อดีตข้าราชการตำรวจที่ออกจากราชการ ไม่ว่าจะถูกไล่ออกเพราะพฤติกรรมไม่ดี หรือลาออกเองเพราะไม่ชอบในกฎกติกาขององค์กร ก่อนจะผันตัวเองกลับมาเป็นมิจฉาชีพตัวฉกาจเสียเอง... จะด้วยเพราะความช่ำชองรู้วิชาลึกซึ้งถึงสิ่งที่เคยเรียนมารึเปล่า?  จึงกลับกลายเป็นกลยุทธ์ที่เข้าทาง "รู้ทัน" นำสู่วิธีหาเงินใช้ในรูปแบบผิดๆ "แอบอ้าง รีดไถ หลอกลวง สร้างเรื่อง" เฉกเช่น อดีตนายร้อยตำรวจรุ่น 45 ภายหลังตั้งตัวเป็นมิจฉาชีพ ส่งผลกระทบเดือดร้อนบานปลาย จำนวนผู้เสียหายโผล่ชี้ตัว ถูกตำรวจอดีตเพื่อนร่วมรุ่นสั่งลูกน้องไล่ล่าจับกุมดำเนินคดี 

ภารกิจสำคัญในช่วงเดือนที่ผ่านมา พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบก.ป. มอบหมายจับ ตามล่าผู้ต้องหาคนสำคัญ ส่งต่อให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 .บก.ป., พ.ต.อ. แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป.และทีมงาน ตามล่าตัว นายธนากร เดชศรีมงคลกุล อายุ 49 ปี อดีตนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่น 45 และ นายชาญชัย มุขแก้ว อายุ 55 ปี (อ้างตัวเป็นทนายความ) ภายหลังมีพฤติกรรมสุดแสบสารพัดแอบอ้าง ลวงเงินเหยื่อมูลค่าเสียหายประเมินไม่ได้

รองผู้การกองปราบ สั่งลูกน้อง ตามล่าเพื่อนร่วมรุ่น   

เป็นความบังเอิญที่เกิดขึ้นไม่บ่อย เมื่อคนร้ายกลายเป็นเพื่อนนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกับตำรวจระดับรองผู้บังคับการกองปราบ (นรต.45) ซึ่งถูกหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 219/2561 ลงวันที่ 23 เม.ย. 2561 ในฐานความผิด ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 .บก.ป.  สืบหาข้อมูล ก่อนจะนำกำลังจับกุมตัวได้ที่ ริมถนนมิตรภาพสายเก่า ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ในขณะที่ชุดทำงานของ พ.ต.อ. แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. นำกำลังอีกส่วนหนึ่งไล่ล่า นายชาญชัย มุขแก้ว อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 93/2561 ลงวันที่ 23 เม.ย. 2561 ในฐานความผิดฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น ถูกจับได้ที่บ้านใน จ.สมุทรปราการ ภายหลังที่ทั้งคู่รวมหัวกันสร้างเรื่องหลอกลวงว่า สามารถวิ่งเคลียร์คดีฆ่าคนตายในชั้นศาลได้ 

เรียกรับเงิน 2 แสน แลก รื้อฟื้นคดีฆ่า 

"เมื่อปี 2559 ผู้ต้องหาทั้ง 2 สร้างเรื่องหลอกลวง มีอำนาจมากพอ สามารถรื้อฟื้นคดีฆ่าผู้อื่นของสามีที่ถูกดำเนินคดีอยู่ แต่ต้องแลกกับค่าดำเนินการจำนวน 2 แสนบาท สุดท้ายไม่มีการรื้อคดีให้ตามกล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีฉ้อโกงที่ สภ.ปากเกร็ด ทีมงานได้พบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาทั้งสองราย ก่อนจะเข้าจับกุมนำตัวมาสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การปฏิเสธ ซึ่งการปฏิเสธครั้งนี้ขัดแย้งกับแนวทางการสืบสวนโดยสิ้นเชิง" พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 .บก.ป. ระบุ

อ้างตัวรู้จักประธานศาลฎีกา ข้าราชการระดับสูง โทรศัพท์เมมเบอร์ "ท่าน" หลายรายชื่อ

"ในโทรศัพท์ของเขา จะมีรายชื่อเบอร์โทรเยอะมาก สังเกตได้ว่าแต่ละชื่อมักขึ้นต้นด้วยคำว่า "ท่าน" เหมือนพยายามชี้นำให้คนใกล้ตัวเข้าใจว่า รู้จักกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในศาลต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหา (อดีตตำรวจ) มักจะอวดอ้างให้คนรู้จักฟังอยู่เสมอว่า รู้จักกับประธานศาลฎีกา และข้าราชการระดับสูงในตุลาการ รวมทั้งอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สามารถวิ่งคดีความได้" พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 .บก.ป. ระบุ

