที่แน่ๆพบข้อมูลในคอมพิวเตอร์มีความเชื่อมโยงกับการสั่งสินค้าของเมจิกสกิน ส่วนที่เจ้าของบริษัทปฏิเสธเป็นสิทธิสามารถทำได้ เตรียมนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมเชิญผู้บริหารบริษัทไปสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาโฆษณาเกินจริงที่ บก.ป.

“ส่วนกรณีมีผู้บริโภคยาลดความอ้วนยี่ห้อลีน (Lyn) แล้วเสียชีวิตที่ จ.กาญจนบุรี นั้นอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ค้า ตรวจสอบพบในเขต จ.กาญจนบุรี มีผู้บริโภคประมาณ 200 ราย ขอเตือนให้หยุดบริโภคทันที นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลมีหญิงสาวรายหนึ่งนำยาลดความอ้วนยี่ห้อนี้ไปบริโภคที่ประเทศเยอรมนี แล้วเกิดอาการข้างเคียงจนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีด้วย” พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว

ที่ จ.หนองคาย นายราเชนทร์ พิเชษฐ์พันธุ์ เภสัชกรเชี่ยวชาญและรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย นำกำลังตรวจสอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องตามที่ อย.ออกประกาศ ตามห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เกต และร้านค้าต่างๆ ภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย รวม 8 ร้าน ตรวจสอบเครื่องสำอาง 2,095 รายการ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 197 รายการ พบมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นสบู่สับปะรดในเครือข่ายบริษัทเมจิกสกิน 1 รายการ จำนวน 72 ชิ้น ตรวจยึดเพื่อส่งให้ อย.ตรวจสอบเพื่อทำลายและเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง

...

ส่วนความคืบหน้าการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องยาลดความอ้วนลีน (Lyn) จากญาติผู้เสียชีวิตนั้น ที่ บก.ปคบ. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายวุฒิกร หมอนอิง อายุ 30 ปี น้องชายของ น.ส.พิมลวรรณ หมอนอิง ผู้เสียชีวิตจากการบริโภคยาลดความอ้วนลีน (Lyn) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พูลสวัสดิ์ ผกก. (สอบสวน) กก.4 บก.ปคบ.เพื่อยื่นหนังสือขอให้ช่วยดำเนินคดีและจับกุมผู้กระทำผิดกรณีการเสียชีวิตของพี่สาว หลังผลตรวจของกลุ่มนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลราชบุรี ระบุยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจล้มเหลวจากสารไซบูทรามีนและไบซาโคดิลในยาลดความอ้วนลีน (Lyn)

นายรณณรงค์กล่าวว่า พาครอบครัวผู้เสียหายมายื่นหนังสือเพื่อเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ รวมทั้งไม่พอใจในการทำคดีล่าช้าของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี หลังจากนี้จะเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้รื้อคดีผู้เสียชีวิตจากการกินยาลดความอ้วนยี่ห้อนี้อีกหลายราย

ด้านนายวุฒิกรระบุว่า พี่สาวทานยาลดความอ้วนยี่ห้อนี้ได้เพียง 10 วัน ก่อนที่จะเสียชีวิตในวันที่ 28 มี.ค.หลังจากนั้นมารดาตรอมใจตายไปอีกคนเมื่อวันที่ 3 เม.ย. สร้างความสะเทือนใจกับคนในครอบครัวอย่างหนัก จากนั้นไม่นานมีตัวแทนบริษัทลีนโทรศัพท์มาไกล่เกลี่ย ยื่นข้อเสนอจะจ่ายเงินเยียวยาให้ 1 ล้านบาท แต่ก็หายเงียบไป จึงตัดสินใจ เดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อไม่ให้มีใครตกเป็นเหยื่อยาลดความอ้วนยี่ห้อนี้อีก

ขณะที่ พ.ต.อ. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยถึงกรณีนางเอกสาว เบลล่า-ราณี แคมเปน หุ้นส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์ Be Curve เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยานว่าอยู่ระหว่างรอผลการตรวจผลิตภัณฑ์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันมีสารต้องห้ามหรือไม่ รวมทั้งรอผลจาก อย.ผิดฐานโฆษณาเกินจริง และโฆษณาโดยไม่ได้ขออนุญาตหรือไม่ เตรียมสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำข้อมูลมาสรุปในสำนวน

...

ที่สภาทนายความฯ ว่าที่พันตรีสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความ แถลงว่า สภาทนายความพร้อมให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือกับผู้บริโภคผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ไม่ได้คุณภาพ จนได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน โดยให้ผู้เสียหายทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย สามารถนำหลักฐานมาขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาทนายความ มีนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการเป็นผู้กำกับดูแล ได้ตามวัน เวลาราชการ

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยงค์ รองโฆษก อสส.เผยว่า คดีจับยาปลอมนั้น หากมีผู้เสียหายมาร้องต่ออัยการสำนักงานคดีผู้บริโภค อัยการจะรับเรื่องไว้ เพื่อออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ละเมิดมาเพื่อไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย ซึ่งจะมีขั้นตอนการทำงานที่รวดเร็ว ส่วนคดีอาญาต้องเป็นไปตามอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ว่า การปฏิบัติหน้าที่เข้าจับกุมครั้งนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง คดีใกล้จบอยู่ระหว่างการสอบสวน ผู้เสียหายให้ครบ ยืนยันไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับ พ.ต.ท.สันธนะ แม้จะมีชื่อติดอยู่ 1 ใน 3 นายพลตำรวจที่ถูกกล่าวอ้าง ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะเคยไปจับโต๊ดเถื่อนในสนามม้า ทำให้มีผู้ไม่พอใจ ยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไปทะเลาะกับ พ.ต.ท.สันธนะ เพราะไม่เคยคุยกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติแน่นอน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ยังกล่าวต่อด้วยว่า หลักการทำงาน ไม่ได้มองเรื่องของ พ.ต.ท.สันธนะเป็นประเด็นหลัก แต่จะทำอย่างไรให้ตลาดใหม่ดอนเมืองแข็งแรง รายได้ต้องเข้ารัฐครบถ้วน อาทิ การเช่าที่ดินที่ต้องเข้ากรมธนารักษ์ เสียภาษีต้องถูกต้อง ผู้ค้าต้องขายสินค้าที่ถูกต้องและมี อย. ตลาดต้องไม่มีการต่อเติมอาคาร ที่สำคัญต้องไม่มีการบุกรุกคลองเปรม–ประชากร การดำเนินคดีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ทั้งหมดต้องทำให้เกิดขึ้นและไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีอย่างเดียว ทุกส่วนต้องสมบูรณ์ อย่างอาคารร้านค้าถ้าต่อเติมผิดกฎหมาย สำนักงานเขตดอนเมืองต้องปิดประกาศให้ครบและต้องให้รื้อถอนภายใน 30 วัน ถ้ารื้อถอนไม่ทันเวลาก็ต้องเลื่อนเวลาออกไป ส่วนที่ภรรยา พ.ต.ท.สันธนะไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) เพราะกลัวถูกยัดข้อหานั้น เป็นสิทธิสามารถทำได้ พร้อมให้ตรวจสอบทุกส่วนอยู่แล้วว่าเราทำหน้าที่อย่างไรบ้าง ตำรวจเป็นบุคคลสาธารณะอยากให้มีการตรวจสอบเยอะๆจะได้โปร่งใส อยากให้เข้าใจว่าการจะดำเนินคดีกับใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสิทธิและเสรีภาพถือเป็นสิ่งสำคัญ การจะไปดำเนินคดีกับใครต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน

...

“ส่วนที่ตำรวจออกหมายเรียก พ.ต.อ.สมชาย ประยูรรัตน์ บิดาของ พ.ต.ท.สันธนะ เข้าให้ปากคำวันที่ 18 พ.ค. ฐานให้ที่พักพิงผู้ต้องหานั้น ผมสอบถามไปยังผู้กำกับ สน.โชคชัยแล้ว เป็นเพียงการตรวจสอบเท่านั้น หากไม่เข้าข่ายการกระทำผิดจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆทั้งสิ้น ยืนยันไม่มีเรื่องพ่อแม่เข้ามาเกี่ยวข้อง” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าว

ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ว่า เรื่องนี้ทำไม่ยากและถอดกันมาเยอะแล้ว ในสมัยที่เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็มีการถอดยศปีหนึ่งนับเป็น 10 คน ถอดเป็นประจำเกือบทุกวัน แต่ส่วนใหญ่เป็นชั้นประทวน กรณีของ พ.ต.ท.สันธนะนั้นยังไม่รู้ การถอดยศมีระเบียบว่าด้วยการถอดยศกำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องตื่นเต้นมาตั้งคณะกรรมการพิจารณา เมื่อก่อนเวลาจะถอดไม่วุ่นวายเหมือนตอนนี้