แม้กระทั่งการบันทึกช่ือของภรรยาเขาเอง ยังต้องมีคำว่า "ท่าน" นำหน้าชื่อเล่น... เมื่อถามกลับไปว่า ทำไมใช้คำว่าท่านกับภรรยาตัวเอง เขาตอบกลับมาง่ายๆ ว่า ..."โทรศัพท์เครื่องนี้คนใหญ่คนโตในศาลซื้อให้กับภรรยา" ...เป็นการให้ข้อมูลที่ลื่นไหลฟังไม่ขึ้น 

วิ่งเต้นตำรวจได้ มีอำนาจย้ายไปอยู่ทำเลทอง  

นอกจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จะระบุว่า ผู้ต้องหามักแอบอ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ที่ชี้นิ้วสลับโยกย้ายนายตำรวจได้ ข้อมูลเพิ่มเติมจากคนใกล้ตัวผู้ต้องหา ยังบอกเราด้วยว่า พฤติกรรมออกตัว ช่วยวิ่งตำแหน่งเรียกรับเงิน ผู้ต้องหาได้ทำมานานแล้ว ส่วนคนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ ไม่รู้จักตื้นลึกหนาบางของผู้ต้องหาคนนี้ดีพอ เมื่อถูกหลอกก็อับอายเกรงจะบานปลายจึงไม่กล้ามาแจ้งความ ทำให้ผู้ต้องหาได้ใจ ก่อเหตุอยู่เรื่อยๆ 

...

ถูกให้ออกจากราชการ ฐาน "ตีกินเงินยาเสพติด" ขณะดำรงตำแหน่ง รองสารวัตร 

นายธนากร เดชศรีมงคลกุล อดีตนายตำรวจรุ่น 45 ถูกให้ออกจากราชการ ขณะดำรงตำแหน่ง รองสว.สส.สภ.เมืองนครราชสีมา ปี 2546 เนื่องจากถูกผู้บังคับบัญชาจับได้ว่า เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์จากคดียาเสพติด เรียกรับเงินจากผู้ต้องหาแลกกับการไม่ดำเนินคดีจับกุม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหนีหมายจับคดีดังกล่าว กระทั่งมาโดนตำรวจกองปราบปรามจับกุมในคดีแอบอ้างรื้อคดีฆ่า

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบด้วยว่า นายธนากร ยังมีหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 59/2560 ลงวันที่ 3 มิ.ย. ในฐานความผิดฉ้อโกงทรัพย์ ติดตัว ส่วน นายชาญชัย (ทนายความ) เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมในคดีลักษณะเดียวกันเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2559 และยังมีหมายจับติดตัวกว่า 10 หมายจับด้วย

โกงเงินเพื่อนร่วมรุ่น วิ่งล้มคดีตีกินยาเสพติด 

ขณะที่นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 45 รายหนึ่ง ให้ข้อมูลกับเราว่า เพื่อนในรุ่นทราบพฤติกรรมของอดีตตำรวจคนนี้ดี ภายหลังถูกออกจากราชการเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ก็ได้โกงเงินของรุ่นไปจำนวนหนึ่ง เมื่อไถ่ถามว่าเอาไปทำอะไร เจ้าตัวอ้างว่านำไปวิ่งล้มคดี ข้อเท็จจริงอย่างไรไม่ทราบ สร้างความไม่พอใจให้เพื่อนๆ เป็นอย่างมาก แต่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนจึงไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อ แค่แยกย้ายต่างคนต่างอยู่ กระทั่งพักหลังๆ มาทราบว่าก่อพฤติกรรมรุนแรงขึ้น จนถูกกองปราบจับกุม แต่เพื่อนในรุ่นเดียวกันทราบพื้นฐานเขาดี จึงไม่มีใครตกเป็นเหยื่อ 

...

**สถิติที่ผ่านมาพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในบางรายที่มีพฤติกรรมทำตัวเป็นโจร หรือมิจฉาชีพรูปแบบต่างๆ เริ่มต้นจากการ "ใช้อำนาจที่มีอยู่ เปิดเส้นทางหาเงินเข้าตัว" ด้วยวิธีหลบซ่อนปกปิดการกระทำความผิด กระทั่ง ถลำลงลึก บานปลายสู่การกระทำผิดกฎหมายเต็มรูปแบบ ถูกออกจากราชการหมดอนาคต ...ทั้งหมดทั้งปวง หากยังกลับตัวเป็นคนดีไม่ได้ บทสรุปสุดท้าย "ติดคุกหัวโต"